แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระกริ่ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระกริ่ง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562

ประวัติและที่มาของพระกริ่ง

พระกริ่ง อันเป็นนามเรียกพระหล่อโลหะ ขนาดเล็กที่เขย่าแล้วมีเสียงกรุ๊ก กริ๊กๆ ซึ่งปัจจุบันพบเห็น บูชากันได้ไม่ยากนัก แต่สำหรับประวัติการสร้างพระกริ่งนั้น ในดินแดนสุวรรณภูมิแห่งนี้ มีประวัติการสร้างพระกริ่งมายาวนานพอสมควร และพระกริ่งอันลือชื่อของประเทศไทยนั้น จากจุดกำเนิดแห่งเดียวและได้แยก แตกสายออกไป สร้างพระกริ่งกันหลายวัด หลายสำนัก ที่โด่งดังคือ
๑. วัดบวรนิเวศวิหาร
๒. วัดจักรวรรดิ์ราชาวาส (วัดสามปลื้ม)
๓. วัดสุทัศน์เทพวราราม
ที่มาของพระกริ่ง
รูปแบบองค์พระกริ่งมาตรฐาน มีพระพุทธลักษณะประทับนั่งบนกลีบบัวคว่ำ บัวหงาย ปางมารวิชัย เพียงแต่บนพระหัตถ์ซ้ายจะปรากฎหม้อยาบ้าง วัชระบ้าง ซึ่งองค์พระกริ่งนี้ได้ถูกจำลองจาก "พระไภสัชคุรุ" เป็น พระพุทธเจ้าปางหนึ่งของลัทธิมหายาน ซึ่งหมายความว่า ทรงเป็นครูในด้านเภสัช คือ การรักษาพยาบาลทั้งนี้นิกายมหายานได้เผยแพร่สู่ดินแดนธิเบต จีน และกัมพูชา จึงมีคติสร้างพระกริ่งเพื่อทำการสักการะบูชา
พระกริ่งในประเทศไทย
พระกริ่งในประเทศไทย นั้นต้องยอมรับว่า เจ้าตำรับการสร้างพระกริ่งในปัจจุบันนี้ ต้องยกให้วัดสุทัศน์เทพวราราม เนื่องจากมีชื่อเสียงโด่งดังและมีประวัติการสร้างพระกริ่งมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่พ.ศ. ๒๔๔๑ เป็นต้นมา 
แต่ถ้าจะยกย่องให้พระกริ่งองค์แรก ที่หล่อขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ก็ได้แก่ วัดบวรนิเวศ โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงสร้างขึ้นมาและเรียกกันโดยสามัญว่า “พระกริ่งปวเรศ”
สำหรับตำราการสร้างพระกริ่งในประเทศไทยพบดังนี้ว่าตำราสร้างพระกริ่งในยุคกรุงรัตนโกสินทร์นี้ เดิมเป็นตำราของสมเด็จพระนพระชัต วัดป่าแก้ว สำนักอรัญญิกาวาสสมถธุระวิปัสสนาธุระแห่งกรุงศรีอยุธยา และมาอยู่ที่สมเด็จกรมพระยาปรมานุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัตติยวงศ์ วัดพระเชตุพนฯ จากนั้นพรมงคลทิพย์มุนี (มา) วัดจักรวรรดิราชาวาส ก่อนที่จะมาตกอยู่ที่สมเด็จพระสังฆราช (แพ) เมื่อครั้งยังทรงสมณศักดิ์เป็นพระเทพโมลี
พระกริ่งปวเรศ
เป็นสมัญญานามของพระกริ่งที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงสร้างขึ้น ทราบกันมาว่า ทรงสร้างขึ้นเพื่อประทานแก่เจ้านายที่ทรงคุ้นเคยสนิทสนม และ เจ้านายที่ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ มีจำนวนน้อยมาก ไม่เกิน ๓๐ องค์ ทรงสร้างด้วยเนื้อนวะโลหะ คว้านฐาน บรรจุเม็ดกริ่ง ปิดทับด้วยแผ่นทองแดง ซึ่งประวัติ พิธีการสร้าง ไม่มีจดบันทึกไว้ เป็นเพียงจากคำบอกเล่าและอ้างอิงกัน ดังเช่น
กรมหลวงวชิรญาณวงศ์แห่งวัดบวรฯ เคยมีดำรัสถึงเรื่องพระกริ่งปวเรศนี้ว่า "เท่าที่ฉันได้ยินมานั้น สมเด็จกรมพระยาปวเรศฯ ท่านทรงสร้างขึ้นด้วยพระองค์เอง มีจำนวนน้อยมากน่าจะไม่เกิน 30 องค์ ต่อมาได้ประทานให้หลวงชำนาญเลขา(หุ่น) ผู้ใกล้ชิดพระองค์นำไปจัดสร้างขึ้นอีกจำนวนหนึ่ง แต่หลวงชำนาญเอาไปเทนั้น จะมากน้อยเท่าใดฉันไม่ได้ยินเขาเล่ากัน"
การสร้างพระกริ่งปวเรศของสมเด็จกรมพระยาปวเรศฯนั้น น่าจะเนื่องจากว่าท่านได้รับการถวายพระกริ่งที่เรียกกันว่า "กริ่งปทุมสุริวงศ์" พร้อมตำราการสร้างพระกริ่งและตำรามงคลโลหะ ที่มีมาแต่โบราณสืบค้นได้ถึงสมัยสมเด็จพระพนรัตนวัดป่าแก้ว ทรงเห็นว่าพระกริ่งนั้นดีมีมงคล หากจะสร้างขึ้นตามตำรา แต่ดัดแปลงพุทธลักษณะที่คล้ายเทวรูปในคตินิยมแบบมหายาน ให้มีพุทธลักษณะคตินิยมแบบหินยานก็น่าจะมีเอกลักษณ์ดี
