วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

สุดยอดเครื่องรางมหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม เสริมดวงเสน่ห์ ความรัก โชคลาภ

ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนตร์ก็เอาด้วยคาถา!!! เครื่องรางมหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม...มวลสารปลุกเสกเปลี่ยนชีวิต !

เครื่องรางมหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม ที่หลายท่านนิยมบูชาเสริมดวงเสน่ห์ ความรัก โชคลาภ การเงิน แล้วได้ผลดี วัดผลจากผู้บูชาเครื่องรางรัก จากร้านดัชนีกุมารทอง เครื่องรางของขลัง ปัจจุบันเครื่องรางของขลังมีหลายแบบ หลายชนิด หลายอาจารย์ มวลสาร การจัดสร้างการปลุกเสกก็ต่างกันไปบ้างตามตำราของแต่ละอาจารย์ จะมีทั้งสายพราย และสายขาว

เครื่องรางมหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการให้ช่วยในสิ่งต่อไปนี้
  1. เสริมดวงเสน่ห์ เมตตา คนรัก คนชอบ
  2. เสริมดวงค้าขาย เรียกลูกค้า
  3. ติดต่อเจรจา การเงิน การงาน ให้สำเร็จ
  4. ทำงานกลางคืน คนรัก คนชอบ ให้เงิน ให้งาน
  5. จีบสาว เข้าหาผู้ชาย เข้าหาคนรัก เข้าพบปะสังคมให้คนชอบ คนรัก
  6. เสริมดวงโชคลาภ เสี่ยงดวง
เครื่องรางมหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม มีผลเสียอย่างไร และเกิดผลเสียได้อย่างไร
เครื่องรางมหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม สายขาวและสายพรายหรือพระเครื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกอย่างจะมีโทษสำหรับผู้กระทำไม่ดี ทำผิดมากๆเท่านั้น เช่น
  1. นำไปทุบเล่น หักคอหุ่น เพื่อลองของ (ไม่ควรทำ)
  2. ด่าครูอาจารย์ ต่อหน้าลับหลัง (ไม่ควรทำ)
  3. บนบอกขอแล้วไม่แก้บน อย่าละทิ้งไว้นาน ผิดคำพูดบ่อยๆก็ไม่ดี (ไม่ควรทำ)
  4. นำไปทิ้งตามถังขยะหรือในที่ไม่สมควร หากเลิกบูชาควรเอาไปให้พระท่านปลดปล่อย
เชื่อศรัทธา ในเครื่องรางของขลัง  นับถือครูอาจารย์ที่ปลุกเสก จะเป็นผลดีแก่ตัวผู้บูชาและจะทำให้พบแต่สิ่งดีๆ ชีวิตเจริรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น
ส่วนเครื่องรางมหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม คนรัก คนชอบ คนหลงใหล ที่นิยมเช่าบูชาได้แก่ 
ม้าเสพนาง มหาเสน่ห์ ใช้เรื่องตัณหากามอารมณ์อย่างรุนแรง ผู้ที่จะใช้ควรใช้อย่างมีศิลธรรม เป็นเครื่องรางที่ใช้ได้ผลทางด้านเมตตา มหาเสน่ห์ ตันหาราคะ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสน่ห์แบบถึงอกถึงใจ เหมาะกับคนทำงานกลางคืน งานติดต่อเจรจา งานค้าขาย ธุรกิจล้านแต่ประสบความสำเร็จดีเยี่ยม ใครมีไว้บูชา หญิงเห็นหญิงรัก ชายเห็นชายรัก มีเสน่ห์แก่ผู้พบเห็น เกิดเมตตารักใคร่ จะโดดเด่นในเรื่องเมตตา มหาเสน่ห์ สมหวังในเรื่องความรัก ชีวิตครอบครัวมีสุข มีความเจริญรุ่งเรือง เดินทางไปไหนมาไหน จะมีคนให้ความอนุเคราะห์อุ้มชู ไม่อดอยาก ไม่ยากไร้ มีคนคุยด้วย ใครมีไว้ติดตัวความรักจะมีไม่ขาดสาย บางคนถึงกับต้องเลิกบูชาเพราะสลับรางไม่ทัน รถไฟชนกันให้วุ่นวาย 
รูปอิ๋นคู่ม้าเสพนาง (ต้นตำรับเขมรแท้) รุ่นสร้างโบสถ์ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี ปี 2543 | อิ๋นคู่ม้าเสพนาง หลวงพ่อชื่น ,อิ๋นคู่ม้าเสพนาง รุ่นสร้างโบสถ์,หลวงพ่อชื่น อิ๋นคู่ม้าเสพนา
รูปอิ๋นคู่ม้าเสพนางเผด็จศึกบันลือโลก หลวงพ่อกอย สร้างไตรมาสปี 2551 | อิ๋นคู่ม้าเสพนาง,เผด็จศึกบันลือโลก,อิ๋นคู่ม้าเสพนางเผด็จศึกบันลือโลก,หลวงพ่อกอย
รูปม้าเสพนาง ครูบาชัยชนะ สำนักสงฆ์พุทธอริยรังษี จ.บึงกาฬ  | ม้าเสพนาง, ครูบาชัยชนะ ,ม้าเสพนางบูชา,ม้าเสพนางของครูบาชัยชนะ
เครื่องรางแม่เป๋อหรืออีเป๋อ ชูดวงเด่นด้านเมตตามหาเสน่ห์ โชคลาภ กันดวงตกเครื่องรางรักแรงๆ ใช้แก้อาถรรพณ์ ใช้พกพาติดตัวดีนัก ทั้งเรื่องเสน่ห์ เรื่องโชคลาภ ค้าขาย สูงสุดและอธิษฐานขอในเรื่องความรักได้จะได้สมปรารถนาทุกๆ อย่างพุทธคุณเกินคำบรรยาย
รูปแม่เป๋อมหาพิศวาส หลวงพ่อสาย วัดนามวิจิตร | แม่เป๋อ,แม่เป๋อมหาพิศวาส หลวงพ่อสาย วัดนามวิจิตร,พุทธคุณแม่เป๋อ
รูปแม่เป๋อมนตราแก้อาถรรพ์ หลวงพ่อกอย ปี 2551 
 | แม่เป๋อมนตราแก้อาถรรพ์ หลวงพ่อกอย ,แม่เป๋อ หลวงพ่อกอย,พุทธคุณแม่เป๋อ
รูปแม่เป๋อพิศวาส หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ สร้างปี 2543 รุ่นสร้างโบสถ์ | แม่เป๋อพิศวาส หลวงพ่อชื่น วัดตาอี,แม่เป๋อหลวงพ่อชื่น
รูปแม่เป๋อจำแลงมหาเสน่ห์ หลวงพ่อสาย  วัดนามวิจิตร | แม่เป๋อจำแลงมหาเสน่ห์ หลวงพ่อสาย ,พุทธคุณแม่เป๋อหลวงพ่อสาย ,แม่เป๋อจำแลงมหาเสน่ห์,แม่เป๋อ
เครื่องรางอิ้นคู่ มหาเสน่ห์ เครื่องรางของขลังมหาเสน่ห์ โดดเด่นในเรื่องเมตตา มหาเสน่ห์ พบเกิดความรักแล้วไม่มีวันจาก สมหวังในเรื่องความรัก รักกันจนวันตาย เกิดความหลงใหล ชายหญิงใดที่อับคู่ชู้ชื่น พกติดตัวจะเป็นที่รัก ที่ชื่นชมกับผู้ที่ได้สัมผัส ได้พบปะ ได้พูดคุย เข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ เข้าหาเจ้านาย เขาจะรักเราเหมือนลูกในไส้ เหมาะแก่ผู้นิยมชมชอบในเรื่องความรัก ความใคร่ ปรารถนาในเพศตรงข้าม ผูกมัดจิตใจผู้ที่เราปรารถนาได้ดีนัก วิธีใช้ไม่ยุ่งยากใช้ได้ทั้งชาย-หญิง อธิฐานจิตพูดบอกอิ้นคู่ให้ช่วยในเรื่องที่ต้องการแล้วพกพาติดตัวเข้าหาคนรัก เข้าหาผู้ค้า ไปค้าขาย หรือเสี่ยงดวงก็ดี 
รูปอิ๋นคู่เสพรักนางหลง หลวงพ่อสาย วัดนามวิจิตร | อิ้นคู่มหาเสน่ห์ หลวงพ่อสาย ,อิ๋นคู่ หลวงพ่อสาย
รูปอิ๋นคู่พลอดรัก หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้  | อิ๋นคู่พลอดรัก,อิ๋นคู่พลอดรักหลวงพ่อกอย ,บูชาอิ๋นคู่พลอดรัก,อิ๋นคู่หลวงพ่อกอย
รูปอิ๋นคู่เสพรักนางครวญ มนต์เสน่ห์สายเขมร หลวงพ่อสาย (ทราย) วัดนามวิจิตร จ.ศรีสะเกษ สร้างปี 2545 | อิ๋นคู่เสพรักนางครวญ, อิ๋นคู่เสพรักนางครวญ หลวงพ่อสาย ,อิ๋นคู่ หลวงพ่อสาย
ขุนแผน  เป็นเครื่องรางของขลังที่ให้อิทธิคุณอำนาจทางด้าน มหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม คนชื่นชมชมชอบเป็นที่รักใคร่ของคนรอบข้าง เป็นที่ต้องตาต้องใจกับเพศตรงข้ามเจ้านายผู้ใหญ่ให้ความรักเอ็นดูหรือโชคลาภ โดยเป็นความเชื่อของผู้บูชาว่า เมื่อนำพกติดตัวห้อยคอบูชา จะทำให้คนรักคนชอบเข้าหาเมตตาและเอ็นดูช่วยเหลือเรา และยังหนุนดวงเสริมชะตาบารมีช่วยให้เจริญรุ่งเรือง
นกสาริกา ของขลังเสน่ห์ เมตตา ชนิดเดียวกับนกสาลิกาลิ้นทอง มีอานุภาพให้ผู้ที่ใช้พกพา มีการเจรจาพาที เจรจาค้าขายแล้วผู้ฟังมีความเชื่อถือสนใจคล้อยตาม ติดต่อการงาน การเงินสำเร็จโดยง่าย เจ้านายหรือผู้ใหญ่เมตตารักใคร่และเป็นมหาเสน่ห์กับเพศตรงข้าม เนื่องจากนกสาริกาเครื่องรางมหาเสน่ห์ที่ว่ากันว่ามีเสียงที่ไพเราะใครได้ฟังก็หลงไหลเคลิบเคลิ้ม ครูบาอาจารยืสมัยโบราณจึงได้สร้างพระเวทย์ พระยันต์และเครื่องรางนกสาริกาขึ้น หากท่านบูชาจะมีใบวัดและคาถาบูชาให้พร้อม สาริกาลิ้นทอง สายขาว บูชาง่ายไม่มีอันตรายใดๆ 
รูปนกสาริกามหาเสน่ห์-มหารวย หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ ปี 2544 |
รูปนกสาริกา มหาเสน่ห์ เรียกทรัพย์กลับบ้าน หลวงพ่อกอย สร้าง ปี 2556 | นกสาริกาหลวงพ่อกอย,เรียกทรัพย์กลับบ้าน,ฝังตะกรุดหัวใจสาริกา 16 ห้อง
รูปนกสาริกาหาคู่เนื้อไม้มงคลกาหลง หลวงพ่อจืด สวนปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี ปี 2539  | นกสาริกาหาคู่ ,หลวงพ่อจืด สวนปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี ,นกสาริกา

