แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลัดขิก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลัดขิก แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ปลัดขิกไม้คูณตายพราย หลวงพ่อมัค วัดเขาเล็กรางสะเดา

รูปปลัดขิกไม้คูณตายพราย หลวงพ่อมัค วัดเขาเล็กรางสะเดา | ปลัดขิกหลวงพ่อมัค , ปลัดขิกไม้คูณตายพราย ,หลวงพ่อมัค ,วัดเขาเล็กรางสะเดา

ปลัดขิกไม้คูณตายพราย หลวงพ่อมัค วัดเขาเล็กรางสะเดา

ปลัดขิกไม้คูณตายพราย หลวงพ่อมัค วัดเขาเล็กรางสะเดา 

ปลัดขิกหลวงพ่อมัค เน้นเรื่องเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ ค้าขายร่ำรวย เจรจาการค้าให้ราบรื่น แล้วแต่จะใช้ด้านไหน จารอักขระยันต์เต็มตัว ยันต์นะเมตตา ค้าขาย หายากสุดๆ

ปลัดขิกเป็นมนตราเป็นมหาเสน่ห์  เมตตา แก่ผู้พบเห็นค้าขายเงินท่องคล่องดี
เครื่องรางของขลังเป็นของที่ครูบาอาจารย์ได้ทำไว้เพื่อเอาไปใช้โดยเฉพาะ นับตั้งแต่การพกติดตัว บูชาอยู่กับบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย หรือร้านค้า ฯลฯ
หลวงพ่อมัค ท่านได้สร้าง ปลัดขิก รุ่น"ดีครอบจักรวาล"สร้างจากไม้คุณตายพรายถือว่า เป็นของทนสิทธิ์มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวที่พุทธคุณเด่น ในด้านเมตตา ค้าขาย โชคลาภเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ เสริมดวงชะตาไม่ให้ตกต่ำ ถึงคราวดวงตกก็จะไม่ย่ำแย่ ต้นคูนตายพราย จะมีเทวดาดูแลรักษาอยู่ ถึงได้เกิดของทนสิทธิ์ขึ้นมา หลวงพ่อมัคได้ทำการปลุกเสก เน้นพุทธคุณ ดีครอบจักรวาล รวมไปถึงเรื่องแคล้วคลาดปลอดภัย กันคุณไสย คุณคน คงกระพันชาตรี เสริมบารมี เสริมเสน่ห์ รักใคร่ ดึงดูดเพศตรงข้าม หรือ เพศเดียวกัน เสริมดวงความรัก 

พุทธคุณปลัดขิกไม้คูณตายพราย หลวงพ่อมัค วัดเขาเล็กรางสะเดา 
ด้านเมตตา มหานิยม ให้โชค ให้ลาภ มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตครอบครัวแล้ว ปลัดขิกของท่านยังช่วย ป้องกันภูตผีปีศาจ และ ปัดป้องสิ่งที่เป็นเสนียดจัญไร ได้อีกด้วย 
ปลัดขิกหลวงพ่อมัคจารอักขระยันต์ชัดเจน ดูง่าย เรื่องวิชาไสยศาสตร์และวิชาการสร้างวัตถุมงคลต่างๆ นั้น มีด้วยกันหลายแขนง วิชาปลัดขิก ก็เป็นวัตถุมงคลอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งอยู่ในแขนงวิชาไสยเวทเช่นกัน เน้นพุทธคุณไปทางด้านเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ โชคลาภ โภคทรัพย์ เป็นหลัก

ปลัดขิก เป็นเครื่องรางของขลัง ที่นับถือกันมาช้านาน ตั้งแต่โบราณเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยเรามีเกจิคณาจารย์ทั้งเก่าใหม่ ไม่ว่าพระสงฆ์หรือฆราวาส ได้สร้าง ปลัดขิก เอาไว้จำนวนมากมาย ความนิยมมากน้อยต่างกันไป ส่วนที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ก็มีอยู่ด้วยกันหลายคณาจารย์ แต่ที่ได้รับความนิยมขณะนี้ก็จะเป็นปลัดขิกหลวงพ่อมัค 