อีกทั้งเมื่อมีการขยับพระพุทธชินสีห์คราวสร้างฐานชุกชีนั้น พบว่ามีเนื้อฐานพระพุทธชินสีห์ชำรุดจึงโปรดให้ช่างตัดแต่งให้งามดุจเดิม และเนื้อฐานพระพุทธชินสีห์นั้นเองล่ะกระมังที่เป็นแรงบันดาลใจ เมื่อทรงได้ตำราสร้างพระกริ่งและตำราโลหะมงคลมา จึงได้นำโลหะที่เหลือจากการแต่งฐานพระพุทธชินสีห์มาใช้ เพราะนานไปเศษโลหะนั้นจะไม่มีผู้รู้ค่าว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์จะถูกทิ้งเสียเปล่า
พระองศ์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล ได้ทรงดำรัสถึงเรื่องพระต้นแบบพระกริ่งปวเรศเป็นความว่า "ฉันเห็นหม้อน้ำมนต์ของวัดบวรนิเวศวิหาร ฉันได้เอาแว่นขยายส่องดู จึงแน่ใจว่าเป็นพระกริ่งใหญ่(พระกริ่งจีน) หรือที่เรียกกันว่าปทุมสุริวงศ์ อันน่าจะได้รับถวายมาจากราชวงศ์นโรดมกัมพูชา? สำหรับพระกริ่งใหญ่หรือพระกริ่งปทุมสุริวงศ์นี้ เป็นพระกริ่งของจีนโบราณสมัยหมิง ได้แพร่หลายเข้ามานานแล้ว แต่ที่พบจะมาพร้อมพระกริ่งบาเก็ง ซึ่งศิลปะสกุลช่างจีนเช่นเดียวกันแต่พบที่ปราสาทบาแคงที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาพนมบาแคง
ท่านอาจารย์ตรียัมปวาย ได้กล่าวถึงเรื่องพระกริ่งปวเรศไว้ดังนี้ "พระกริ่งปวเรศที่คนโบราณเขานิยมกันนั้น มีอยู่เนื้อเดียว คือเนื้อนวโลหะผิวกลับดำ เมื่อขัดเนื้อในจะเป็นสีจำปาเทศ และเมื่อทิ้งไว้ถูกกับอากาศก็จะกลับดำอีกครั้งหนึ่งในเวลาไม่นาน การอุดก้นนั้นพบสองลักษณะ คืออุดด้วยทองแดง และอุดด้วยฝาบาตร มีเครื่องหมายลับไว้กันปลอมแปลงด้วยแต่เป็นกริ่งที่หายาก และมีผู้เจนจัดชนิดชี้เป็นชี้ตายได้น้อยแทบไม่มีเลย นอกจากจะมีองค์ที่เป็นองค์ครูแล้วนำเอาองค์อื่นมาเทียบเคียงเท่านั้น"
พระกริ่งสายวัดสุทัศน์
พระกริ่งวัดสุทัศนนั้นเนื่องจากเมื่อครั้งที่ สมเด็จพระวันรัต(แดง) พระอุปัชฌาย์อาพาธเป็นอหิวาตกโรค สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของพระองค์ทรงเคยรักษาผู้ป่วยเป็นอหิวาตกโรคให้หายได้ ด้วยการอาราธนาพระกริ่งลงในน้ำ ทำเป็นน้ำพระพุทธมนต์ แล้วโปรดให้น้ำนั้นแก่ผู้ป่วยดื่ม ปรากฏว่าหายอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อตรัสอย่างนั้นแล้วก็อาราธนาพระกริ่งลงในน้ำ ทำน้ำพระพุทธมนต์ประทานแก่ สมเด็จพระวันรัต(แดง) เมื่อท่านฉันน้ำพระพุทธมนต์นั้นแล้วก็บรรเทาหายอาพาธเป็นปกติ (คือนำพระกริ่งปวเรศ มาทำน้ำพระพุทธมนต์)
สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทว) วัดสุทัศนเทพวรารามได้ทอดพระเนตรเห็นคุณวิเศษน่าอัศจรรย์ของพระกริ่งในขณะนั้นแล้ว จึงเกิดความสนพระทัย และทรงเริ่มศึกษาค้นคว้าตำราที่จะสร้างพระกริ่งเรื่อยมา จนมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการสร้าง จนเจนจบ เมื่อจะมีการสร้างพระกริ่งขึ้นครั้งใด พระองค์จะถูกขอร้องให้เป็นผู้ชี้แจงการสร้าง และการหล่อ ในฐานะประธานการหล่อพระกริ่งเสมอมา
ตำนานความเป็นมาของพระกริ่งและ พระชัยวัฒน์ "คำว่ากริ่ง" นี้ หมายความว่ากระไร สมเด็จฯ (สมเด็จพระสังฆราช แพ ติสฺสเทว) เคยรับสั่งเสมอว่า คำว่า "กริ่ง" นี้ มาจากคำถามที่ว่า "กึ กุสโล" (กิง กุสะโล) คือ เมื่อพระโยคาวจรบำเพ็ญสมณธรรมมีจิตผ่านกุศลธรรมทั้งปวงเป็นลำดับไปแล้ว