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

พระขุนแผน ดีเด่นพุทธคุณทางด้าน มหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม

ถ้าพูดถึงพระขุนแผนจะเป็นเครื่องรางที่รู้จักของหลายคน เนื่องจากได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในว่าจะเป็นอดีตและปัจจุบัน ส่วนใครที่ไม่รู้จักแต่จะต้องคุ้นหูเคยได้ยินมากันมาบ้าง ว่าพระขุนแผนนั้น เป็นเครื่องรางของขลังที่ให้อิทธิคุณอำนาจทางด้าน มหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม คนชื่นชมชมชอบเป็นที่รักใคร่ของคนรอบข้าง เป็นที่ต้องตาต้องใจกับเพศตรงข้ามเจ้านายผู้ใหญ่ให้ความรักเอ็นดูหรือโชคลาภ โดยเป็นความเชื่อของผู้บูชาว่า เมื่อนำพกติดตัวห้อยคอบูชา จะทำให้คนรักคนชอบเข้าหาเมตตาและเอ็นดูช่วยเหลือเรา

ซึ่งเป็นที่มาจากวรรณคดีขุนช้าง-ขุนแผน หรือ พรายแก้ว ซึ่งขุนแผนเป็นใคร มีอยู่จริงหรือไม่ หากกล่าวถึงวรรณคดีขุนช้าง-ขุนแผน ที่เป็นตำนานเล่าของจังหวัดสุพรรณบุรี ครูบาอาจารย์ที่มีความรู้ในด้านญานบารมีได้เล่าความจริงเกี่ยวกับขุนแผนไว้ดังนี้

เรื่องของขุนช้างขุนแผน นั้นเป็นเรื่องราวชีวิตจริงของบรรพบุรุตไทยสมัยอยุธยาช่วงราวปี พ.ศ. 1967 ถึง 1991 ในรัชสมัยของพระเจ้าพันวัสสาหรือ ที่เรียกกันว่า พระเจ้าสามพระยา โดยกล่าวถึงขุนแผนไว้ว่าเป็นชายรูปงาม มีเมียบมากผู้คนรักใคร่

ประวัติการสร้างพระขุนแผนของไทย ที่เป็นพระเครื่อง หรือเครื่องรางของขลัง ที่เด่นชัดได้แก่ ขุนแผนเก่าที่ขุดพบที่ วัดบ้านกร่าง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีพิมพ์ทรงลักษณะเด่นคือเป็นพระพิมพ์ 5 เหลี่ยม มีลักษณะของพระปางมารวิชัย ประทับนั่งอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว มีด้วยหลายหลายแบบหลายพิมพ์ บางพิมพ์เป็นพระติดกันมีชื่อเรียกว่าพรายคู่ ส่วนองค์เดียวเรียกว่าพรายเดี่ยว ซึ่งภายหลังจากการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นพระเครื่องที่สร้างสมัยอยุธยา


มาในภายหลัง ได้มีนำพระพิมพ์ลักษณะนี้มาสร้างเป็นพระเครื่อง นิยมเรียกว่าพระขุนแผน โดยพระเกจิอาจารย์ และวัดต่างๆก็มีการสร้างพระขุนแผนนี้ขึ้น ตัวอย่างพระขุนแผนที่ได้รับความนิยม

รูปขุนแผนพรายเสน่ห์สะกดนาง หลวงพ่อสาย  วัดนามวิจิตร  | ขุนแผนพรายเสน่ห์สะกดนาง หลวงพ่อสาย ,ขุนแผนพรายเสน่ห์หลวงพ่อสาย ,ขุนแผนพรายเสน่ห์สะกดนาง

ขุนแผนพรายเสน่ห์สะกดนาง หลวงพ่อสาย วัดนามวิจิตร
ขุนแผนพรายเสน่ห์สะกดนาง หลวงพ่อสาย วัดนามวิจิตร อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เจ้าตำรับไสยเวทย์สายเขมร ของดีมีอาถรรพณ์ร้อนแรงเต็มพลัง สำหรับท่านที่ทำงานกลางคืน นักร้อง นักบริหาร ทุกอาชีพบูชาแล้วเป็นมหาเสน่ห์ยิ่ง สำเร็จสมหวัง มีอนุภาพเหนือคำบรรยาย มีอนุภาพรวมแล้วบอกได้คำเดียวว่า”สุดยอด”โดยเฉพาะผู้ทำงานกลางคืนค้าขาย หนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ ทั้งสาวจริง สาวไม่จริง บูชาแล้วเห็นผลทุกประการ
รูปขุนแผนแสนเสน่หา รุ่นแรก หลวงพ่อทราย (สาย) วัดนามวิจิตร  | ขุนแผนแสนเสน่หา รุ่นแรก, ช้างผสมโขลง หลวงพ่อทราย(สาย) ,ขุนแผนแสนเสน่หา หลวงพ่อสาย

ขุนแผนแสนเสน่หา รุ่นแรก หลวงพ่อทราย (สาย) วัดนามวิจิตร
เกิดมนต์รุนแรงทางเสน่ห์ นะหลงใหล งวยงง สะกดจิตใจมนุษย์ไม่ว่าผู้หญิงหรือชายให้มารักใคร่มีเสน่ห์แก่ผู้พกขุนแผนแสนเสน่หาทำให้ชีวิตครอบครัวมีความสุข มีเสน่ห์แก่เพศตรงข้ามขุนแผนรุ่นนี้มีฤทธิ์รุนแรงสุดยอดใครที่มีใจรักทางด้านเสน่หาจะรู้ว่าเยี่ยมมีประสบการณ์มากมายทางเสน่ห์เจ้าชู้
รูปขุนแผนมะรุมมะตุ้มรุมรัก (ขอได้สารพัดนึก) หลวงพ่อสาย วัดนามวิจิตร | ขุนแผนมะรุมมะตุ้ม รุมรัก (ขอได้สารพัดนึก) หลวงพ่อสาย,ขุนแผนมะรุมมะตุ้ม รุมรัก หลวงพ่อสาย

พุทธคุณขุนแผนมะรุมมะตุ้ม รุมรัก (ขอได้สารพัดนึก) หลวงพ่อสาย วัดนามวิจิตร
มหาเสน่ห์ เมตตา โชคลาภค้าขายให้มีอนุภาพอิทธิคุณสูงสุด ดังแก้วสารพัดนึก (นึกอยากได้อะไรให้ขอจะได้ทุกประการจะไม่เกินกรรมตนเอง)และเป็นเสน่ห์แก่เพศตรงข้าม มีคนมะรุมมะตุ้มรุมรักเราคนเดียว และยังทำให้เจ้านายรักเจ้านายหลง ขอความรัก เรียกคู่ครอง (ต้องเป็นคู่ที่แท้จริง) โชคลาภค้าขายดีแคล้วคลาดปลอดภัยขอได้ดังแก้วสารพัดนึกต้องไม่ผิดศีลธรรม
รูปขุนแผนนางรุมรัก ปะฉะดะ ด้านหลังฝังด้วยอิ๋นคู่และม้าเสพนาง หลวงพ่อกอย ปี 2552 | ขุนแผนนางรุมรัก,ขุนแผนนางรุมรัก ปะฉะดะหลวงพ่อกอย ,บูชาขุนแผนนางรุมรัก
รูปขุนแผนท้าวพญาพันเมีย ปะฉะดะ รุ่น 2 หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ ปี 2556 | ขุนแผน ท้าวพญาพันเมีย ปะฉะดะ ,ขุนแผน ปะฉะดะ ,ขุนแผน หลวงพ่อกอย

ขุนแผนนางรุมรัก ปะฉะดะ ด้านหลังฝังด้วยอิ๋นคู่และม้าเสพนาง หลวงพ่อกอย ปี 2552 / ขุนแผนท้าวพญาพันเมีย ปะฉะดะ รุ่น 2 หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ ปี 2556
อยากมีหญิงข้างกายมิได้ขาดและมีเสน่ห์แก่ตัวเองอย่างสูงสุดเมื่อได้พบสบตาคุยด้วยเกิดอาการเคลิบเคลิ้มหลงใหลอยากอยู่ใกล้ไม่อยากไปไหน เหมือนดั่งมนต์สะกดดึงดูดผูกจิตผูกใจต่อเพศตรงกันข้าม หรือเพศเดียวกันให้มาหลงรักเรา เป็นที่รักใคร่แก่ผู้พบเห็นสามารถดลจิตดลใจเรียกจิตเรียกใจคนได้ บันดาลโชคลาภ เรียกคนรัก ทำให้เจ้านายเมตตา เหมาะกับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่ชอบเรื่องเมตตามหาเสน่ห์ เรื่องความรักมิได้ขาด หรือผู้อาภัพรัก สามีหน่าย ภรรยาหนี แฟนนอกใจตีจาก
รูปพระขุนแผนสาว 3 หมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน รุ่น ไตรมาส ปี 2551 หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้  | ขุนแผนสาวสามหลวงพ่อกอย,ขุนแผน 3 สาวหลวงพ่อกอย,ขุนแผน 3 สาวบูชา

