แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เบี้ยแก้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เบี้ยแก้ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562

คนกลัวผีต้องมีไว้ 3 เครื่องราง พกติดตัวไว้ ป้องกัน กำราบผีร้ายไล่อาถรรพ์มนต์ดำดีนัก








ความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งที่มองไม่เห็นนั้น อาจทำให้หลายคนเกิดความรู้สึกหวาดกลัว โดยเฉพาะเรื่องผีๆสางๆ จึงต้องหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นการสวดมนต์ ไหว้พระ แผ่เมตตา และอีกอย่างหนึ่ง คือการบูชาเครื่องรางของขลังพกติดตัว เพื่อป้องกันเหล่าภูตผีปีศาจมารังควาญ โดยเครื่องรางที่นับได้ว่าเป็นสุดยอดของการป้องกันวิญญาณร้ายมาตั้งแต่สมัยโบราณมีอยู่สามสิ่งด้วยกันคือ
เบี้ยแก้ 
เบี้ยแก้เป็นเครื่องรางที่นิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณ สร้างมาจากเบี้ยจั่นซึ่งเป็นหอยทะเลชนิดหนึ่ง ทำการบรรจุปรอทเอาไว้ภายใน แล้วปลุกเสกด้วยคาถาอาคมเพื่อให้เกิดอานุภาพป้องกันภูตผีปีศาจ แก้อาถรรพ์คุณไสยมนต์ดำ โดยเบี้ยแก้ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก คือ เบี้ยแก้สายวัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม ได้แก่ เบี้ยแก้หลวงปู่บุญ, หลวงปู่เพิ่ม ,หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว และยังมี เบี้ยแก้ หลวงปู่รอด วัดนายโรง กทม. ที่ได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน  เนื่องจากเป็นการสร้างตามตำราโบราณและมีความละเอียดในทุกขั้นตอน ทำให้เกิดประสบการณ์มากมาย โดยเฉพาะการป้องกันภูติผี และขับไล่ในสิ่งที่มองไม่เห็น
แต่สำหรับเบื้ยแก้ของหลวงปู่บุญ หลวงพ่อเพิ่ม หลวงปู่เจือ หลวงปู่รอด ในยุคต้นนั้น ถือว่าหาได้ยากและราคาค่อนข้างสูง แต่ก็ยังมีเบี้ยแก้ในยุคหลังๆซึ่งมีประสบการณ์และเป็นที่นิยม เช่น เบี้ยแก้ หลวงพ่อสืบ วัดสิงห์ จ.นครปฐม, เบี้ยแก้ พระอาจารย์สำราญ วัดสง่างาม จ.พระนครศรีอยุธยา,  เบี้ยแก้ หลวงพ่อเสียน วัดมะนาวหวาน จ.อ่างทอง, เบี้ยแก้หลวงพ่อทรง วัดศาลาดิน จ.อ่างทอง, เบี้ยแก้ของหลวงพ่อตี๋  วัดหูช้าง จ.นนทบุรี, เบี้ยแก้สารพัดกัน-สารพัดแก้ หลวงพ่อสาย วัดนามวิจิตร จ.ศรีสะเกษ เป็นต้น ซึ่งนับว่าเป็นที่ยอมรับด้านประสบการณ์และมีอานุภาพแรง กันผีสางได้ดีเช่นกัน
มีดหมอ 