มูลเหตุที่สมเด็จพระสังฆราช(แพ) ทรงสร้างพระกริ่งและ พระชัยวัฒน์นั้น มีดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ ทรงเล่าว่าเมื่อพระองค์ดำรงสมณศักดิ์เป็นพระศรีสมโพธิ ครั้งนั้น สมเด็จพระวันรัต (แดง) อาพาธเป็นอหิวาตกโรค สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ครั้งยังทรงเป็นกรมหมื่นเสด็จมาเยี่ยม เมื่อรับสั่งถามถึงอาการของโรคเป็นที่เข้าพระทัยแล้ว รับสั่งว่า เคยเห็นกรมพระยาปวเรศฯเสด็จพระอุปัชฌาย์ของพระองค์อาราธนาพระกริ่งแช่น้ำอธิษฐาน ขอน้ำพระพุทธมนต์แล้วให้คนไข้เป็นอหิวาตกโรคกินหายเป็นปกติ พระองค์จึงรับสั่งให้มหาดเล็กที่ตามเสด็จไปนำพระกริ่งที่วัดบวรนิเวศแต่สมเด็จฯ ทูลว่า พระกริ่งที่กุฏิมี สมเด็จพระมหาสมณเจ้า จึงรับสั่งให้นำมา แล้วอาราธนาพระกริ่งแช่ น้ำอธิษฐานขอน้ำพระพุทธมนต์แล้วนำไปถวายสมเด็จพระวันรัต (แดง) เมื่อท่านฉันน้ำพระพุทธมนต์แล้ว โรคอหิวาต์ก็บรรเทาหายเป็นปกติ ส่วนจะเป็นพระกริ่งสมัยไหนพระองค์ท่านรับสั่งว่าจำไม่ได้
พระกริ่งสายวัดจักรวรรดิ์ราชาวาส
ยังมีพระกริ่งอีกสายหนึ่ง ซึ่งคงความเข้มข้นด้านเนื้อหาและประวัติการสร้างพระจากตำรับโบราณ คือ พระกริ่งสายวัดจักรวรรดิ์ราชาวาส ซึ่งสร้างในสมัยพระพุฒาจารย์ เอนกสถานปรีชา ฯ (มา) สมัยรัชกาลที่ ๕
พระพุฒาจารย์ เดิมชื่อ มา ชื่อ อินทร์สร ในพระพุทธศาสนา เกิดในสกุลอุบาสกใจบุญ โยมผู้ชายชื่อ ทองอยู่ โยมผู้หญิงชื่อ แช่ม พระพุฒาจารย์เกิดเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน พระพุทธศักราช ๒๓๘๐ ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีระกานพศก (จุลศักราช ๑๑๙๙) ณ ตำบลบ้านเขาแหลม อำเภอสำเพ็ง กรุงเทพฯ ครั้นพระพุทธศักราช ๒๔๐๔  ตรงกับปีระกา ตรีศก (จุลศักราช ๑๒๒๓) ท่านมีชนมายุได้ ๒๕ ปี จึงอุปสมบทเป็นภิกษุ ณ วัดจักรวรรดิ์ราชาวาส
และวันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๗ (รัตนโกสินทรศก ๑๓๓) ตรงกับ ณ วันศุกร์ แรม ๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีขาล ฉศก (จุลศักราช ๑๒๗๖) เวลา ๑๐ ทุ่ม ๓๐ นาที ท่านได้ถึงแก่มรณภาพ มีชนมายุ ๗๘ ปี กับ ๑ เดือน ๒๒ วัน มีพรรษาได้ ๕๒ พรรษา
การสร้างพระกริ่งของท่านเจ้ามานั้น มีการสร้างพระกริ่งและขนาดเล็ก (พระชัยวัฒน์) ซึ่งหล่อไว้ในราวอายุใกล้เคียงกับสมัยสมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์วราราม ซึ่งถ่ายทอดวิชาความรู้ตำรับการสร้างพระกริ่งระหว่างกันและกัน
พระกริ่งล้มลุก
เป็นพระกริ่งที่มีชื่อเสียงอันดับ ๑ แห่งวัดจักรวรรดิ์ราชาวาส ซึ่งองค์พระมีขนาดเล็ก ไม่ใหญ่มาก ลักษณะองค์พระกริ่งนั่งขัดสมาธิเพชร ประทับบนดอกบัว ส่วนฐานถูกตะไบให้มีกลม เนื่องจากเป็นการหล่อพระแบบโบราณ ช่างจึงตะไบที่ฐานเพื่อลบเศษโลหะที่ไม่ต้องการออก เลยทำให้เป็นฐานกลม เหมือนตุ๊กตาล้มลุก อีกทั้งชื่อยังพ้องกับ ล้มแล้วลุก จึงเป็นที่ใฝ่หาของบรรดาลูกศิษย์มาก
ลักษณะที่ดีของพระกริ่ง
พระกริ่งที่มีลักษณะดี ต้องมีเสียงเขย่าแล้วดังกังวาน ถ้าไม่ดัง เขานิยมเรียกกันว่า "พระกริ่งใบ้" ผิวโลหะเป็นมันวาว สีดำสนิด และขัดถูด้วยมือจะเห็นเป็นสีเงินยวง สักพักผิวจะกลับดำ และเนื้อโลหะต้องตึง ไม่มีรูตามด
การบรรจุกริ่งเข้าไป ทำได้หลายวิธี ต่างสำนักก็ต่างวิธี แต่ที่สุดยอดต้องยกให้ของวัดสุทัศน์อีกเช่นกัน ทำการอุดกริ่งด้วยการไม่เห็นความแตกต่างของเนื้อโลหะ และอุดกรุ่งตรงสะโพกเท่านั้น
พระกริ่งบางสำนักก็อุดที่ฐาน อุดสะโพก หรือแม้กระทั่งคว้านก้นให้เป็นรูแล้วหาแผ่นมาปิด ก็แล้วแต่จะทำกัน
การหล่อโลหะก็สำคัญ บางแห่งทำจากโรงงาน บางแห่งหล่อแบบโบราณตามตำรับ บางแห่งใช้โลหะปั๊มขึ้นรูป ก็ขึ้นอยู่กับว่ากระบวนการสร้างพระกับเจตนา ต่างกันอย่างไร แต่เขาจะให้เกียรติการหล่อโบราณให้เป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งการหล่อแบบโบราณคือ การหล่อพระและหุ้มดินขี้วัว ตอกทอย และมัดด้วยลวด ซึ่งมีกระบวนการยุ่งยากและซับซ้อน มีการหล่อแบบเป็นช่อ หล่อแบบลอยตัว (เรียกว่าเบ้าทุบ)
รายการพระกริ่ง
ข้อมูลโดย http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2010/08/K9607687/K9607687.html