พระขุนแผน สาว 3 หมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน รุ่น ไตรมาส หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ จ.บุรีรัมย์ ปี 2551 
ความหมายของสาวสามหมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน มีคำอธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ คือท่านสุภาพบุรุษมีภรรยาถึง 3 คน อยู่ในบ้านเดียวกัน มีความรักมีความเข้าใจ ภรรยาทั้งสามไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกัน ปรองดองกัน ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุขขุนแผนสาวสามหมู่บ้านเป็นสุดยอดแห่งความมหาเสน่ห์ ค้าขาย โขคลาภ ทำให้ครอบครัวสมานสามัคคี ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย
รูปขุนแผนสะกดรัก 7 นารีอัศจรรย์ (ดาวล้อมเดือน) หลวงพ่อกอย | บูชาขุนแผนสะกดรัก 7 นารีอัศจรรย์ ,พุทธคุณขุนแผนสะกดรัก 7 นารีอัศจรรย์

ขุนแผนสะกดรัก 7 นารีอัศจรรย์ (ดาวล้อมเดือน) หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ สุดยอดเครื่องรางแรง !!!
พุทธคุณเน้นในเรื่องเมตตามหาเสน่ห์โดยเฉพาะเจาะจงผู้ที่พกขุนแผนรุ่นนี้จะมีนารีอุปถัมถ์ทั้ง 7 วัน (เรื่องผู้หญิงจะมีมาไม่ขาด) เหมาะสำหรับกับท่านสุภาพบุรุษที่ชอบรักสนุกทั้งหลาย
รูปขุนแผนเจ้าชู้ 3 มหาเฮี้ยนนางอกแตก หลวงพ่อกอย สร้าง ปี 2551 | ขุนแผนเจ้าชู้ 3 มหาเฮี้ยนนางอกแตก,ขุนแผนหลวงพ่อกอย,พุทธคุณขุนแผนเจ้าชู้ 3 มหาเฮี้ยน

ขุนแผนเจ้าชู้ 3 มหาเฮี้ยนนางอกแตก หลวงพ่อกอย สร้าง ปี 2551
พุทธคุณใช้ในเรื่องเมตตามหาเสน่ห์เป็นยอดอันเป็นผลให้เป็นที่จับจิตหลงใหลเสน่ห์แก่เพศตรงข้ามค้าขายดีด้วยถ้าผู้ใดได้พกขุนแผนรุ่นนี้คิดจะรักใครไม่มีคำว่าผิดหวังให้เห็น บูชาได้ทั้งหญิงและชาย
รูปพระขุนแผนพรายกุมาร เสน่ห์เก้าโกศ หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ จ.บุรีรัมย์ ปี 2554 | พระขุนแผนพรายกุมาร,เสน่ห์เก้าโกศ,พระขุนแผนพรายกุมาร พิมพ์กรรมการ,พระขุนแผนพรายกุมารหลวง

พระขุนแผนพรายกุมาร เสน่ห์เก้าโกศ หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ จ.บุรีรัมย์ ปี 2554
ผู้ใดมีขุนแผนรุ่นนี้ไว้ติดตัวจะเป็นที่รักใคร่ เมตตา มหาเสน่ห์ต่อผู้ที่ได้ประสบพบเห็นทั้งเพศตรงข้ามเพศเดียวกันและบุคคลที่ 3 ผู้หลักผู้ใหญ่เจ้านาย ทั้งมนุษย์และเทพเทวา แม้นไม่สวยไม่หล่อก็จะไม่ไร้คู่ จะเป็นที่ต้องตาต้องใจอยากพบปะปราศรัย ทักทายพูดคุยด้วย แม้นใจแข็งดังหินก็จักอ่อนปานนุ่มได้ เมื่อได้ประสบพบเห็น หากแม้นโกรธเคืองกันมานานก็จะใจอ่อนหายโกรธ จากศัตรูก็จักกลายมาเป็นมิตร ผู้ที่จะบูชาต้องเป็นคนที่เจ้าชู้ รู้วิธีหลบหลีกสับรางเก่งๆ จะดียิ่งนัก
รูปพระขุนแผนพรายกุมาร หลวงพ่อผาด วัดบ้านกรวด ปี 2551 | พุทธคุณขุนแผนพรายกุมาร หลวงพ่อผาด ,ขุนแผนหลวงพ่อผาด ,บูชาขุนแผนพรายกุมาร ,หลวงพ่อผาด

พระขุนแผนพรายกุมาร หลวงพ่อผาด วัดบ้านกรวด ปี 2551
พระขุนแผนผงพรายกุมารของหลวงพ่อผาด วัดบ้านกรวดประดุจของวิเศษที่ทรงคุณค่าทางด้านเมตตามหานิยมผูกจิตเรียกใจคน เป็นของเมตตามหาเสน่ห์ โชคลาภค้าขายที่หาตัวจับยากที่สุดณปัจจุบันนี้
รูปพระขุนแผนเสน่ห์ยาแฝด ผงสุริยันจันทรา (เล็กพริกขี้หนู) หลวงพ่อจืด สวนปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี | พระขุนแผนเสน่ห์ยาแฝด, ผงสุริยันจันทรา,พระขุนแผน หลวงพ่อจืด

พระขุนแผนเสน่ห์ยาแฝด ผงสุริยันจันทรา (เล็กพริกขี้หนู) หลวงพ่อจืด สวนปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี
มีอำนาจในด้านความเมตตามหานิยม ค้าขายโชคลาภ เป็นมหาเสน่ห์แก่ผู้เป็นบูชา มหาเสน่ห์ ทำให้รักกัน และเป็นที่รักใคร่ชอบพอของผู้อื่นมากมายใครก็เอ็นดู เอาอกเอาใจ เราสารพัดอยากให้อะไรดีๆสำหรับเราเสมอ เรื่องเลวร้ายไม่มีเลย จะพูดจะคุยกับใคร เขาก็เมตตามหานิยมชมชอบเราไปหมด ไปสัมภาษณ์ ไปพบเจ้านายไปพบผู้บังคับบัญชา เขาจะเห็นเราดีไปหมด
รูปพระขุนแผนพรายกุมารดูดทรัพย์ หลวงพ่อมัก รุ่นแรก สร้างปี 2547 | พระขุนแผนพรายกุมารดูดทรัพย์ ,หลวงพ่อมักพระขุนแผน,พระขุนแผนพรายกุมาร,สร้างปี 2547

พระขุนแผนพรายกุมารดูดทรัพย์ หลวงพ่อมัก รุ่นแรก สร้างปี 2547
เน้นพุทธคุณในด้านเมตตามหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม และโชคลาภ ค้าขายโดยเต็มสูตร ผูกจิต เรียกใจคน โชคลาภดียิ่งนัก มีแต่คนรัก ไม่มีคนเกลียด มีแต่คนเมตตา เห็นหน้าก็ติดใจ
รูปพระขุนแผนเนื้อชานหมาก หลวงปู่ทิม วัดพระขาว พระผงรุ่นทรัพย์เศรษฐี  สร้างปี 2540  | พระขุนแผนเนื้อชานหมาก, หลวงปู่ทิม วัดพระขาว

พระขุนแผนเนื้อชานหมาก หลวงปู่ทิม วัดพระขาว พระผงรุ่นทรัพย์เศรษฐี สร้างปี 2540 
พระขุนแผนเนื้อชานหมาก หลวงปู่ทิม วัดพระขาว พระผงรุ่นทรัพย์เศรษฐี สร้างปี 2540 ซึ่งได้รับความนิยมอีกรุ่นหนึ่ง มีพุทธคุณในเรื่อง เมตตา มหานิยม ค้าขาย สูงสุด
รูปขุนแผนสามสาวพิศวาส หลังกุมารดูดรก หลวงพ่อชื่น วัดตาอี สร้างปี 2545 | ขุนแผน 3 สาวพิศวาส หลวงพ่อชื่น ,ขุนแผนสามสาวพิศวาส หลังกุมารดูดรก

ขุนแผนสามสาวพิศวาส หลังกุมารดูดรก หลวงพ่อชื่น วัดตาอี สร้างปี 2545
พุทธคุณขุนแผนสามสาวพิศวาส หลังกุมารดูดรก หลวงพ่อชื่น วัดตาอี เหมาะกับท่านชายที่ชอบเสน่ห์มหานิยมโดยแท้ ผู้หญิงทั้งหลายยอมมอบกายมอบใจ เรื่องความรักมิได้ขาด คนที่ไม่เคยมีคู่หรือมีคู่อยู่แล้วหลบหลีกในเรื่องผู้หญิงไม่ทันอย่างแน่นอน ด้านหลัง ฝังด้วยกุมารทองดูดรกจะเป็นโชคลาภ ค้าขาย ผู้ที่มีขุนแผนรุ่นนี้จะมีความสุขความเจริญในหน้าที่การงานครอบครัวมีความสุข
รูปขุนแผนสาวสาม หมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน ตะกรุด 9 ดอก หลวงพ่อชื่น | ขุนแผนสาวสาม ,หมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน, หลวงพ่อชื่น วัดตาอี ,ขุนแผนหลวงพ่อชื่น

ขุนแผนสาวสาม หมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน ตะกรุด 9 ดอก หลวงพ่อชื่น
ขุนแผนสาวสามหมู่บ้านเป็นสุดยอดแห่งความมหาเสน่ห์ ค้าขาย โขคลาภ ทำให้ครอบครัวสมานสมัคคี ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย มีคำอธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ คือท่านสุภาพบุรุษมีภรรยาถึง 3 คน อยู่ในบ้านเดียวกัน มีความรักมีความเข้าใจ ภรรยาทั้งสามไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกัน ปรองดองกัน ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข
รูปขุนแผนยอดเฮี้ยน 3 อาถรรพณ์ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี สร้างปี 2544  | ขุนแผน 3 อาถรรพ์ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี ,คาถาขุนแผน 3 อาถรรพ์,ขุนแผน หลวงพ่อชื่น