ถึงยุคข้าวยากหมากแพงและในอดีตหลวงพ่อมัคท่านได้ตั้งใจจัดสร้าง จึงได้นำตำรับตำรามหามนต์เรียกทรัพย์ บันดาลสุข อัดพลังพุทธาคม พลังมหาเวทย์ พลังคาถาที่ได้ร่ำเรียนมาทั้งหมด เสกปลัดขิกอย่างเข้มขลังให้โดดเด่นเรื่อง เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ บันดาลโชคใช้แล้วร่ำรวยเงินทอง ทำมาค้าขายขึ้น ผู้หลักผู้ใหญ่เอ็นดู ผู้ใหญ่ให้ความเมตตาช่วยเหลือ ติดต่อราชการดีเยี่ยม มหานิยม คนทั่วไปรักใคร่ทักชม มหาเสน่ห์ เป็นที่ต้องตาต้องใจของเพศตรงกันข้ามหรือเพศเดียวกัน สมบูรณ์ด้วยโชคลาภ แคล้วคลาดปลอดภัยคงกระพันชาตรีค้าขายดีเหมือนเทน้ำเทท่า ประมูลงานได้ดังใจ ดุจแม่น้ำคงคาไม่ขาดสาย สมหวังดังใจผู้ใช้ปราถนา เพราะสร้างด้วยจิตเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ เมตตาสูงสุด(ประสบการณ์โชคลาภ ประมูลงานกับหน่วยงานต่างๆ ไม่เป็นรองใคร )

คาถาบูชา
โอมน้ำสามจอก รดถอกไม่หนาว ขี้เปาน้ำมะเหยียก ขี้เปียกน้ำมะนาว แหกๆแยกๆผลุบๆผัวะๆ
โอมประสิทธิ สวาหะ สวาโหม

หลวงพ่อ มัค ท่านได้สร้าง ปลัดขิก รุ่นดีครอบจักรวาล สร้างจากไม้คุณตายพรายถือว่า เป็นของทนสิทธิ์มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวที่พุทธคุณเด่น ในด้านเมตตา ค้าขาย โชคลาภเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ เสริมดวงชะตาไม่ให้ตกต่ำ ถึงคราวดวงตกก็จะไม่ย่ำแย่ ต้นคูนตายพราย จะมีเทวดาดูแลรักษาอยู่ ถึงได้เกิดของทนสิทธิ์ขึ้นมา หลวงพ่อมัค ได้ทำการปลุกเสก เน้นพุทธคุณ ดีครอบจักรวาล รวมไปถึงแคล้วคลาดปลอดภัย กันคุณไสย คุณคน คงกระพัน เสริมบารมี เสริมเสน่ห์ รักใคร่ดึงดูด เสริมดวงความรักและท่านได้ ทำพิธีจารลงอักขระเลขยันต์ดีครอบจักรวาล ลงในตัวและปลัดขิกทุกตัว ฝังเม็ดกริ่งเขย่าดัง อุดด้วยผงมหาเสน่ห์มหานิยม แล้ว เปิดเนตรด้วยทองคำแท้ทุกดอก.

รูปปลัดขิกไม้คูณตายพราย หลวงพ่อมัค วัดเขาเล็กรางสะเดา | ปลัดขิกหลวงพ่อมัค , ปลัดขิกไม้คูณตายพราย ,หลวงพ่อมัค ,วัดเขาเล็กรางสะเดา

ปลัดขิกไม้คูณตายพราย หลวงพ่อมัค วัดเขาเล็กรางสะเดา

รูปปลัดขิกไม้คูณตายพราย หลวงพ่อมัค วัดเขาเล็กรางสะเดา | ปลัดขิกหลวงพ่อมัค , ปลัดขิกไม้คูณตายพราย ,หลวงพ่อมัค ,วัดเขาเล็กรางสะเดา