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2562

พระกริ่งโภคทรัพย์ ฝังตะกรุดหัวใจเศรษฐี หลวงพ่อแดง วัดห้วยฉลองราษฏร์

พระกริ่งโภคทรัพย์ ฝังตะกรุดหัวใจเศรษฐี หลวงพ่อแดง วัดห้วยฉลองราษฏร์ จังหวัดอุตรดิตถ์
พุทธคุณพระกริ่งโภคทรัพย์ หลวงพ่อแดง วัดห้วยฉลองราษฏร์
พุทธคุณเด่นในเรื่อง เมตตา เสริมบารมี เสริมหน้าที่การงาน ยศถาบรรดาศักดิ์ นำมาซึ่งความร่มเย็น มั่งมีศรีสุข ความเจริญก้าวหน้า เป็นที่รักของมนุษและเทวดา ใครที่คิดร้ายต้องพินาศย่อยยับปราศจากศัตรูหมู่มาร แคล้วปลอดภัย แก้อาถรรพณ์ แก้คุณไสย ขจัดภูตผีปิศาจ บังเกิดแต่โชคลาภ โภคทรัพย์ มีเงิน มีทอง มั่งมีศรีสุข ไม่ขัดสน จะหนุนนำค้ำจุนชีวิตให้ดีขึ้น มีความเจริญรุ่งเรืองไม่ตกอับ กินไม่หมด จนไม่เป็น อุดมไปด้วย ทรัพย์สมบัติ ไม่อดอยาก รวยตลอดกาล เป็นเลิศในความร่ำรวย เพื่อความเป็นมหาเศรษฐี ความมั่งคั่ง ปกป้องคุ้มครองดูแลให้ผู้บูชามีแต่ความสุข ปราศจากอุปสรรค์ ทุกข์โศกโรคภัย มีความเจริญก้าวหน้า ยิ่งๆขึ้นไป และเป็นผู้มากด้วยโภคทรัพย์ อธิษฐานขอสิ่งใด จะมีความสำเร็จ สมปรารถนาทุกประการ สิ่งที่เลวร้ายกลับกลายเป็นดี มีความก้าวหน้าทุกประการ เป็นวัตถุมงคลที่เต็มไปด้วย ความขลังความศักดิ์สิทธิ์ มีพุทธคุณสุดยอดดีครอบจักรวาล
พระกริ่งโภคทรัพย์ เนื้อนวะโลหะ ใต้ฐานอุดด้วยพญาไก่แก้ว ฝังตะกรุดหัวใจเศรษฐี เส้นเกษา หลวงพ่อแดง วัดห้วยฉลองราษฏร์

วันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560

พระกริ่งชินบัญชร เสริมดวงมหามงคล รุ่นแรก หลวงพ่อสุพจน์ วัดห้วงพัฒนา

เป็นพระกริ่งมีทั้งพุทธศิลป์ และพุทธคุณ ที่เข้มขลังด้วยพุทธคุณได้สร้างเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์หนึ่งเดียวในทิศบูรพาเช่นตราด ชลบุรี จันทบุรี ระยอง ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ไม่มีใครเหมือนสุดยอดแห่งพระกริ่งของหลวงพ่อ สุพจน์ ที่มีผู้กล่าวขวัญถึงความสวยงาม และความศักดิ์สิทธิ์ เป็นเสน่ห์แก่ผู้พบเห็น จึงเชื่อว่าลูกศิษย์ ของหลวงพ่อ สุพจน์ โดยเฉพาะภาคตะวันออกและจังหวัดใกล้เคียงจะต้องมีไว้บูชาและหวงแหนเสมือนหนึ่งสัญลักษณ์ของลูกศิษย์ของหลวงพ่อสุพจน์ ที่เป็นคนทันสมัยรักสวย รักงาม ไปที่ไหนก็รู้ว่าเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อ สุพจน์ ประกอบกับความพิถีพิถันในการจัดสร้างทางวัดจึงจัดสร้างได้เพียงจำนวนเดียว จึงเชื่อว่าเหรียญพระกริ่งชินบัญชร เสริมดวงมหามงคล ได้รับความนิยมจากลูกศิษย์ของหลวงพ่อ สุพจน์ อย่างรวดเร็วและอยู่ในความนิยมในลำดับต้นๆแน่นอน
พระกริ่งชินบัญชร เสริมดวงมหามงคล รุ่นแรก หลวงพ่อ สุพจน์ วัดห้วงพัฒนา จังหวัดตราด รุ่นนี้ มีเอกลักษณ์ ที่โดดเด่น สวยงามอลังการเต็มเปี่ยมไปด้วยความขลังความศักดิ์สิทธิ์ ถือว่าเป็นวัตถุมงคลรุ่นแรกของหลวงพ่อสุพจน์ และของดีแห่งเมืองตราดก็ว่าได้ สาเหตุที่หลวงพ่อท่านได้สร้างพระกริ่งรุ่นนี้ ขึ้นมานั้น เนื่องจากท่านได้คิดว่า จะสร้างพระกริ่งขึ้นมาให้มีขนาดห้อยคอ หรือบูชาติดตัวได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ซึ่งมีพุทธคุณสุดยอดดีครอบจักรวาล พระกริ่งรุ่นนี้ ใครมีไว้บูชาติดตัวจะช่วยพลิกผันหนุนดวงต่อชะตาให้พ้นจากภัยพิบัติทั้งหลายทั้งปวงจากร้ายกลายเป็นดี ลดเคราะห์ หลีกภัย ชนะคดีความ ศัตรูคู่แข่ง ขับคุณไสยไล่อัปมงคล ภูตผีปิศาจ วิญญาณร้ายต่างๆ มิให้มาแผ้วพาลใกล้ตัวผู้บูชา ให้บังเกิดแต่โชคลาภ โภคทรัพย์ มีเงินมีทองมั่งมีศรีสุข ไม่ขัดสน ทำธุระกิจการงานใด มีแต่ราบรื่นเจริญก้าวหน้า ดียิ่งนัก หากผู้ใดกำลังกำลังจะมีโชคลาภก็เหมือนว่ามีอะไรกั้นขวางมาบดบังอยู่ ให้นำพระกริ่งชินบัญชร รุ่นเสริมดวงมหามงคล ไปบูชา จะเป็นการช่วยเปิดทาง เปิดดวงให้แก่ผู้บูชาให้ดียิ่งขึ้น และค้ำชูหนุนดวงชะตาของผู้บูชามิให้ตกต่ำให้บูชาติดตัวไว้เถิดดียิ่งนัก หลวงพ่อ สุพจน์ ท่านเป็นพระที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณวุฒิ และวัยวุฒิ ทรงคุณธรรม มีวัตรปฏิบัติปฏิปทาศิลาจารวัตร อุดมสมบูรณ์ และยังเต็มไปด้วยพลังแห่งวิชาอาคม พลังจิต และบารมี ได้ปลุกเสกสุดยอด พระกริ่งชินบัญชร เสริมดวงมหามงคล เป็นพระกริ่งอมตะแห่งยุคฝากไว้ในแผ่นดิน

วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560

พระกริ่งไตริฏก หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ

พุทธคุณพระกริ่งไตริฏก หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ
มีอานุภาพมหาศาลพุทธคุณเปี่ยมทุกด้าน ไม่ว่าด้านเมตตา มหาโชค ค้าขาย คงกระพัน แคล้วคลาดปลอดภัย หลวงพ่อสาคร ท่านได้ตั้งใจปลุกเสกพระกริ่งรุ่นนี้ ท่านบอกว่าสามารถบูชาแทนพระกริ่งชินบัญชรได้อย่างสบาย
หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ นับว่าเป็นพระที่เจริญรอยตามอาจารย์โดยแท้ ด้วยศิลาวัตรที่งดงามอีกรูปหนึ่ง มีอาคมอันแก่กล้าในการจัดสร้างวัตถุมงคลแต่ละครั้ง หลวงพ่อสาครจะทำด้วยความตั้งใจ ก็เพื่อให้บังเกิดผลต่อผู้ที่มีไว้บูชาโดยแท้ วัตถุมงคลที่ท่านสร้างนั้นแต่ละรุ่นเปี่ยมด้วยพุทธาคม ประสบการณ์ อภินิหาร วัตถุมงคลเป็นที่เสาะแสวงหากันมาก และหมดไปจากวัดภายในพริบตาเดียว นับว่าท่านเป็นเพชรน้ำเอกอีกรูปหนึ่งที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือแทนหลวงปู่ทิม
ในไตรมาสปี พ.ศ.2544 หลวงพ่อสาครได้จัดสร้างพระกริ่งขึ้นมารุ่นหนึ่งท่านให้ชื่อ ว่าพระกริ่งไตรปิฏก อุดผงพรายกุมารฝังตะกรุด สามกษัตริย์ เป็นพิมพ์ใหญ่ ส่วนพิมพ์เล็กเรียกว่า พระกริ่งน้อยไตรปิฏก ก้นจาร พระกริ่งรุ่นนี้มีประสบการณ์มากมายจึงทำให้เป็นที่เสาะแสวงหาของลูกศิษย์ของท่านและบุคคลทั่วไป พระกริ่งรุ่นนี้ ดีทั้งนอกและดีทั้งใน ซึ่งได้นำชนวนอันศักดิ์สิทธิ์ที่นำมาหล่อหลอม อาทิเช่น ชนวนพระกริ่งชินบัญชร ชนวนพระกริ่งปรโม หลวงพ่อเริ่ม วัดจุกเฌอ พระกริ่งเก้าแก้ว หลวงปู่แก้ว เกสาโร พระกริ่งหลวงปู่คร่ำ วัดวังหว้า พระกริ่งหลวงปูม่น วัดเนินตามาก แผ่นชนวนเกจิอาจารย์ทั่วประเทศที่ผ่านพิธีปลุกเสกทุกค่ำคืนไม่เคยขาดตลอดไตรมาส

วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560

พระกริ่ง รุ่นปัดเคราะห์ล้างกรรม หลวงพ่อจืด ปี 2549 สร้างเป็นรุ่นแรก

พระกริ่ง รุ่นปัดเคราะห์ล้างกรรม ปี 2549 สร้างเป็นรุ่นแรก หล่อโบราณเบ้าทุบ ประสบการณ์เพียบ
หลวงพ่อจืด สวนปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี นครปฐม หลวงพ่อจืดท่านได้สร้างพระกริ่งขึ้นมาเป็นครั้งแรกท่านให้ชื่อว่ารุ่นปัดเคราะห์ล้างกรรม สร้างแบบเทโบราณ ปลุกเสกทิ้งทวนซึ่งได้นำชนวนศักดิ์สิทธิ์อาทิเช่น ชนวนศักดิ์สิทธิ์ทุกรุ่นของหลวงพ่อจืด หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม หลวงพ่อแดง วัดห้วยฉลองราษฏร์ หลวงพ่อสาย วัดนามวิจิตร หลวงพ่อชื่น วัดตาอี หลวงพ่อฤทธิ์ วัดชลประทาน หลวงพ่อสังข์งวัดดอนตรอ หลวงพ่อฉิ้น วัดเมือง อาจารย์นอง วัดทรายขาว หลวงพ่อเขียว วัดห้วยเงาะ หลวงพ่อทิม วัดพระขาว หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง หลวงพ่อมัก วัดเขาเล็กรางสะเดา หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว หลวงพ่อสง่า วัดบ้านหม้อ ครูบาหาญ วัดดงลาน หลวงพ่อแย้ม วัดตะเคียน หลวงพ่อเจือ วัดกลางบางแก้ว หลวงพ่อไสว วัดปรีดาราม หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ หลวงพ่ออั๊บ วัดท้องไทร หลวงพ่อชำนาญ วัดบางกูฏี หลวงปู่เหรียญ วัดอรัญบรรพต หลวงพ่อเพี้ยน วัดเกริ่นกฐิน หลวงพ่อแล วัดพระทรงหลวงพ่อกลั่น วัดเขาอ้อ หลวงพ่อเผือด วัดมะกอก และทองคำหนัก 15บาทและ
แผ่นยันต์ลงอักขระ ของเกจิอาจารย์ทั่วประเทศ108คณาจารย์ เพื่อเน้นพุทธคุณดีทั้งนอกดีทั้งในถือว่าเป็นชนวนที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ท่านได้เน้นในเรื่องเสริมดวง ปัดเคราะห์ล้างกรรมพลิกดวงชะตาชีวิตจากร้ายกลายเป็นดี มีเคราะห์มีกรรมทำมาหากินไม่คล่อง ดวงไม่ดีพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก บูชาพระกริ่งเสริมดวงปัดเคราะห์ล้างกรรมจากเรื่องที่หนักจะกลายเป็นเรื่องเบา มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต สำหรับท่านที่ดวงดีอยู่แล้วก็ช่วยส่งเสริมให้ดียิ่งๆขึ้นเป็นทวีคูณ ส่งเสริมฐานะความเป็นอยู่หน้าที่การงานให้เจริญยิ่งๆขึ้นไป ถ้าผู้ใดคิดร้ายต่อเรา ผลนั้นจะสะท้อนกลับไปถึงผู้นั้นแม้จะมีอุปสรรค์อันตรายบาปเคราะห์รบกวนสักเท่าไหร่ก็ดี ก็จะสามารถฝ่าฟันไปได้ ผู้บูชาจะไม่รู้ยากรู้จนเลย เจริญในลาภยศทุกประการคุ้มกันเสนียดจัญไรได้อย่างสารพัด กันคุณไสยนานาประการบูชาติดตัวจะเป็นเมตตา ข้าศึกพ่ายแพ้ไปสิ้น มิอาจทำอันตรายแก่เราได้จะเป็นที่รักเทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย มีบารมีโชคลาภค้าขาย ป้องกันภัย แคล้วคลาดปลอดภัย อาราธนาทำน้ำมนต์ดื่มกิน อาบ บรรเทาโรคภัยแก้กรรมโรคพิสดารต่างๆที่แพทย์หาสาเหตุไม่เจอ มีพุทธคุณล้นเหลือแล้วแต่จะปรารถนาเอาเถิด

วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560

คุณพระกริ่ง หลวงพ่อสาย วัดตะเคียนราม รุ่นผ้าป่า ปี ๒๔๔๗



พุทธคุณพระกริ่ง หลวงพ่อสาย วัดตะเคียนราม รุ่นผ้าป่า ปี ๒๔๔๗พระกริ่งรุ่น ๑ นี้มีพุทธคุณเป็นที่เลื่องลือกันในด้านแคล้วคลาด คงกระพัน มหาอุด ป้องกันศัตราวุธทั้งปวง โดยมีลูกศิษย์ที่เป็นทหารไปประจำการอยู่ในชายแดนสามจังหวัดภาคใต้ได้มากราบหลวงพ่อกันเพื่อน ทหารที่ไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้วยกันขอบูชาพระกริ่งรุ่นแรกและวัตถุลงคลอื่น ๆ จากทางวัด เมื่อนำติดตัวในการไปปฏิบัติราชการโดยเล่าประสบการณ์ให้ฟังว่า เขาได้พระกริ่งรุ่นแรกของหลวงพ่อสายแขวนติดตัวตลอดเวลาในการไปปฏิบัติหน้าที่ไม่เคยถอนออกแม้แต่ครั้งเดียว ผ่านการปะทะสู้รบมาหลายครั้ง และครั้งล้าสุดในขณะที่ลาดตระเวนไปตามเส้นทางที่รับผิดชอบกับเพื่อนทหารถูกกดระเบิดและถล่มยิ่งซ้ำจากโจรก่อการร้ายที่ซุ่มดักอยู่ข้างทาง ระเบิดได้เกิดระเบิดขึ้นระหว่างกลางเขากันเพื่อนห่างไม่ถึง 3 เมตร เพื่อนเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน เขานั้นแคล้วคลาดปลอดภัยไม่ได้รับอันตรายใด ๆ มั่นใจในพระพุทธคุณของพระกริ่งจึงได้มากราบขอบูชาให้เพื่อนทหารได้มีติดตัวปกป้องภัยและอีกหลาย ๆ ประสบการณ์ที่ปรากฏแก่บรรดาผู้ที่มีพระกริ่งรุ่นนี้ สามารถสืบถามได้จากชาวบ้านที่นำติดตัวไปทำงานในต่างถิ่นในละแวกหมู่บ้านนี้
มีรุ่นหนึ่งเป็นรุ่นพิเศษของวัดที่บรรดาลูกศิษย์และผู้ที่มีศรัทธาในตัวของหลวงพ่อได้ขอให้ท่านได้สร้างขึ้นเหมือนกับวัดอื่น ๆ ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าให้ถึงเวลาอันเป็นมงคลฤกษ์งามและทุกอย่างพร้อมก่อน นั้นก็คือพระกริ่งของวัดตะเคียนรามที่ยังไม่ได้สร้างเลย จนหลวงพ่อได้รวบรวมชนวนโหละศักดิ์สิทธิ์ จากสถานที่สำคัญทั้งในไทยและจากเขมรจาอักษรลงยันต์ปลุกเสกหลายไตรมาส จึงได้สร้างพระกริ่ง ขึ้นมา โดยเลือกเอาแบบพระกริ่งที่ท่านได้มาช่วงเดินธุดงค์ในประเทศเขมรมาเป็นต้นแบบ เป็นพระกริ่งที่มีลักษณะแตกต่างจากพระกริ่งทั่วไป ประทับนั่งแบบสมาธิเพชรอยู่บนฐาน 2 ชั้น ห่มจีจรหลายขีดตัดเป็นตาราง ด้านหลังมีอักษร 2 แถว แถวแรกบนประทับอักษร “หลวงพ่อสาย” แถวล่าง “วัดตะเคียนราม” หล่อแบบโบราณเนื้อโลหะเก่าผสม ส่วนก้นฐานของพระมีเส้นนูน 2 เส้น เส้นสันขีดตั้งฉากแบ่งกึ่งกลางเส้นยาว บนเลขหนึ่งไทย (บอกรุ่นที่หนึ่ง)