ขุนแผนยอดเฮี้ยน 3 อาถรรพณ์ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี สร้างปี 2544
จะเน้นในเรื่องเมตตา มหาเสน่ห์สูงสุดและยังอธิษฐานในด้านความรัก ความสมหวังเหมาะกับผู้ที่นิยมความเจ้าชู้ ผู้มีปมด้อย หน้าตาไม่หล่อไม่สวยร่างกายพิการ เป็นเมตตามหาเสน่ห์แก่เพศตรงข้ามใช้ได้ทั้งหญิงและชาย
รูปขุนแผนพิศวาสรุนแรง หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ สร้างปี 2543 | ขุนแผนพิศวาสรุนแรง หลวงพ่อชื่น ,พุทธคุณขุนแผนพิศวาสรุนแรง

ขุนแผนพิศวาสรุนแรง หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ สร้างปี 2543
พุทธคุณของขุนแผนรุ่นนี้จะเน้นในเรื่องเมตตามหาเสน่ห์สูงสุดสำหรับผู้บูชาติดตัวและยังสามารถอธิษฐานขอในด้านของความรัก ความสมหวัง เป็นเมตตามหานิยม ท่านได้สร้างออกมาเป็น 2 รูปแบบ แบบที่ 1 ฝั่งแม่เป๋อพิศวาส แบบที่ 2 ฝั่งอิ๋นคู่มหาเสน่ห์ ทั้งแม่เป๋อและอิ๋นคู่ยังสามารถช่วยดลบันดาลให้ผู้บูชาอธิษฐานขอได้สำเร็จในเรื่องดังกล่าวได้

วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

เครื่องรางของขลังเรียกลูกค้า ,บูชาค้าขายดี ,ค้าขาย ร่ำรวย, ของขลังค้าขายดี

เครื่องรางของขลังเรียกลูกค้า ,บูชาค้าขายดี ,ค้าขาย ร่ำรวย, ของขลังค้าขายดี 

เศรษฐกิจไม่ดี...ค้าๆขายๆไม่คล่อง...ลูกค้าเงียบเหงาป่าช้าเรียกพี่แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน พ่อค้าแม่ขายต่างงัดสารพัดกลวิธี...ลด แลก แจก แถม โฆษณาจูงใจก็แล้วก็ยังเงียบไม่กระเตื้อง หลายคนสิ้นหวังและมีไม่น้อยต้องเอ่ยปากร้องขอหาตัวช่วย...มือที่มองไม่เห็น
เครื่องรางของขลัง ค้าขายดี ของอาถรรพ์ ความเชื่อเกี่ยวเครื่องรางของขลังเรียกลูกค้าไทยนั้นมีมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบันนี้ กาลเวลาผ่านไปแต่ความขลังศักดิ์สิทธิ์ก็ยังคงไม่เสื่อม ยังมีผู้คนที่นิยมบูชาแล้วประสบผลสำเร็จตามคำขอกันมากมาย บูชาค้าขายดี มีเงินมีทอง บูชาแล้วเกิดผลดี ค้าขาย ร่ำรวย มีโชคลาภ สมดังใจปรารถนา หากท่านบูชาเครื่องราง ของขลัง ค้าขาย ดี ของ อาถรรพ์ ที่ถูกต้องบูชาให้เหมาะสมกับกิจการของท่านและขยันมั่นเพียรด้วย ไม่ข้อพรเพ้อเจ้อ ขอพรให้อยู่ในความเป็นจริงก็จะประสบผลสำเร็จ เร็วขึ้นอย่างแน่นอน การบูชาของขลังเรียกลูกค้านั้นแต่ละอาจารย์ก็จะมีวิธีบูชาแตกต่างกันออกไปท่านควรปฏิบัติตามที่อาจารย์แต่ละท่านแนะนำ อย่านำวิธีของที่อื่นมาบูชาผสมปนกัน เพราะจะทำให้ท่านได้ผลในการบูชาไม่ดีเท่าที่ควรจะได้
รูปปูหนีบบันดาลทรัพย์-รับโชค หลวงพ่อมัก  วัดเขาเหล็กรางสะเดา | ปูหนีบบันดาลทรัพย์-รับโชค หลวงพ่อมัก ,ปูหนีบบันดาลทรัพย์หลวงพ่อมัก,ปูหนีบหลวงพ่อมัก
ปูหนีบบันดาลทรัพย์-รับโชค หลวงพ่อมัก วัดเขาเหล็กรางสะเดา
พุทธคุณปูหนีบบันดาลทรัพย์ รับโชคหลวงพ่อมัก โชคทรัพย์และโภคทรัพย์อุดมไปด้วยเงินทองโชคลาภ ทำมาหากินคล่อง และแฝงไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ เมตตามหานิยม อยู่ที่ไหนไม่มีคนเกียจ มีแต่คนรักเอ็นดูสงสารตลอดเวลา
ท่านได้ทำพิธีปลุกเสกเน้นพุทธคุณในเรื่องโชคลาภ ทำมาหากินการค้าขายร่ำรวยเงินทอง ปกป้องคุ้มครอง แก้อาถรรพณ์ต่างๆ และในไตรมาสปี 2550 ท่านได้ตั้งใจสร้างและปลุกเสกอย่างเต็มที่ ท่านได้ตั้งชื่อรุ่นนี้ว่า “รุ่นหมดหนี้ บันดาลทรัพย์ รับโชค” หลวงมักท่านได้ปรารถว่าปู่หนีบบันดาลทรัพย์ นอกจากปลุกเสกตามวิชาสายพระเวทโบราณที่เข้มขลังมีพลังลึกตามตำรับที่ดีครบเครื่อง ท่านได้ออกแบบเด่นอย่างสวยงาม
รูปผ้ายันต์นางเหมาบันดาลโชค (อยู่ที่ไหนก็รวย) รุ่นปลดหนี้ร่ำรวยมหาศาล หลวงพ่อสาย วัดนามวิจิต | ผ้ายันต์นางเหมาบันดาลโชค,ผ้ายันต์นางเหมาหลวงพ่อสาย ,ผ้ายันต์พ่อสาย
ผ้ายันต์นางเหมาบันดาลโชค (อยู่ที่ไหนก็รวย) รุ่นปลดหนี้ร่ำรวยมหาศาล หลวงพ่อสาย วัดนามวิจิตร
พุทธคุณสูงสุดทางด้านค้าขายเรียกลูกค้าเข้าร้านจะบันดาลความร่ำรวยเงินทองไม่ขาดสาย จะทำการค้ามีแต่ความเจริญรุ่งเรืองอยู่ที่ไหนที่นั้นจะสมบูรณ์ด้วยข้าวของเงินทองอาหารการกินจะอุดมสมบูรณ์ ไม่มีอด มีแต่รวย มีโชคมีลาภเข้ามาในชีวิตมีโภคทรัพย์เงินไหลมาเทมา เรียกลูกค้าซื้อง่ายขายคล่อง (ค้าขายดีลูกค้าเหมาหมด) มีแต่กำไรไม่ขาดทุน
หลวงพ่อสาย ท่านเป็นพระที่มีบุญบารมีและพระเวทย์วิทยาคมสูง อีกท่านหนึ่งแห่งแดนอีสาน วัตถุมงคลที่หลวงพ่อสายท่านได้อธิษฐานปลุกเสกด้วยมนต์ที่ศักดิ์สิทธิ์อันเข้มขลังมากสามารถช่วยบันดาลให้พบประสบความสำเร็จได้อย่างมหัศจรรย์ สร้างประสบการณ์ดีๆให้แก่ผู้บูชามากมาย วัตถุมงคลแต่ละประเภทได้รับความนิยมสูงสุดเป็นที่เสาะแสวงหาถึงผู้ที่รู้ถึงพลัง พระเวทวิทยาคมของหลวงพ่อสายเป็นอย่างดี ใครที่เคารพศรัทธาในวัตถุมงคลของท่านก็จะมีโชคลาภ ค้าขายเจริญก้าวหน้าด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ และในครั้งนี้หลวงพ่อจะมอบของดีที่สุดในยามเศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้ท่านได้คิดสร้างผ้ายันต์นางเหมาซึ่งเป็นตำราของเขมรแท้ๆ เพราะขั้นตอนในการลงยันต์และถาถาอาคมที่บรรจุลงไปต้องน้อมใจเรียกญาณสมบัติที่แน่วแน่ต้องเกิดนิมิตเป็นเงินทองไหลมาจนท่วมตัวจนไม่มีที่ว่างท่านบอกว่าใครได้บูชานางเหมาไว้หน้าบ้าน ร้านค้า บริษัท พกไว้ในกระเป๋าสตางค์หรือจะบูชาไว้ติดตัว
รูปสีผึ้งเทพรัญจวน มนต์ขุนแผนมหาเสน่ห์ หลวงปู่ข้าวแห้ง วัดตาปันศรัทธาราม จ.สุรินทร์  | สีผึ้งเทพรัญจวน มนต์ขุนแผนมหาเสน่ห์ ,สีผึ้ง หลวงปู่ข้าวแห้ง,บูชา สีผึ้ง หลวงปู่ข้าวแห้ง
รูปน้ำมันเสน่ห์เทพรัญจวน มนต์ขุนแผนมหาเสน่ห์ หลวงปู่ข้าวแห้ง วัดตาปันศรัทธาราม จ.สุรินทร์  | น้ำมันเสน่ห์เทพรัญจวน มนต์ขุนแผนมหาเสน่ห์ ,น้ำมันเสน่ห์เทพ รัญจวน หลวงปู่ข้าวแห้ง
สีผึ้งเทพรัญจวน/ น้ำมันเสน่ห์เทพรัญจวนมนต์ขุนแผนมหาเสน่ห์ หลวงปู่ข้าวแห้ง วัดตาปันศรัทธาราม
พุทธคุณ เด่นในเรื่องความรัก เมตตามหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม เสริมโชคลาภค้าขาย เข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ เข้าหาเจ้านายผู้คนนิยมชมชอบ มีโชคลาภ ลูกค้าเนืองแน่นมีมาไม่ขาดสาย เสริมเรื่องการเจรจาต่อรองทั่วไปใครได้ยินได้ฟังต่างต้องหลงใหลในคำกล่าวเจรจาฟังแล้วเกิดความจับจิตจับใจไพเราะเพราะพริ้ง พูดแล้วทำให้เกิดความเชื่อถือพูดสิ่งใดจะได้สิ่งนั้นตามใจปรารถนา หญิงใด ชายใดฟังแล้ว ได้ยินแล้ว จะต้องหลงใหลใจพะวงถวิลหาทุกเช้าค่ำ ทำการเจรจาข้าขายเป็นที่หนึ่งมีแต่โชคลาภความมั่งคั่งเงินทอง ก่อนใช้ให้ตั้งจิตอธิษฐานให้ดีจะได้สมปรารถนา หากต้องการให้คนรักใคร่เอ็นดูพูดจาดีน่าเชื่อถือ ถ้าค้าขายไม่ดีใช้สีผึ้ง หรือ น้ำมัน เทพรัญจวน อาราธนาระลึกถึงครูบาอาจารย์ แตะแต้มที่สินค้าขอให้ค้าขายดี หากเจรจาขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น ให้ใช้แตะแต้มที่ปาก และอธิษฐานให้สำเร็จได้ผลนักแล เหมาะกับทุกอาชีพ พ่อค้า แม่ค้า นักขายประกัน นักร้อง นักพูด พิธีกร งานกลางคืน หรืองานที่ต้องเจรจาต่างๆ แม้แต่หญิงใดชายใด ไร้เสน่ห์ รูปไม่งาม นามไม่เพราะ ก่อนใช้ให้ชำระร่างกายให้สะอาด แล้วอาราธนาแตะแต้มทาที่ปาก ลูบที่คิ้ว ลูบผม แล้วขอให้เป็นที่ต้องตาต้องใจ แก่เพศตรงข้างหรือเพศเดียวกัน เมื่อพบเห็นขอให้บังเกิดความรัก ความหลงใหล จดจำไม่รู้ลืม ถ้าใช้ให้ถูกทางขอสิ่งใดก็สมปรารถนา เหมาะกับผู้ที่ไม่สมหวังเรื่องความรัก ใช้คู่กับพระคาถาจะช่วยเสริมสง่าราศี ให้เด่นมากยิ่งขึ้น
รูปปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ ปี 2551 | ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อกอย,ปลัดขิกหลวงพ่อกอย บูชา,พุทธคุณปลัดขิก
ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ ปี 2551
ปลัดขิกนางครวญ (ยิ่งพกยิ่งแรง อาวุธลับดึงดูดเสน่ห์เพศตรงข้าม หรือ เพศเดียวกัน) หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ บ้านกรวด บุรีรัมย์
พุทธคุณปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อกอย
เด่นในเรื่องมหาเสน่ห์ถูกตาตรึงใจแก่ผู้พบเห็น ท่านบอกว่ามีเสน่ห์อย่างเดียว แต่ไม่มีเงิน ก็คงไปไม่รอด ก็จึงต้องเสกโภคทรัพย์ในเรื่องค้าขายดี มีกำไร เรียกลูกค้าเข้าร้าน ติดต่อเรื่องการงานสำเร็จ ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ได้อย่างสบายเป็นเรื่องดีในด้านมหาเสน่ห์ โชคลาภค้าขายสุดยอด
รูปพ่องัดเสพรักนางหลง มนต์เสน่ห์สายเขมร หลวงพ่อสาย วัดนามวิจิตร จ.ศรีสะเกษ สร้างปี 2545 | พ่องัดเสพรักนางหลง,พ่องัด หลวงพ่อสาย,พ่องัดเสพรักนางหลง หลวงพ่อสาย,พุทธคุณพ่องัด
พ่องัดเสพรักนางหลง มนต์เสน่ห์สายเขมร หลวงพ่อสาย วัดนามวิจิตร จ.ศรีสะเกษ สร้างปี 2545
บรรดาผู้ที่บูชาเครื่องรางของขลัง และ พระเครื่อง ของหลวงพ่อสายต่างก็พบอภินิหารแบบพลิกชะตาชีวิตให้อย่างทันตาเห็นไม่ว่าจะเป็นทางด้านเมตตา มหาเสน่ห์ มหานิยม โชคลาภค้าขาย เรียกเงินเรียกทอง แม้ว่าทุกวันนี้เป็นยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองทำมาหากินลำบากกันถ้วนหน้า แต่คนที่บูชาหลวงพ่อสายมักจะได้พบกับสิ่งแปลกประหลาดเช่นค้าขายดีขึ้นอย่างผิดปกติ มีโชคมีลาภ เป็นต้น อีกหนึ่งเครื่องรางที่ผู้ชายแย่งกันเช่ามากที่สุด คือ พ่องัดเสพรักนางหลง
หลวงพ่อสาย วัดนามวิจิตร ท่านเป็นพระที่คงแก่เรียนท่านชอบศึกษาค้นคว้าตำรับตำราและวิชาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอักขระเลขยันต์หรืวิชาอาคมอะไรท่านจะทดลองสร้างทดลองปลุกเสกอยู่เสมอ เมื่อท่านลองแล้วเห็นว่าดีจริง และใช้ได้ผลจริงตามตำรา ท่านก็คัดวิชาวิเศษนั้นมาสร้างมาปลุกเสกวัตถุมงคลให้บรรดาลูกศิษย์และลูกหลานของท่านให้ได้รับแต่สิ่งที่เป็นมงคลเป็นของวิเศษไว้บูชากัน จาการคัดเลือกพิจารณาจากหลวงพ่อสาย ว่าดีจริง-เห็นผลจริง
จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่วัตถุมงคลของท่านที่มีประสบการณ์ของผู้บูชาที่บูชาวัตถุมงคลของหลวงพ่อสายว่ายอดเยี่ยมอยู่ในขณะนี้ต่อเนื่องเรื่อยมา จนเป็นที่กล่าวขานร่ำลือจากปากต่อปาก ท่านเป็นเกจิอาจารย์ดังที่มีเชื้อสายเขมรที่มีความเชี่ยวชาญด้านคาถาอาคมทั้งของไทย และเขมรอย่างหาผู้เทียบเคียงไม่ได้ท่านเป็นพระที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาอย่างสูงไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหนเป็นอย่างไร ท่านจะให้การต้อนรับพูดคุยด้วยเป็นอย่างดี