มีดหมอ เป็นอีกหนึ่งเครื่องรางอันเข้มขลังที่ใช้ในการกำราบภูตผีปีศาจมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยต้องลงอักขระเลขยันต์ ปลุกเสกกำกับเพื่อให้มีอานุภาพ  มีดหมอที่เลื่องลือในประสบการณ์ป้องกันภูตผีปีศาจได้ดี คือ มีดหมอ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์ , มีดหมอ หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว จ.นครสวรรค์, มีดหมอหลวงพ่อจ้อย วัดศรีอุทุมพร จ.นครสวรรค์ , มีดหมอ หลวงพ่อบุญมี วัดเขาสมอคอน จ.ลพบุรี เป็นต้น แต่สำหรับมีดหมอหลวงพ่อเดิมนั้น ถือเป็นมีดหมอที่หายากและราคาสูงมาก ส่วนมีดหมอของพระเกจิอาจารย์ท่านอื่นๆในยุคหลังๆ ก็เข้มขลังเช่นกัน ใช้สำหรับป้องกันผี หรือ ไล่อาถรรพ์ร้ายได้ และในบางรุ่นก็เป็นมีดหมอขนาดกระทัดรัดสามารถพกพาติดตัวได้อย่างสะดวก
ท้าวเวสสุวรรณ
ท้าวเวสสุวรรณ ไม่ว่าจะเป็นขนาดบูชา ขนาดลอยองค์ ผ้ายันต์ ที่ผ่านการอธิษฐานจิตปลุกเสกจากพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงเวทย์ ล้วนมีอำนาจในการป้องกันภูตผีปีศาจโดยตรง เนื่องจากคติความเชื่อ ท้าวเวสสุวรรณ คือหนึ่งในท้าวจตุโลกบาล บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาชิกา ทำหน้าที่ดูแลปกครองยักษ์ และภูติผีปีศาจ ในสมัยโบราณมักจะนำยันต์ท้าวเวสสุวรรณมาไว้บนหัวนอน หรือติดไว้ตามประตูบ้านเพื่อป้องกันภูตผีปีศาจมารบกวน ซึ่งได้ผลอย่างยอดเยี่ยม
สำหรับท้าวเวสสุวรรณไม่ว่าจะออกโดยวัดไหน ล้วนแต่มีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้น แต่ที่ได้รับความนิยมบูชาเพราะเลื่องลือในประสบการณ์ป้องกันภูติผีปีศาจ ได้แก่ ท้าวเวสสุวรรณที่ออกโดยวัดสุทัศน์ฯ กทม., ท้าวเวสสุวรรณ วัดสามัคคีธรรม กทม., ท้าวเวสสุวรรณ วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม ,ท้าวเวสสุวรรณ หลวงปู่เกลี้ยง วัดบ้านโนนแกด จ.ศรีสะเกษ , ท้าวเวสสุวรรณ หลวงปู่ชื่น วัดตาอี, ท้าวเวสสุวรรณ หลวงปู่หมุน วัดบ้านจาน ศรีสะเกษ, ท้าวเวสสุวรรณ หลวงปู่กาหลงเขี้ยวแก้ว วัดเขาแหลม จ.สระแก้ว,ท้าวเวสสุวัณ หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ จังหวัดบุรีรัมย์, ท้าวเวสสุวรรณ หลวงพ่อผาด วัดบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ,ท้าวเวสสุวัณมหาปราบขับไล่ภูตผีปีศาจพิมพ์ 2 หน้า หลวงพ่อจืด เป็นต้น
เครื่องรางเหล่านี้ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนที่มีความเชื่อเรื่องลี้ลับหรือหวาดกลัวสิ่งที่มองไม่เห็น ให้เกิดความรู้สึกอุ่นใจ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจได้เช่นกัน