ปลัดขิกไม้คูณตายพราย หลวงพ่อมัค วัดเขาเล็กรางสะเดา

รูปปลัดขิกไม้คูณตายพราย หลวงพ่อมัค วัดเขาเล็กรางสะเดา | ปลัดขิกหลวงพ่อมัค , ปลัดขิกไม้คูณตายพราย ,หลวงพ่อมัค ,วัดเขาเล็กรางสะเดา

ปลัดขิกไม้คูณตายพราย หลวงพ่อมัค วัดเขาเล็กรางสะเดา

รูปปลัดขิกไม้คูณตายพราย หลวงพ่อมัค วัดเขาเล็กรางสะเดา | ปลัดขิกหลวงพ่อมัค , ปลัดขิกไม้คูณตายพราย ,หลวงพ่อมัค ,วัดเขาเล็กรางสะเดา

ปลัดขิกไม้คูณตายพราย หลวงพ่อมัค วัดเขาเล็กรางสะเดา

รูปปลัดขิกไม้คูณตายพราย หลวงพ่อมัค วัดเขาเล็กรางสะเดา | ปลัดขิกหลวงพ่อมัค , ปลัดขิกไม้คูณตายพราย ,หลวงพ่อมัค ,วัดเขาเล็กรางสะเดา

ปลัดขิกไม้คูณตายพราย หลวงพ่อมัค วัดเขาเล็กรางสะเดา

รูปปลัดขิกไม้คูณตายพราย หลวงพ่อมัค วัดเขาเล็กรางสะเดา | ปลัดขิกหลวงพ่อมัค , ปลัดขิกไม้คูณตายพราย ,หลวงพ่อมัค ,วัดเขาเล็กรางสะเดา

ปลัดขิกไม้คูณตายพราย หลวงพ่อมัค วัดเขาเล็กรางสะเดา



วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ สร้าง 2543

 

พุทธคุณปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น
หลวงพ่อชื่นท่านได้เมตตาสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องรางเน้นในเรื่องเมตตาโชคลาภค้าขาย มีมหาเสน่ห์ เจรจาหารัก หน้าที่การงาน ทำมาหากินคล่อง เมตตามหานิยม ใครเห็นใครรักเป็นที่รักของคนที่พบเห็น ผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดู ทั้งยังปกป้องภัยอันตรายต่างๆ มีไว้ติดตัว ให้ระลึกถึงหลวงพ่อชื่น พุทธคุณดีนัก

มวลสารและวัตถุอาถรรพณ์ที่นำมาสร้างปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น
ชนวนที่นำมาสร้างเป็นวัตถุอาถรรพณ์และแผ่นยันต์ทางเมตตา มหาเสน่ห์โดยได้รวบรวมยันต์ม้าเสพนาง และยันต์อิ๋นคู่ จากเกจิอาจารย์ชาวเขมรทั้งหมดรวมไปถึงอาจารย์ฆราวาสด้วย เช่นยันต์หัวใจม้าสีหมอก ตะปูตอกฝาโลง เหล็กเสียบศพสมัยโบราณ แผ่นยันต์มหาเสน่ห์ แผ่นยันต์พญาหงส์ทอง แผ่นยันต์พิศวาสหลงใหล แผ่นยันต์เมตตาใหญ่ แผ่นยันต์เมตตาเล็ก ท่านได้ทำพิธีหลอมเข้าด้วยกันมาสร้างเป็นปลัดขิกนางครวญซึ่งเป็นเป็นสุดยอดเครื่องรางที่มีพลังทุกด้านรวมกัน

คาถาบูชาปลักขิก นางครวญ มหาเสน่ห์ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี
นะโม 3 จบสุนาตุเม เจละกะนะเมติ (ท่องจนจิตสงบนิ่ง ระลึกถึงครูบาอาจารย์ให้ช่วยตามปรารถนา)

รูปปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ สร้าง 2543 รุ่นสร้างอุโบสถ | ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น,ปลัดขิกนางครวญ บูชา,พุทธคุณปลัดขิกนางครวญ

ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ สร้าง 2543 รุ่นสร้างอุโบสถ

รูปปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ สร้าง 2543 รุ่นสร้างอุโบสถ | ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น,ปลัดขิกนางครวญ บูชา,พุทธคุณปลัดขิกนางครวญ

ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ สร้าง 2543 รุ่นสร้างอุโบสถ

รูปปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ สร้าง 2543 รุ่นสร้างอุโบสถ | ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น,ปลัดขิกนางครวญ บูชา,พุทธคุณปลัดขิกนางครวญ

ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ สร้าง 2543 รุ่นสร้างอุโบสถ

รูปปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ สร้าง 2543 รุ่นสร้างอุโบสถ | ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น,ปลัดขิกนางครวญ บูชา,พุทธคุณปลัดขิกนางครวญ

ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ สร้าง 2543 รุ่นสร้างอุโบสถ

รูปปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ สร้าง 2543 รุ่นสร้างอุโบสถ | ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น,ปลัดขิกนางครวญ บูชา,พุทธคุณปลัดขิกนางครวญ

ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ สร้าง 2543 รุ่นสร้างอุโบสถ

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ปลัดขิก (ลิงมหามงคล) หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ ปี 2541




"ปลัดขิก" ถือเป็นสุดยอดเครื่องราง เป็นสุดยอดแห่งเครื่องรางด้าน เมตตา มหานิยม มหาเสน่ห์ ชายก็บูชาได้ หญิงก็บูชาได้เช่นกัน พ่อค้า แม่ค้า ที่ตลาดที่พกปลัดขิกใส่ในตะกร้าใส่เงินกันทั้งนั้น มองไปทีไร เห็นเงินเต็มตะกร้า พร้อมกับปลัดขิกทุกที เป็นเรื่องจริงที่พิสูตรได้
แขวนเดี่ยว ติดตัวได้เลย สุดยอดแห่งเครื่องราง ด้านเมตตา กันคุณไสย สิ่งอัปมงคล มนต์ดำ ได้เป็นอย่างดี
ในสมัยโบราณปลัดขิกถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของเพศชาย ทั้งนี้จะผูกปลัดขิกดอกน้อยๆ ไว้ที่สะเอวของเด็กเพศชาย ซึ่งนอกจากความเชื่อในด้านป้องกันอันตรายแล้ว ยังเป็นเครื่องมือที่บ่งชี้ในเรื่องเพศอย่างเด่นชัด ต่อมาเมื่อกิตติศัพท์ทางแคล้วคลาดรอดพ้นจากโรคภัยและอันตรายต่างๆ ขจรขจายออกไป ก็เกิดความนิยมในการเสาะแสวงหา บรรดาพระเกจิอาจารย์ต่างๆ ก็รวบรวมเอาความรู้ต่างๆ ดำเนินการปลุกเสก และจัดสร้าง มีการเลือกไม้หรือวัสดุอันเป็นมงคลตลอด จนจดจารพระคาถา เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นใจให้ผู้คนมากยิ่งขึ้น
หลวงพ่อสาคร ท่านได้สร้าง เครื่องราง ไว้หลายอย่าง แต่ละอย่างล้วนมีประสบการณ์โด่งดังทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น หนุมาน ปลัดขิก ลูกอม กุมารทอง เสือ ตะกรุด หนังเสือ ผ้ายันต์ พระปิดตา ชูชก เกิดประสบการณ์มากมายท่ามกลางศิตย์ที่นำไปใช้บูชากันทั่วหน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเมตตา มหานิยม และแคล้วคลาด ปลอดภัย ล่าสุดหนุมานมีประสบการณ์เจอฟ้าผ่าอย่างจัง แต่รอดตายมาได้อย่างเหลือเชื่อจริงๆ 
หลวงพ่อสาคร ถือเป็นศิตย์เอกหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ที่ได้รับการถ่ายทอดวิชามาจาก หลวงปู่ทิม อย่างแน่นอนค่ะ หากท่านอยากได้ ปลัดขิก หลวงปู่ทิม ท่านต้องมีเงินแสนที่สำคัญของแท้ๆ หายากมาใช้ของหลวงพ่อสาคร แทนได้เลย
ดังนั้นอานุภาพของปลัดขิกจึงมิได้จำกัดอยู่เพียงการรักษาป้องกันโรคแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่ได้กลายสภาพเป็น เครื่องรางของขลัง โดยมีความเชื่อว่ามีอานุภาพทางด้านป้องกันอันตราย มีเสน่ห์เมตตามหานิยม โชคลาภ การทำมาค้าขาย หรืออื่นๆ อีกด้วย หลวงพ่อสาคร ท่านได้ทำพิธีปลุกเสกตั้งแต่ปี 2541

วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ปลัดขิก ผู้เคียงข้าง เครื่องรางแห่งเสน่ห์ โชคลาภ และปัดเป่าเสนียด

วัตถุมลคลที่เป็นเครื่องรางที่อยู่คู่กับคนสังคมไทยมาตั้งแต่นาน ตั้งแต่สมัยอยุธยา ปลักขิกนั้นนิยมเรียกกันในชื่อ ขุนเพ็ด หรือ ขุนเพชร คำว่าปลัด นั้น หมายถึง ตำแหน่งรองจากตำแหน่งที่เหนือกว่า โดยรู้จักกันในความหมาย ผู้ข้างเคียงคอยช่วยเหลือ ส่วนคำว่า ”ขิก” นั้น คำนี้ได้ถูกเลิกใช้มานานแล้วเพราะเป็นคำหยาบ ได้ผันเปลี่ยนมาใช้คำว่า “คุยหํ” ในภาษาบาลี และได้แผลงมาเป็น ตวย (ต เปลี่ยนเป็น ค) ในภาษาไทย ซึ่งในปัจจุบันคำนี้ก็เป็นคำหยาบไปอีก แตกต่างกันตรงที่ว่า ยังนิยมชมชอบที่แจกให้กันเสมอ ๆใน ปัจจุบัน
ปลัดขิกหรือขุนเพ็ด เป็นเครื่องรางคู่กับโยนี (เครื่องรางรูปของลับของสตรี) ซึ่งทั้ง 2 สิ่งนี้เป็นดอกไม้ในแดนสวรรค์ เป็นเครื่องหมายของการกำเนิดส่งใหม่ ๆ หรือความงอกงามของชีวิตใหม่
ขุนเพชรหรือปลัดขิก แต่เดิมนิยมให้เด็กผู้ชายอายุตั้งแต่ ๓-๔ ขวบขึ้นไป แขวนไว้ที่เอว เพราะเด็กอายุประมาณนี้จะเริ่มมีเอวแล้ว และเด็กในระยะนี้จะมีภูมิคุ้มกันตนน้อยลง เพราะว่าหย่านมแล้ว แนวโน้มที่จะเจ็บไข้ไม่สบายมีมากขึ้น ความเชื่อที่ว่าผีสาง ทั้งหมายจะทำให้เด็กเจ็บป่วยไม่สบายจึงให้แขวนปลัดหรือขุนเพชรไว้ ทั้งนี้เพราะปลัดขิกที่นำมาแขวนให้กับเด็กชายนั้น จะอยู่ในลักษณะขององคชาต จำลองย่อส่วนโดยปราศจากหนังหุ้มปลาย ระดับของการแขวนก็อยู่ที่เอวมิใช่คอ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ห้อยลงมาใกล้กับระดับองคชาต (อ้ายจู๋) ของเด็กให้มากที่สุด เพื่อจะหลอกผีให้เข้าใจผิดไปว่าเด็กชายนั้นใช่เด็ก หากเป็นผู้ชายเต็มตัวแล้ว โดยมีองคชาตที่ปลายเปิดไม่มีหนังหุ้ม ส่วนปลัดขิกเหล่านี้ หากจะให้มีความขลังยิ่งขึ้นก็ควรจะต้องผ่านการปลุกเสกเสียด้วยอีกต่างหาก
ในที่สุดปลัดขิกหรือขุนเพ็ดก็ได้ประกาศอิสรภาพยกฐานะตัวเองขึ้นไปอีกระดับ กลายเป็นสิ่งสมควรแก่การเคารพบูชากราบไหว้ สถิตอยู่ตามศาลหรือเป็นเครื่องนำโชคลาภตั้งไว้บูชา หรือเป็นเครื่องมือเพื่อนำความเจริญก้าวหน้าเนื่องในการทำมาค้าขาย โดยทั่วไปจะนำปลัดขิกไปจิ้มลงบนสินค้าพร้อมกับมีคาถากำกับว่า "โอม ระรวยมหาระรวย สามสิบสอง-วยแห่ห้อมล้อม-ีค้าง่ายขายดีแหก-ีกลับบ้าน ฮ่า ฮ่า ฮ่า" (ควรร่ายด้วยลมหายใจเฮือกเดียว แต่ทำไมจึงต้องสามสิบสอง เรื่องนี้ยังสืบไม่ได้) หรือ "...โอม ไอ้ขลิกไอ้ขลัก เงี่ยงหักเงี่ยงหงิก ปกเอยปกหาง หางเอยหางอะไร บุรุษชอบ-ี สตรีชอบ-วย ทำให้กูร่ำรวย โพะหัว โพะหัว โพะหัว" (คาถาของหลวงพ่อซ่วน เมืองแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา) แต่หากจะตรองดูก็จะเห็นว่า การที่ใช้คำที่ไม่ค่อยสุภาพเป็นคาถากำกับ ก็เพื่อจะให้พวกผีๆ เข้าใจไปว่า สินค้าที่วางขายนั้นเป็นของที่ไม่มีราคาค่างวดวิเศษวิโสอะไร ไม่คุ้มกันที่พวกผีจะมาใส่ใจเสียเวลามารบกวน