รูปพญาต่อเงิน-ต่อทอง เนื้อโลหะโบราณ หลวงพ่อจืด สวนปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี สร้างปี 2544   | พญาต่อเงิน-ต่อทอง,พญาต่อเงิน-ต่อทองหลวงพ่อจืด ,ต่อเงินต่อทอง
รูปพญาต่อเงิน - ต่อทอง เนื้อตะกั่วอวน หลวงพ่อจืด รุ่นแรก ปี 2543 รุ่นประสบการณ์ | พญาต่อเงินต่อทอง รุ่นแรก ปี 2543,พญาต่อเงินหลวงพ่อจืด,ต่อทองหลวงพ่อจืด , รุ่นแรก ปี 2543
พญาต่อเงิน-ต่อทอง หลวงพ่อจืด สวนปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี 
หลวงพ่อจืด สวนปฎิบัติธรรมโพธิเศรษฐี จ.นครปฐม เป็นยอดเกจิอาจารย์ชั้นแนวหน้าในเมืองไทในยุคปัจจุบันนี้เป็นเจ้าตำรับต่อเงินต่อทอง จากประสบการ์แก้ผู้บูชาตัวต่อ บูชาแล้วรวย บูชาแล้วดี มีโชคลาภรวยวันรวยคืนนี่คือเรื่องจริงถึงคำร่ำลืออย่างหนาหูถึงเรื่องพุทธคุณมาหลายปีแล้ว
พุทธคุณเด่นเรื่องโชคลาภค้าขายดี มีกำไรเรียกลูกค้าเข้าร้าน เจรจาติดต่องานเป็นสำเร็จ ทำเรื่องยากเป็นเรื่องง่ายได้อย่างสบาย อำนาจคุณวิเศษเหล่านี้เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อแต่สามารถประจักษ์ได้ ต่อเมื่อมีความศรัทธาอย่างแน่วแน่ ท่านหลวงพ่อจืดให้คติข้อคิดอย่างหนึ่งว่าวัตถุมงคลของท่านนั้น ที่ท่านเสกให้ลูกศิษย์ไปบูชาติดตัวกันนั้น ตัวผู้บูชาเองต้องมีแรงศรัทธาผนวกเข้าด้วยกัน หากตัวเราเองมีวัตถุมงคล ไม่ศรัทธา ไม่ใส่ใจ มีแล้ว วางไว้บนหิ้งเฉยๆ ไม่กราบไหว้ ไม่บูชา ไม่หมั่น ท่องพระคาถา ก็ไม่บังเกิดประโยชน์สู้อย่าไปบูชา ให้เสียเงินเปล่าๆ เมื่อเรานำวัตถุมงคลเข้าบ้านแล้วอย่างน้อย ก็มีดอกไม้หรือพวงมาลัยไปกราบไหว้บูชาท่องพระคาถาอาราธนาขอพรจากท่านให้ช่วยเรื่องใดๆก็อธิษฐานบอกท่านไปเรื่องยากก็กลายเป็นเรื่องง่าย