ข้อมูลโดย https://www.tnews.co.th

วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เบี้ยแก้ เครื่องรางของขลัง กันคุณไสย

เบี้ยแก้ เครื่องรางของขลัง กันคุณไสย
เบี้ยแก้ เครื่องรางของขลัง ของไทย
เบี้ยแก้ เป็นเครื่องรางของขลังอันเก่าแก่มาแต่โบราณ การนำหอยเบี้ยมาเป็นเครื่องนั้นไม่ใช่ว่าจะมีอยู่แต่ในประเทศไทยเท่านั้น ในประเทศต่างๆ ก็ยังนำหอยเบี้ยมาเป็นเครื่องของขลังกันหลายประเทศ เช่น ในอินเดีย เขมร ลาว และอีกหลายๆ ประเทศ แต่คติการสร้างนั้นอาจจะแตกต่างกันไปครับ อย่างในอินเดียศาสนาพราหมณ์จะมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับหอยหลายๆ อย่าง ถ้าเป็นเบี้ยจั่น เขาถือว่าเบี้ยนั้นเป็นตัวแทนพระลักษมี ส่วนของไทยเรานั้นมีการนำเบี้ยมาเป็นเครื่องรางมาแต่สมัยโบราณ คนไทยเรามักนำเบี้ยมาห้อยคอเด็ก ถือเป็นเครื่องรางทางด้านโชคลาภ และคุ้มกันสรรพอันตรายต่างๆ แม้แต่ในวรรณคดีขุนช้างขุนแผน หรือเรื่องอิเหนา ก็ยังกล่าวถึงเรื่องเบี้ยอยู่หลายตอน
การสร้างเบี้ยแก้ 
คือการนำปรอทที่ปลุกเสกแล้วเข้าไปอยู่ในตัวเบี้ย บางอาจารย์อาจจะเรียกปรอทจากธรรมชาติให้เข้าไปในตัวเบี้ย แล้วท่านก็หาวิธีอุดไว้ไม่ให้ปรอทหนีออกมาด้วยชันโรงใต้ดิน ที่ปลุกเสกแล้ว และหุ้มด้วยผ้าแดงหรือแผ่นตะกั่ว,แผ่นทองแดง แล้วจึงนำมาถักเชือก หรือหุ้ม ทำห่วงไว้ให้ ผูกเอวหรือห้อยคอ การสร้างเบี้ยแก้ ขั้นตอนสุดท้ายคือ การปลุกเสกกำกับอีกครั้งหนึ่ง ปรอทที่นำมาทำเบี้ยแก้เรียกว่า ปรอทเป็น โดยเมื่อเขย่าตัวเบี้ยแก้แล้ว จะได้ยินเสียงดังขลุกๆ อยู่ในตัวเบี้ย แต่ถ้าเป็นเบี้ยสายอ่างทองบางอาจารย์เวลาเขย่าเบี้ยจะมีเสียงดังแซกๆ พระคาถาป้องกันคุณไสย ป้องกันตัวกันกระทำย่ำยีต่างๆ การปลุกเสกบางครั้งเบี้ยแก้สามารถเดินได้เลยทีเดียว
เบี้ยแก้ เครื่องรางของขลังกันคุณไสย การสร้างเบี้ยแก้ ทำจากเบี้ยพลู และเบี้ยจั่น โดยเกจิอาจารย์จะนำปรอทธาตุศักดิ์สิทธิ์ บรรจุในตัวหอยเบี้ย อุดชันโรงใต้ดินแล้วลงอักขระเลขยันต์ปลุกเสกอีกครั้ง เบี้ยแก้ ใช้ป้องกันภูตผีปีศาจ ป้องกันไข้ป่า อยู่ยงเขี้ยวงาทุกอย่างป้องกันคุณไสย ป้องกันยาพิษ ยาสั่ง เรื่องของเบี้ย เคยเป็นกฎหมายไทยโบราณ กล่าวว่า "จะแต่งบุตรและหลานก็ให้ใส่แต่จี้เสมาภควจั่นจำหลัก ประดับพลอยแดงเขียวเท่านั้น อย่าได้ประดับเพชรถมยาราชาวดี ลูกประหล่ำเล่า ก็ให้ใส่แต่ลายแทงแลเกลี้ยงเกี้ยว