ปลักขิกนั้นมีเคล็ดการใช้แตกต่างกันไป บางสำนักนิยมให้ถูกเนื้อถูกตัว คือคาดที่เอวให้โดนเนื้อตัวเจ้าของไว้ แต่อีกแบบหนึ่งนั้น นิยมให้ปลัดขิกแขวนออกมาให้คนอื่นๆเห็นจะยิ่งมีอานุภาพ คงเป็นอิทธิพลมาแต่เดิมที่จะใช้หลอกผี ให้เข้าใจว่า โตแล้ว ผีจะได้ไม่มายุ่ง ส่วนการให้ถูกเนื้อโดนตัวนั้นตามความคิดของผมเข้าใจว่า สิ่งต่างๆจะสมบูรณ์เมื่อธาตุทั้ง ๖ ประสานต่อเนื่องกันไป
ส่วนเรื่องอานุภาพหรือความขลังศักดิ์สิทธิ์ของปลัดขิกนั้น มีอานุภาพครบทุกด้านทุกประการ คาถาที่นิยมใช้กับปลัดขิก คือ หัวใจโจร ที่ว่า “กัณหะเนหะ” ด้วยความหมายที่ว่า โจร เป็นผู้ทำลายล้าง การใช้หัวใจโจรจึงเป็นการใช้เกลือจิ้มเกลือ หนามยอกเอาหนามบ่ง ให้โจรทำลายล้างสิ่งไม่ดีต่างๆให้หมดไป
ปลักขิกนั้นเด่นทั้งเรื่อง คงกระพัน กันเขี้ยวงา และแคล้วคลาดปลอดภัย ป้องกันเสนียด*** ภูติผีต่างๆ ในด้านเมตตามหาเสน่ห์ก็มีอยู่ครบ แต่ที่จะโดดเด่น เห็นจะเป็นแค่ ๒ อย่าง คือ คงกระพัน กันเขี้ยวงา และเมตตาค้าขาย
ข้อดีของเครื่องรางชนิดนี้ คือ ไม่มีข้อห้ามยุ่งยาก ตัดปัญหาเรื่องความเชื่อที่ว่า ของจะเสื่อมเพราะการพลั้งเผลอไปลอดราวผ้าหรืออยู่ในที่ไม่สมควร คาถาของขุนเพชร เองก็มีแต่คำพื้นบ้านหรือออกจะหยาบนิดๆพอน่ารัก
ปลัดขิกเริ่มด้วยเป็นเครื่องมือหลอกผี แต่แล้วต่อมาปลัดขิกก็ได้ยกระดับตัวเองให้กลายสภาพจากเครื่องมือหลอกผีมาเป็นของขลังในตัวของมันเอง โดยไม่จำกัดอยู่กับวัยอีกต่อไป ผู้ใหญ่ซึ่งไม่มีความจำเป็นแต่ประการใดที่จะหลอกผีให้เข้าใจผิด ก็ยังนิยมที่จะแขวนไว้เป็นเครื่องรางป้องกันสิ่งชั่วร้าย โดยไม่รู้ถึงสาเหตุหน้าที่ของมัน
ผู้ที่มีความเชื่อมั่นและคิดเสมอว่าตัวเรามีของดี คือ ขุนเพ็ด เผด็จศึกติดตัวอยู่ ยิ่งมีความผูกพันธ์และเชื่อมั่นมากเท่าไร เครื่องรางชนิดย่อมแสดงผลให้ประจักษ์ได้อย่างชัดเจน โดยทั่วไปแล้วเกจอาจารย์เก่าหรือผู้ที่ใช้เครื่องรางทุกอย่าง จะขาดปลัดขิกไม่ได้ เป็นของป้องกันตัวพื้นฐานที่สำคัญ ในฐานะ “ผู้เคียงข้าง” ตลอดกาล
เกจิอาจารย์หลายสำนักสร้างปลัดขิกหรือขุนเพชรได้อย่างยอดเยี่ยม และเห็นผลอย่างเหลือเชื่อ ในทุกวันนี้จะมีผู้นิยมใช้ปลักขิกในฐานะของเครื่องรางที่ทำให้ค้าขายดี มีคนเข้าร้านมากมาย จึงนิยมในหมู่แม่ค้าและเจ้าของกิจการระดับทั่วไป แต่อีกกลุ่มหนึ่งที่ยังเหนียวแน่นเป็นแฟนพันธุ์แท้ของปลัดขิก คือ วัยรุ่นหรือหนุ่มที่ยังคงถือเก็บสะสมเครื่องรางของชายชาตรีให้ครบครัน ปลักขิก ตะกรุด จึงเป็นเครื่องรางที่ไม่ถูกมองข้ามในกลุ่มนี้

วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560

ปลัดขิกพญาหมูมหามงคล หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ ปี 2541

ในสมัยโบราณปลัดขิกถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของเพศชาย ทั้งนี้จะผูกปลัดขิกดอกน้อยๆ ไว้ที่สะเอวของเด็กเพศชาย ซึ่งนอกจากความเชื่อในด้านป้องกันอันตรายแล้ว ยังเป็นเครื่องมือที่บ่งชี้ในเรื่องเพศอย่างเด่นชัด ต่อมาเมื่อกิตติศัพท์ทางแคล้วคลาดรอดพ้นจากโรคภัยและอันตรายต่างๆ ขจรขจายออกไป ก็เกิดความนิยมในการเสาะแสวงหา บรรดาพระเกจิอาจารย์ต่างๆ ก็รวบรวมเอาความรู้ต่างๆ ดำเนินการปลุกเสก และจัดสร้าง มีการเลือกไม้หรือวัสดุอันเป็นมงคลตลอด จนจดจารพระคาถา เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นใจให้ผู้คนมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นอานุภาพของปลัดขิกจึงมิได้จำกัดอยู่เพียงการรักษาป้องกันโรคแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่ได้กลายสภาพเป็น เครื่องรางของขลัง โดยมีความเชื่อว่ามีอานุภาพทางด้านป้องกันอันตราย มีเสน่ห์เมตตามหานิยม โชคลาภ การทำมาค้าขาย หรืออื่นๆ อีกด้วย หลวงพ่อสาคร ท่านได้ทำพิธีปลุกเสกตั้งแต่ปี 2541

วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560

ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ สร้าง 2543 รุ่นสร้างอุโบสถ


มวลสารและวัตถุอาถรรพณ์ที่นำมาสร้างปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น 
ชนวนที่นำมาสร้างเป็นวัตถุอาถรรพณ์และแผ่นยันต์ทางเมตตา มหาเสน่ห์โดยได้รวบรวมยันต์ม้าเสพนาง และยันต์อิ๋นคู่ จากเกจิอาจารย์ชาวเขมรทั้งหมดรวมไปถึงอาจารย์ฆราวาสด้วย เช่นยันต์หัวใจม้าสีหมอก ตะปูตอกฝาโลง เหล็กเสียบศพสมัยโบราณ แผ่นยันต์มหาเสน่ห์ แผ่นยันต์พญาหงส์ทอง แผ่นยันต์พิศวาสหลงใหล แผ่นยันต์เมตตาใหญ่ แผ่นยันต์เมตตาเล็ก ท่านได้ทำพิธีหลอมเข้าด้วยกันมาสร้างเป็นปลัดขิกนางครวญซึ่งเป็นเป็นสุดยอดเครื่องรางที่มีพลังทุกด้านรวมกัน
พุทธคุณปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น
หลวงพ่อชื่นท่านได้เมตตาสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องรางเน้นในเรื่องเมตตามหาเสน่ห์แก่ผู้พบเห็นทุกคน ทั้งยังปกป้องภัยอันตรายต่างๆ

วันอังคารที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2560

ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้

ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้

พุทธคุณปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อกอย
เด่นในเรื่องมหาเสน่ห์ถูกตาตรึงใจแก่ผู้พบเห็น ท่านบอกว่ามีเสน่ห์อย่างเดียว แต่ไม่มีเงิน ก็คงไปไม่รอด ก็จึงต้องเสกโภคทรัพย์ในเรื่องค้าขายดี มีกำไร เรียกลูกค้าเข้าร้าน ติดต่อเรื่องการงานสำเร็จ ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ได้อย่างสบายเป็นเรื่องดีในด้านมหาเสน่ห์ โชคลาภค้าขายสุดยอด

  • ผงกาฝากมะรุม
  • ผงกาฝากรักตายพราย
  • ผงกาฝากมะยม
  • ผงว่านช้างผสมโขลง
  • ผงม้าเสพนาง
  • ผงอาถรรพณ์รักช้างผสมโขลง
  • ผงเทพรัญจวน
  • ผงเกสรว่านดอกไม้ทอง
  • ผงว่านจูงนาง
  • ผงว่านขุนแผน
  • ผงไม้กาหลงตายพราย
  • ผงว่านร้อยนาง
  • ผงเครือเถาหลง
  • ผงดอกไม้ทองตัวผู้-ตัวเมีย
  • ผงว่านนางกวัก
  • ผงว่านสาลิกา
  • ผงแป้งมหาเสน่ห์
ท่านได้นำผงทั้งหมดเหล่านี้มากดพิมพ์ เป็นปลัดขิกนางครวญ ฯ หลวงพ่อท่านท่านได้ทำพิธีปลุกเสกตลอดไตรมาส ด้วยมนต์มหาเสน่ห์ ทั้ง 108 และ มนต์มหานิยมโชคลาภค้าขาย 108 แล้วนำมาแช่ด้วยน้ำมันมนตรามหาเสน่ห์ และ ได้ลงอักขระนะ มหาเศรษฐี เพื่อเพิ่มความขลังความศักสิทธิ์ ทุกตัวอุดด้วยตะกรุดหัวใจการะเวกลิ้นทอง ซึ่งเป็นสุดยอดทางมหาเสน่ห์สูงสุดแก่เพศตรงข้าม เพศเดียวกัน และ ผู้ใกล้ชิดทั้งหญิงชาย
คาถาปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อกอย
นะโม 3 จบ
สุ นา ตุ เม เจ ละ กะ วิล ละ กะ นะ เม ติ ฯ