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562

ประวัติและที่มาของพระกริ่ง

พระกริ่ง อันเป็นนามเรียกพระหล่อโลหะ ขนาดเล็กที่เขย่าแล้วมีเสียงกรุ๊ก กริ๊กๆ ซึ่งปัจจุบันพบเห็น บูชากันได้ไม่ยากนัก แต่สำหรับประวัติการสร้างพระกริ่งนั้น ในดินแดนสุวรรณภูมิแห่งนี้ มีประวัติการสร้างพระกริ่งมายาวนานพอสมควร และพระกริ่งอันลือชื่อของประเทศไทยนั้น จากจุดกำเนิดแห่งเดียวและได้แยก แตกสายออกไป สร้างพระกริ่งกันหลายวัด หลายสำนัก ที่โด่งดังคือ
๑. วัดบวรนิเวศวิหาร
๒. วัดจักรวรรดิ์ราชาวาส (วัดสามปลื้ม)
๓. วัดสุทัศน์เทพวราราม
ที่มาของพระกริ่ง
รูปแบบองค์พระกริ่งมาตรฐาน มีพระพุทธลักษณะประทับนั่งบนกลีบบัวคว่ำ บัวหงาย ปางมารวิชัย เพียงแต่บนพระหัตถ์ซ้ายจะปรากฎหม้อยาบ้าง วัชระบ้าง ซึ่งองค์พระกริ่งนี้ได้ถูกจำลองจาก "พระไภสัชคุรุ" เป็น พระพุทธเจ้าปางหนึ่งของลัทธิมหายาน ซึ่งหมายความว่า ทรงเป็นครูในด้านเภสัช คือ การรักษาพยาบาลทั้งนี้นิกายมหายานได้เผยแพร่สู่ดินแดนธิเบต จีน และกัมพูชา จึงมีคติสร้างพระกริ่งเพื่อทำการสักการะบูชา
พระกริ่งในประเทศไทย
พระกริ่งในประเทศไทย นั้นต้องยอมรับว่า เจ้าตำรับการสร้างพระกริ่งในปัจจุบันนี้ ต้องยกให้วัดสุทัศน์เทพวราราม เนื่องจากมีชื่อเสียงโด่งดังและมีประวัติการสร้างพระกริ่งมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่พ.ศ. ๒๔๔๑ เป็นต้นมา 
แต่ถ้าจะยกย่องให้พระกริ่งองค์แรก ที่หล่อขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ก็ได้แก่ วัดบวรนิเวศ โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงสร้างขึ้นมาและเรียกกันโดยสามัญว่า “พระกริ่งปวเรศ”
สำหรับตำราการสร้างพระกริ่งในประเทศไทยพบดังนี้ว่าตำราสร้างพระกริ่งในยุคกรุงรัตนโกสินทร์นี้ เดิมเป็นตำราของสมเด็จพระนพระชัต วัดป่าแก้ว สำนักอรัญญิกาวาสสมถธุระวิปัสสนาธุระแห่งกรุงศรีอยุธยา และมาอยู่ที่สมเด็จกรมพระยาปรมานุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัตติยวงศ์ วัดพระเชตุพนฯ จากนั้นพรมงคลทิพย์มุนี (มา) วัดจักรวรรดิราชาวาส ก่อนที่จะมาตกอยู่ที่สมเด็จพระสังฆราช (แพ) เมื่อครั้งยังทรงสมณศักดิ์เป็นพระเทพโมลี
พระกริ่งปวเรศ
เป็นสมัญญานามของพระกริ่งที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงสร้างขึ้น ทราบกันมาว่า ทรงสร้างขึ้นเพื่อประทานแก่เจ้านายที่ทรงคุ้นเคยสนิทสนม และ เจ้านายที่ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ มีจำนวนน้อยมาก ไม่เกิน ๓๐ องค์ ทรงสร้างด้วยเนื้อนวะโลหะ คว้านฐาน บรรจุเม็ดกริ่ง ปิดทับด้วยแผ่นทองแดง ซึ่งประวัติ พิธีการสร้าง ไม่มีจดบันทึกไว้ เป็นเพียงจากคำบอกเล่าและอ้างอิงกัน ดังเช่น
กรมหลวงวชิรญาณวงศ์แห่งวัดบวรฯ เคยมีดำรัสถึงเรื่องพระกริ่งปวเรศนี้ว่า "เท่าที่ฉันได้ยินมานั้น สมเด็จกรมพระยาปวเรศฯ ท่านทรงสร้างขึ้นด้วยพระองค์เอง มีจำนวนน้อยมากน่าจะไม่เกิน 30 องค์ ต่อมาได้ประทานให้หลวงชำนาญเลขา(หุ่น) ผู้ใกล้ชิดพระองค์นำไปจัดสร้างขึ้นอีกจำนวนหนึ่ง แต่หลวงชำนาญเอาไปเทนั้น จะมากน้อยเท่าใดฉันไม่ได้ยินเขาเล่ากัน"
การสร้างพระกริ่งปวเรศของสมเด็จกรมพระยาปวเรศฯนั้น น่าจะเนื่องจากว่าท่านได้รับการถวายพระกริ่งที่เรียกกันว่า "กริ่งปทุมสุริวงศ์" พร้อมตำราการสร้างพระกริ่งและตำรามงคลโลหะ ที่มีมาแต่โบราณสืบค้นได้ถึงสมัยสมเด็จพระพนรัตนวัดป่าแก้ว ทรงเห็นว่าพระกริ่งนั้นดีมีมงคล หากจะสร้างขึ้นตามตำรา แต่ดัดแปลงพุทธลักษณะที่คล้ายเทวรูปในคตินิยมแบบมหายาน ให้มีพุทธลักษณะคตินิยมแบบหินยานก็น่าจะมีเอกลักษณ์ดี
อีกทั้งเมื่อมีการขยับพระพุทธชินสีห์คราวสร้างฐานชุกชีนั้น พบว่ามีเนื้อฐานพระพุทธชินสีห์ชำรุดจึงโปรดให้ช่างตัดแต่งให้งามดุจเดิม และเนื้อฐานพระพุทธชินสีห์นั้นเองล่ะกระมังที่เป็นแรงบันดาลใจ เมื่อทรงได้ตำราสร้างพระกริ่งและตำราโลหะมงคลมา จึงได้นำโลหะที่เหลือจากการแต่งฐานพระพุทธชินสีห์มาใช้ เพราะนานไปเศษโลหะนั้นจะไม่มีผู้รู้ค่าว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์จะถูกทิ้งเสียเปล่า
พระองศ์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล ได้ทรงดำรัสถึงเรื่องพระต้นแบบพระกริ่งปวเรศเป็นความว่า "ฉันเห็นหม้อน้ำมนต์ของวัดบวรนิเวศวิหาร ฉันได้เอาแว่นขยายส่องดู จึงแน่ใจว่าเป็นพระกริ่งใหญ่(พระกริ่งจีน) หรือที่เรียกกันว่าปทุมสุริวงศ์ อันน่าจะได้รับถวายมาจากราชวงศ์นโรดมกัมพูชา? สำหรับพระกริ่งใหญ่หรือพระกริ่งปทุมสุริวงศ์นี้ เป็นพระกริ่งของจีนโบราณสมัยหมิง ได้แพร่หลายเข้ามานานแล้ว แต่ที่พบจะมาพร้อมพระกริ่งบาเก็ง ซึ่งศิลปะสกุลช่างจีนเช่นเดียวกันแต่พบที่ปราสาทบาแคงที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาพนมบาแคง
ท่านอาจารย์ตรียัมปวาย ได้กล่าวถึงเรื่องพระกริ่งปวเรศไว้ดังนี้ "พระกริ่งปวเรศที่คนโบราณเขานิยมกันนั้น มีอยู่เนื้อเดียว คือเนื้อนวโลหะผิวกลับดำ เมื่อขัดเนื้อในจะเป็นสีจำปาเทศ และเมื่อทิ้งไว้ถูกกับอากาศก็จะกลับดำอีกครั้งหนึ่งในเวลาไม่นาน การอุดก้นนั้นพบสองลักษณะ คืออุดด้วยทองแดง และอุดด้วยฝาบาตร มีเครื่องหมายลับไว้กันปลอมแปลงด้วยแต่เป็นกริ่งที่หายาก และมีผู้เจนจัดชนิดชี้เป็นชี้ตายได้น้อยแทบไม่มีเลย นอกจากจะมีองค์ที่เป็นองค์ครูแล้วนำเอาองค์อื่นมาเทียบเคียงเท่านั้น"
พระกริ่งสายวัดสุทัศน์
พระกริ่งวัดสุทัศนนั้นเนื่องจากเมื่อครั้งที่ สมเด็จพระวันรัต(แดง) พระอุปัชฌาย์อาพาธเป็นอหิวาตกโรค สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของพระองค์ทรงเคยรักษาผู้ป่วยเป็นอหิวาตกโรคให้หายได้ ด้วยการอาราธนาพระกริ่งลงในน้ำ ทำเป็นน้ำพระพุทธมนต์ แล้วโปรดให้น้ำนั้นแก่ผู้ป่วยดื่ม ปรากฏว่าหายอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อตรัสอย่างนั้นแล้วก็อาราธนาพระกริ่งลงในน้ำ ทำน้ำพระพุทธมนต์ประทานแก่ สมเด็จพระวันรัต(แดง) เมื่อท่านฉันน้ำพระพุทธมนต์นั้นแล้วก็บรรเทาหายอาพาธเป็นปกติ (คือนำพระกริ่งปวเรศ มาทำน้ำพระพุทธมนต์)
สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทว) วัดสุทัศนเทพวรารามได้ทอดพระเนตรเห็นคุณวิเศษน่าอัศจรรย์ของพระกริ่งในขณะนั้นแล้ว จึงเกิดความสนพระทัย และทรงเริ่มศึกษาค้นคว้าตำราที่จะสร้างพระกริ่งเรื่อยมา จนมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการสร้าง จนเจนจบ เมื่อจะมีการสร้างพระกริ่งขึ้นครั้งใด พระองค์จะถูกขอร้องให้เป็นผู้ชี้แจงการสร้าง และการหล่อ ในฐานะประธานการหล่อพระกริ่งเสมอมา
ตำนานความเป็นมาของพระกริ่งและ พระชัยวัฒน์ "คำว่ากริ่ง" นี้ หมายความว่ากระไร สมเด็จฯ (สมเด็จพระสังฆราช แพ ติสฺสเทว) เคยรับสั่งเสมอว่า คำว่า "กริ่ง" นี้ มาจากคำถามที่ว่า "กึ กุสโล" (กิง กุสะโล) คือ เมื่อพระโยคาวจรบำเพ็ญสมณธรรมมีจิตผ่านกุศลธรรมทั้งปวงเป็นลำดับไปแล้ว
มูลเหตุที่สมเด็จพระสังฆราช(แพ) ทรงสร้างพระกริ่งและ พระชัยวัฒน์นั้น มีดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ ทรงเล่าว่าเมื่อพระองค์ดำรงสมณศักดิ์เป็นพระศรีสมโพธิ ครั้งนั้น สมเด็จพระวันรัต (แดง) อาพาธเป็นอหิวาตกโรค สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ครั้งยังทรงเป็นกรมหมื่นเสด็จมาเยี่ยม เมื่อรับสั่งถามถึงอาการของโรคเป็นที่เข้าพระทัยแล้ว รับสั่งว่า เคยเห็นกรมพระยาปวเรศฯเสด็จพระอุปัชฌาย์ของพระองค์อาราธนาพระกริ่งแช่น้ำอธิษฐาน ขอน้ำพระพุทธมนต์แล้วให้คนไข้เป็นอหิวาตกโรคกินหายเป็นปกติ พระองค์จึงรับสั่งให้มหาดเล็กที่ตามเสด็จไปนำพระกริ่งที่วัดบวรนิเวศแต่สมเด็จฯ ทูลว่า พระกริ่งที่กุฏิมี สมเด็จพระมหาสมณเจ้า จึงรับสั่งให้นำมา แล้วอาราธนาพระกริ่งแช่ น้ำอธิษฐานขอน้ำพระพุทธมนต์แล้วนำไปถวายสมเด็จพระวันรัต (แดง) เมื่อท่านฉันน้ำพระพุทธมนต์แล้ว โรคอหิวาต์ก็บรรเทาหายเป็นปกติ ส่วนจะเป็นพระกริ่งสมัยไหนพระองค์ท่านรับสั่งว่าจำไม่ได้
พระกริ่งสายวัดจักรวรรดิ์ราชาวาส
ยังมีพระกริ่งอีกสายหนึ่ง ซึ่งคงความเข้มข้นด้านเนื้อหาและประวัติการสร้างพระจากตำรับโบราณ คือ พระกริ่งสายวัดจักรวรรดิ์ราชาวาส ซึ่งสร้างในสมัยพระพุฒาจารย์ เอนกสถานปรีชา ฯ (มา) สมัยรัชกาลที่ ๕
พระพุฒาจารย์ เดิมชื่อ มา ชื่อ อินทร์สร ในพระพุทธศาสนา เกิดในสกุลอุบาสกใจบุญ โยมผู้ชายชื่อ ทองอยู่ โยมผู้หญิงชื่อ แช่ม พระพุฒาจารย์เกิดเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน พระพุทธศักราช ๒๓๘๐ ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีระกานพศก (จุลศักราช ๑๑๙๙) ณ ตำบลบ้านเขาแหลม อำเภอสำเพ็ง กรุงเทพฯ ครั้นพระพุทธศักราช ๒๔๐๔  ตรงกับปีระกา ตรีศก (จุลศักราช ๑๒๒๓) ท่านมีชนมายุได้ ๒๕ ปี จึงอุปสมบทเป็นภิกษุ ณ วัดจักรวรรดิ์ราชาวาส
และวันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๗ (รัตนโกสินทรศก ๑๓๓) ตรงกับ ณ วันศุกร์ แรม ๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีขาล ฉศก (จุลศักราช ๑๒๗๖) เวลา ๑๐ ทุ่ม ๓๐ นาที ท่านได้ถึงแก่มรณภาพ มีชนมายุ ๗๘ ปี กับ ๑ เดือน ๒๒ วัน มีพรรษาได้ ๕๒ พรรษา
การสร้างพระกริ่งของท่านเจ้ามานั้น มีการสร้างพระกริ่งและขนาดเล็ก (พระชัยวัฒน์) ซึ่งหล่อไว้ในราวอายุใกล้เคียงกับสมัยสมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์วราราม ซึ่งถ่ายทอดวิชาความรู้ตำรับการสร้างพระกริ่งระหว่างกันและกัน
พระกริ่งล้มลุก
เป็นพระกริ่งที่มีชื่อเสียงอันดับ ๑ แห่งวัดจักรวรรดิ์ราชาวาส ซึ่งองค์พระมีขนาดเล็ก ไม่ใหญ่มาก ลักษณะองค์พระกริ่งนั่งขัดสมาธิเพชร ประทับบนดอกบัว ส่วนฐานถูกตะไบให้มีกลม เนื่องจากเป็นการหล่อพระแบบโบราณ ช่างจึงตะไบที่ฐานเพื่อลบเศษโลหะที่ไม่ต้องการออก เลยทำให้เป็นฐานกลม เหมือนตุ๊กตาล้มลุก อีกทั้งชื่อยังพ้องกับ ล้มแล้วลุก จึงเป็นที่ใฝ่หาของบรรดาลูกศิษย์มาก
ลักษณะที่ดีของพระกริ่ง
พระกริ่งที่มีลักษณะดี ต้องมีเสียงเขย่าแล้วดังกังวาน ถ้าไม่ดัง เขานิยมเรียกกันว่า "พระกริ่งใบ้" ผิวโลหะเป็นมันวาว สีดำสนิด และขัดถูด้วยมือจะเห็นเป็นสีเงินยวง สักพักผิวจะกลับดำ และเนื้อโลหะต้องตึง ไม่มีรูตามด
การบรรจุกริ่งเข้าไป ทำได้หลายวิธี ต่างสำนักก็ต่างวิธี แต่ที่สุดยอดต้องยกให้ของวัดสุทัศน์อีกเช่นกัน ทำการอุดกริ่งด้วยการไม่เห็นความแตกต่างของเนื้อโลหะ และอุดกรุ่งตรงสะโพกเท่านั้น
พระกริ่งบางสำนักก็อุดที่ฐาน อุดสะโพก หรือแม้กระทั่งคว้านก้นให้เป็นรูแล้วหาแผ่นมาปิด ก็แล้วแต่จะทำกัน
การหล่อโลหะก็สำคัญ บางแห่งทำจากโรงงาน บางแห่งหล่อแบบโบราณตามตำรับ บางแห่งใช้โลหะปั๊มขึ้นรูป ก็ขึ้นอยู่กับว่ากระบวนการสร้างพระกับเจตนา ต่างกันอย่างไร แต่เขาจะให้เกียรติการหล่อโบราณให้เป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งการหล่อแบบโบราณคือ การหล่อพระและหุ้มดินขี้วัว ตอกทอย และมัดด้วยลวด ซึ่งมีกระบวนการยุ่งยากและซับซ้อน มีการหล่อแบบเป็นช่อ หล่อแบบลอยตัว (เรียกว่าเบ้าทุบ)
รายการพระกริ่ง
ข้อมูลโดย http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2010/08/K9607687/K9607687.html