อย่าให้มีกระจังประจำยามสี่ทิศ แลอย่าให้ใส่กระจับปิ้ง พริกเทศทองคำ กำไลทองใส่เท้า และห้ามอย่าให้ช่างทองทั้งปวงรับจ้างทำจี้เสมาภควจั่นประดับเพชรถมยาราชาวดี และกระจับปิ้ง พริกเทศทองคำ กำไลเท้าและแหวนถมยาราชาวดีประดับพลอย ห้ามมิให้ซื้อขายเป็นอันขาดทีเดียว ถ้าข้าราชการผู้น้อยแลอาณาประชาราษฎร์ ช่างทองกระทำผิดถ้อยอย่างธรรมเนียม แต่ก่อนจะเป็นโทษอย่างหนัก" คำว่า "ภควจั่น" เป็นคำสองคำ ภคว คำหนึ่ง ซึ่งเป็นชื่อย่อของ ภควดี หมายถึงพระลักษมีคำว่าจั่น คำหนึ่ง หมายถึง เบี้ยจั่น ภควจั่น จึงหมายถึง เบี้ยจั่นอันเป็นเครื่องหมายของพระลักษมีกฎหมายข้อนี้ แสดงถึงการแบ่งชั้นวรรณะของไทยในสมัยโบราณ ไม่ยอมให้สามัญชนห้อยเสมาภควจั่นประดับเพชรลงยาราชาวดี เพื่อสงวนไว้สำหรับลูกเจ้านายชั้นสูงเท่านั้น อนุญาตให้ห้อยได้เพียงจี้ภควจั่นที่เลี่ยมทองธรรมดาเท่านั้น
พุทธคุณเบี้ยแก้
เบี้ยแก้ นั้นเป็นเบี้ยที่ทำมาจากเบี้ยพลู และเบี้ยจั่น สร้างโดยพระเกจิอาจารย์ซึ่งนำปรอทที่ถือกันว่าเป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์ มาบรรจุไว้ในตัวหอยเบี้ย แล้วอุดด้วยชันโรงใต้ดิน แล้วท่านจะลงอักขระเลขยันต์ จากนั้นก็นำมาปลุกเสกอีกครั้งหนึ่ง ใช้เป็นเครื่องรางของขลัง พุทธคุณเบี้ยแก้ ป้องกันภูตผีปีศาจ ป้องกันไข้ป่า อยู่ยงเขี้ยวงาทุกอย่างป้องกันคุณไสย ป้องกันยาพิษ ยาสั่ง รวมถึงอวิชชาอาถรรพ์อื่นๆ
เบี้ยแก้สายต่างๆ
เบี้ยแก้ นั้นมีการสร้างสืบต่อกันมาช้านานมาก เท่าที่สืบค้นได้ก็มีเบี้ยแก้ สายวัดกลางบางแก้วตั้งแต่หลวงปู่ทอง ซึ่งเป็นอาจารย์ของหลวงปู่บุญ ที่รู้จักกันมากและพอจะดูออกได้ว่าใช่หรือไม่ก็คือหลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว ท่านอาจารย์ใบ วัดกลางบางแก้ว และในปัจจุบันก็คือหลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว ซึ่งได้รับการถ่ายทอดกรรมวิธีการสร้างสืบต่อกันมาสำหรับ เบี้ยแก้หลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้วนั้น ปัจจุบันหายากมากครับ และมีราคาสูงมากด้วยเช่นกัน
เบี้ยแก้สายหลวงปู่รอด วัดนายโรง หลวงปู่รอดท่านได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงปู่แขก วัดบางบำหรุ ลูกศิษย์ของหลวงปู่รอดก็คือหลวงพ่อม่วง วัดคฤหบดี เบี้ยแก้ของหลวงปู่รอดปัจจุบันหายากมาก ราคาสูงมากเช่นกันครับ
เบี้ยแก้สายอ่างทอง หลวงพ่อพัก วัดโบสถ์เบี้ยแก้หลวงพ่อนุ่ม วัดนางใน หลวงพ่อคำ วัดโพธิ์ปล้ำ และเบี้ยแก้หลวงพ่อซำ วัดตลาดใหม่ ปัจจุบันเบี้ยของหลวงพ่อพัก วัดโบสถ์ก็มีสนนราคาสูงเช่นกัน

วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560

เบี้ยแก้สารพัดกัน-สารพัดแก้ หลวงพ่อสาย วัดนามวิจิตร

  1. ป้องกันอัตวิบากกรรม แก้ภาพหลอน จิตหลอน ภาพอุปทาน แก้อำนาจภูติผีปีศาจอาถรรพณ์เวททำให้มัวเมาขลาดกลัว ขนพองสยองเกล้า ลมเพลมพัด คุณไสย คุณผี คุณคนทั้งปวงอุบาทวเหตุ อุบาทวภัยทั้งปวง มัวเมายาพิษ ยาสั่งทั้งหลาย ไข้ป่า ไข้ป้าง ป้องกันคุณไสยต่างๆสามารถกันถูกกระทำย่ำยี ไข้ผีป่า ผีโป่ง ผีปอบ ต้องกระทำจากภูติผี ผีพราย ผีตายโหง ผีกองกอยวิกลจริต จิตวิกลวิกาล อุปาทานวิกลเหมือนผีเข้าสิงสู่
  2. ให้อธิษฐานทำน้ำมนต์ เอาดอกพุทธรักษา ดอกเข็มแดงหลากสี ตั้งขันธูปเทียน (ขันธ์ห้า) ข้าวตอก แก้บาทวพิษ บาดทะยัก อัมพาต แก้ฝีมะเร็ง ฝีคุณ ฝีหัวพิษ ฝีหัวกาฬ ให้อาบกิน (ตั้งจิตหน่วงลงในพระรัตนตรัยใช้ได้ดีนักแล
  3. เมื่อเข้าศึกสงครามให้เอาเบี้ยแก้ไว้ด้านหน้าสารพัดศัตรูบีทาย่ำรุกไล่ให้เอาไว้ด้านหลัง เข้าหาเจ้าฟ้ามหากษัตริย์ เจ้าขุนมูลนาย ให้เอาไว้ด้านข้างขวา เมื่อหาหญิง หานางพญาไว้ข้างซ้าย สารพัดศาสตรามิต้องข้างกายเลย ดุจฝนแสนห่า ข้าวปลาอาหารเป็นพิษ คางแข็ง เคี้ยวไม่กลืน
พิธีกรรมการสร้างตามตำราของเขมรโบราณ หลวงพ่อสายท่านได้ใช้เบี้ยที่มีฟันที่ครบ 32 ซี่ ตามจำนวนตามที่ต้องการ พร้อมด้วย ปรอท,แผ่นตะกั่ว,ชันโรงใต้ดิน มาใส่พานครูพร้อมดอกไม้ธูปเทียนมาบริกรรมพระคาถาในรอบแรก จากนั้นท่านก็นำปรอทเทลงบนฝ่ามือท่านก็ปลุกเสกเพิ่มอีกครั้ง ท่านได้หยิบเบี้ย หันปลายข้างเข้าหาอุ้งมือได้ระดับเสมอกัน ท่านก็บริกรรมพระคาถา ปรอทจะวิ่งจากฝ่ามือเข้าไปอยู่ในตัวเบี้ยแล้ว ท่านใช้ชันโรงปิดปากเบี้ยเพื่อมิให้ปรอทไหลออกมา ในระหว่างทำการปิดชันโรงนั้นท่านจะกำกับพระคาถาไปด้วย เมื่ออุดชันโรงเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็นำไปหุ้มตะกั่วท่านจะลงอักขระเลขยันต์บนตะกั่วที่หุ้มเบี้ยแก้ แล้วนำมาถักเชือก ทำห่วงไว้ให้ผูกเอวหรือห้อยคอ และนำมา ลงรัก เพื่อความคงทนถาวร หลวงพ่อสายท่านได้นำเบี้ยแก้ทั้งหมดมาปลุกเสกกำกับอีกครั้งเสกจนเบี้ยแก้คลานเหมือนหอย  จนท่านมั่นใจว่า ใช้ได้จริงๆ แล้วจึงนำให้ลูกศิษย์ได้บูชาติดตัว
คาถาบูชาเบี้ยแก้สารพัดกัน-สารพัดแก้ หลวงพ่อสาย
ท่องนะโม 3 จบ
อะสิสะติ  ธนูเจวะ  สัพเพเต  อาวุธานิจะ  ภัคคะ  ภัคคาวิจุนนามิ โลมังมาเม  นะผุสสันติ (3 จบ)