วันจันทร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560

พระกริ่งโภคทรัพย์ เจ้าชายชัยวรมัน หลวงปู่ข้าวแห้ง รุ่นบูชาครูเศรษฐีรับทรัพย์


พระกริ่งโภคทรัพย์ เจ้าชายชัยวรมัน หลวงปู่ข้าวแห้ง รุ่นบูชาครูเศรษฐีรับทรัพย์


ปาฏิหาริย์วัตถุมงคลอีสานใต้
สืบสานตำนาน หลวงปู่สรวง จ.ศรีสะเกษ (มหาเถระ 5 แผ่นดิน)
พุทธศิลป์เลิศ พิธีขลัง มหัศจรรย์ล้ำลึก หลวงปู่ข้าวแห้ง วัดตาปันศรัทธาธรรม จ.สุรินทร์ ศิษย์เอก หลวงปู่สรวง (เทวดาเดินดิน / เล่นดิน)
รุ่นบูชาครูเศรษฐีรับทรัพย์

พุทธคุณเด่น พระกริ่งโภคทรัพย์ เจ้าชายชัยวรมัน หลวงปู่ข้าวแห้ง รุ่นบูชาครูเศรษฐีรับทรัพย์
พุทธคุณเด่น ในเรื่อง เมตตา เสริมบารมี เสริมหน้าที่การงาน ยศฐาบรรดาศักดิ์ นำมาซึ่งความร่มเย็น มั่งมีศรีสุข ความเจริญก้าวหน้า เป็นที่รักของมนุษและเทวดา ใครที่คิดร้ายต้องพินาศย่อยยับปราศจากศัตรูหมู่มาร แคล้วปลอดภัย แก้อาถรรพณ์ แก้คุณไสย ขจัดภูตผีปิศาจ บังเกิดแต่โชคลาภ โภคทรัพย์ มีเงิน มีทอง มั่งมีศรีสุข ไม่ขัดสน จะหนุนนำค้ำจุนชีวิตให้ดีขึ้น มีความเจริญรุ่งเรืองไม่ตกอับ กินไม่หมด จนไม่เป็น อุดมไปด้วย ทรัพย์สมบัติ ไม่อดอยาก รวยตลอดกาล เป็นเลิศในความร่ำรวย เพื่อความเป็นมหาเศรษฐี ความมั่งคั่ง เหมือนดั่งได้พระบารมีจากพระเจ้าชัยวรมัน ท่านปกป้องคุ้มครองดูแลให้ผู้บูชามีแต่ความสุข ปราศจากอุปสรรค์ ทุกข์โศกโรคภัย มีความเจริญก้าวหน้า ยิ่งๆขึ้นไป และเป็นผู้มากด้วยโภคทรัพย์ อธิษฐานขอสิ่งใด ท่านจะประทานพรให้ความสำเร็จ สมปรารถนาทุกประการ สิ่งที่เลวร้ายกลับกลายเป็นดี มีความก้าวหน้าทุกประการ เป็นวัตถุมงคลที่เต็มไปด้วย ความขลังความศักดิ์สิทธิ์ มีพุทธคุณสุดยอดดีครอบจักรวาล ศิษย์หลวงปู่สายตรง พลาดไม่ได้ครับ พุทธคุณ ดีครบเครื่อง หลวงปู่ข้าวแห้ง ท่านได้สร้างไว้เป็นตำนาน จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ เจตนา ของท่านเป็นอย่างนั้นจริงๆ