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562

ลูกสะกด เครื่องรางหายาก ดีทางมหาอุตม์ คงกระพัน

ลูกสะกดหนุมานชนะศึก หลวงพ่อชื่น วัดตาอี ปี 2544 
เครื่องรางของขลังที่มีการสร้างมาตั้งแต่สมัยโบราณนั้น นับว่ามีหลายประเภทด้วยกัน ที่ทำให้เกิดอานุภาพเข้มขลังในด้านต่างๆ โดยเฉพาะในสมัยก่อนที่เน้นปลุกเสกเครื่องรางให้มีอานุภาพด้านมหาอุตม์ คงกระพัน เช่น “ลูกสะกด” เป็นอีกหนึ่งเครื่องรางที่ได้รับความนิยม โดยมีลักษณะกลมเกลี้ยงขนาดเท่ากับลูกอมหรือบางชนิดก็ใหญ่กว่า ทำมาจากวัสดุต่างๆ เช่น ตะกั่ว ผสมโลหะอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เมฆพัตร เมฆสิทธิ์ เป็นต้น พระเกจิอาจารย์บางท่านก็สร้างลูกสะกดมาจากแร่บางไผ่ ซึ่งเป็นวัตถุอาถรรพ์ทางธรรมชาติที่มีฤทธิ์ในตัวเอง หรือ อาจจะนำวัสดุมวลสารที่เหลือจากการสร้างพระมาหลอมเข้าด้วยกัน เพราะถือได้ว่ามวลสารเหล่านี้ได้ถูกปลุกเสกไว้ดีแล้ว 

จากนั้นจึงทำการจารอักขระเลขยันต์ลงไปตามตำราที่ได้ร่ำเรียนมา ทว่าการจะนำวัสดุประเภทใดมาสร้างเป็นลูกสะกด ก็สุดแล้วแต่ครูบาอาจารย์ท่านนั้นๆจะดัดแปลงหรือพลิกแพลงตามความรู้ของท่าน สำหรับบางท่านก็สร้างตามตำราที่ได้เรียนมา แล้วนำลูกสะกดมาปลุกเสกอธิษฐานจิตให้มีฤทธิ์ในด้านต่างๆตามที่ปรารถนา ทำการเจาะรูไว้ตรงกลาง แล้วร้อยเชือกเข้าไป เพื่อให้สะดวกต่อการบูชาติดตัว เช่นผูกไว้ที่ข้อมือ หรือ ใช้คาดเอวก็ได้ หากใครที่ไม่ประสงค์จะทำเป็นลูกสะกดก็อาจไม่ต้องเจาะรูก็ได้ แต่ใช้เป็นเครื่องรางลูกอมเพื่ออมเอาไว้ในปากแทน ก็มีอานุภาพเช่นเดียวกัน 
ส่วนความเชื่อของการใช้ลูกสะกดในสมัยก่อน เชื่อว่าลูกสะกด จะสามารถสะกดผู้อื่นให้เคลิบเคลิ้มเสมือนต้องมนตราได้ แต่โดยมากอานุภาพของลูกสะกดนั้น มุ่งหมายให้ไปในทางมหาอุตม์ คงกระพันชาตรีเป็นสำคัญ เพราะในสมัยก่อน เกิดการศึกสงครามอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ชายชาตรีที่ต้องออกรบมีเครื่องรางไว้ป้องกันตัวเพื่อให้ตนแคล้วคลาดจากคมหอกคมดาบ หรือ หากถูกฟันถูกแทงก็จะฟันแทงไม่เข้า เรียกว่าหนังเหนียวคงกระพัน จึงต้องมีเครื่องรางที่มีอานุภาพในด้านนี้ไว้ติดตัวโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นตะกรุด ลูกอม ลูกสะกด หรือเครื่องรางอื่นๆ แต่ลูกสะกดในบางรุ่นก็สุดแล้วแต่ครูบาอาจารย์ท่านนั้นๆ จะปลุกเสกอธิษฐานจิตให้เป็นไปในทางใด เช่น บางรุ่นปลุกเสกให้มีอานุภาพด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ แคล้วคลาด ป้องกันภัย สะกดสิ่งไม่ดีให้หยุดไม่ให้เข้ามาหาตัวเองก็มี หรือ มีอานุภาพครอบจักรวาลก็ได้เช่นกัน 
สำหรับลูกสะกดที่เลื่องลือกันในด้านอานุภาพนั้นมหาอุตม์ คงกระพัน เช่น ลูกสะกด หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท , ลูกสะกด หลวงปู่เนียมวัดน้อย จ.สุพรรณบุรี , ลูกสะกด หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์ และพระเกจิอาจารย์ท่านอื่นๆ ในยุคปัจจุบันที่สร้างลูกสะกดขึ้นมา และได้รับความนิยมจากสานุศิษย์ เช่น ลูกสะกด หลวงพ่อแถม สีลสังวโร วัดช้างแทงกระจาด อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ลูกสะกดหนุมานชนะศึก หลวงพ่อชื่น วัดตาอี ปี 2544 ลูกสะกดหนุมาน หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ ปี 2544  ลูกสะกดคุ้มกันภัย พระเจ้า ๕ พระองค์ (ดีครอบจักรวาล) หลวงพ่อจืด เป็นต้น 
ปัจจุบันเรียกได้ว่าการสร้างลูกสะกดเช่นในสมัยโบราณ หาได้ยากขึ้นทุกวันแล้ว ผู้ที่นิยมสะสมเครื่องรางจึงเสาะแสวงหามาไว้บูชากันมาก เพราะด้วยศรัทธาในบารมีของครูบาอาจารย์ผู้สร้างผู้ปลุกเสก อันจะทำให้อานุภาพของลูกสะกดที่บูชาเกิดอานุภาพได้อย่างน่าอัศจรรย์ 


ข้อมูลโดย
https://horoscope.thaiza.com/content/338404/

รู้แล้วสาธุดังๆ หลวงพ่อเดิม ไขข้อข้องใจ แขวนพระลอดใต้ถุนบ้าน-ราวตากผ้า เสื่อมจริงหรือไม่

ความเชื่อเรื่อง เครื่องรางของขลัง เป็นเรื่องที่อยู่คู่คนไทยมานานมากแล้ว และแน่นอน คนมีของ หรือคนที่มีความเชื่อเรื่องเหล่านี้มักมีกฏเกณฑ์ ข้อปฏิบัติบังคับอยู่ อย่างเช่นหากแขวนพระที่ได้รับการปลุกเสกแล้ว ห้ามลอดใต้ถุนบ้าน ห้ามลอดราวตากผ้าหรืออะไรอีกมากมายหลากหลายข้อห้าม และในวันนี้เราก็มีเรื่องเล่า จากหลวงพ่อเดิม หลังจากที่มีคนถามหลวงพ่อเรื่องข้อห้ามนี้
ครั้งหนึ่ง เคยมีคนถามหลวงพ่อเดิม เรื่องการแขวนพระว่า.. แขวนพระหลวงพ่อแล้วลอดใต้ถุนบ้าน ได้ไหม ? แขวนพระหลวงพ่อแล้วลอดราวผ้าได้ ไหม ?
หลวงพ่อเดิม ถามว่า..
“…งูเห่าเลื้อยลอดใต้ถุนบ้าน เลื้อยลอดราวผ้ามากัดเอ็ง เอ็งตายห่_ไหม ?"
…ตาย! สิครับ
หลวงพ่อเดิม บอกว่า..
“…เออ! พระที่ข้าเสกก็เหมือนกันนั่นแหละ ลอดไปเถอะ ถ้าไม่ได้เจตนาจะลอดให้เสื่อมก็ไม่เป็นไร
พระที่เสกด้วยพุทธานุภาพ อยู่ที่ต่ำอย่างไรก็ไม่เสื่อม แต่อย่าไปตั้งใจทำ อย่างเช่นตั้งใจเดินข้าม ตั้งใจลอดใต้ถุนบ้าน ตั้งใจลอดราวผ้าเพื่อให้เสื่อม ถ้าอย่างนั้นจะเสื่อมจริงๆ แต่เสื่อมแล้วคนทำลงนรก เพราะข้อหาปรามาสพระรัตนตรัยด้วย ถ้าไม่ได้เจตนาก็มุดไปเถอะ ตรงไหนก็ไปได้”

วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ประวัติหลวงปู่ผาด ฐิติปัญโญ วัดบ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์

หลวงปู่ผาด ฐิติปัญโญ หรือพระครูวิบูลย์ ปัญญาวัฒน์ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 3 พ.ค.2454 จบ ป.4 เป็นชาวบ้านดู่ ต.ปราสาท อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ บุตรนายเอี้ยง กับ นางเตียบ ดิบประโคน มีพี่น้อง 4 คน หลวงปู่ผาดเป็นคนที่ 3 ขณะหลวงปู่ผาด อายุยังไม่ถึงขวบครอบครัวได้ย้ายมาอยู่ที่ ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งได้บรรพชาบวชสามเณร เมื่อปี 2470 อายุ 15 ปี ที่วัดบ้านพลับ ต.ทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ บวชได้ 2 พรรษา ลาสิกขาบทไปช่วยบิดามารดาทำไร่ทำนา
ต่อมาปี 2476 ขณะมีอายุ 22 ปี ได้อุปสมบทบวชเรียนที่วัดบ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เมื่อครั้งอดีตสมัยท่านเป็นพระหนุ่มๆ ท่านได้ออกจาริกแสวงบุญไปยังที่ต่างๆ  เพื่อศึกษาหาความรู้ทั้งทางพระเวทย์ วิชาแพทย์แผนโบราณต่างๆ ตามความเชื่อ และความนิยมของชาวพื้นบ้าน ในสมัยนั้น ได้ไปศึกษาเล่าเรียนเวทวิทยาอาคมที่จังหวัดอุดรมีชัย ถึง 3 ปี (ในสมัยนั้น จังหวัดอุดรมีชัย ยังเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย ) จากนั้นท่านได้จาริกไปศึกษาหาความรู้จากครูบาอาจารย์ต่างๆ แทบจะทุกภาคของไทยและประเทศใกล้เคียง เคยธุดงค์ไปศึกษาวิชาอาคมที่นครวัต ที่ประเทศเขมร เป็นเวลา 8 ปี  จนมีความรู้เจนจบในไสยเวททุกแขนง แตกฉานในวิปัสสนากรรมฐาน อย่างแจ่มแจ้ง ต่อมาเมื่อท่านมีอายุมากขึ้น ท่านได้รับถวายที่ดินจากชาวบ้าน จากนั้นท่านก็ได้บูรณะจากพื้นดินที่ว่างเปล่า จนเป็น “วัดตาอี” ให้เห็นเป็นรูปธรรมในปัจจุบัน 
ต่อมา หลวงปู่หริ่ง เจ้าอาวาส วัดบ้านกรวด ได้มรณภาพลง ชาวอำเภอบ้านกรวด จึงได้นิมนต์ หลวงปู่ผาด มาเป็นเจ้าอาวาส แต่หลวงปู่ได้ปฏิเสธการเป็นเจ้าอาวาส วัดบ้านกรวด มาโดยตลอด แต่ในที่สุดท่านก็ทนแรงศรัทธาของญาติโยมไม่ไหว จึงต้องยอมรับ เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านกรวด เมื่อพ.ศ.2495 ก็ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านกรวด จนถึงปัจจุบัน
หลวงปู่ผาด ท่านได้พัฒนา วัดสาขาของท่านถึง 4 แห่ง ก็คือ วัดตาอี,วัดบ้านปราสาท,วัดบ้านบึงเก่า และวัดบ้านกรวด เป็นรูปเป็นร่างมาจน ถึงปัจจุบันนี้ หลวงปู่ผาด วัดบ้านกรวด ท่านเป็นพระที่รักสันโดษ ไม่ยึดติดในลาภยศสรรเสริญ ท่านได้ปฏิเสธ ในการสร้าง วัตถุมงคล มาโดยตลอด แต่บรรดาศิษยานุศิษย์ได้รบเร้า หลวงปู่ว่า มีผู้เลื่อมใสศรัธา ในตัวหลวงปู่ ประสงค์อยากจะได้พระเครื่อง วัตถุมงคลของหลวงปู่ผาดไว้บูชา  เพื่อเป็นสิริมงคล เป็นขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิต หลวงปู่ท่านก็เลยอนุญาต ให้จัดสร้าง วัตถุมงคล ที่ออกมาภายใต้ชื่อ หลวงปู่ผาด
ข้อมูลโดย khaosod.co.th

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562

กุมารทอง ๙ โกศ หมายถึงอะไร ?

การสร้างกุมารทองตำรานี้ไม่ค่อยได้มีผู้ใดสร้างกันเพราะขาดผู้สืบทอดตำรา การปลุกเสกก็ต้องใช้พลังจิตที่สูงมากเพราะเหตุว่า การสร้างตำรานี้มิได้มีภูตผีเข้ามายุ่งเกี่ยว ผู้ที่จะทำการสร้างและปลุก ให้มีความขลังได้นั้นต้องมีพลังจิตและพลังแห่งสรรพเวทวิทยาที่สูงมาก จึงไม่ค่อยมีผู้ได้เรียนหรือสร้างกุมารทองในตำรานี้
แต่จากการสืบเสาะแสวงหาของผู้เขียนจึงได้พบอาจารย์ฆราวาส ผู้คงแก่เรียนท่านหนึ่ง ได้เรียนสืบทอดในวิชาสายนี้มาได้กรุณาติดต่อ ผู้เขียน ชี้แจงและเล่ารายละเอียดตลอดถึงกรรมวิธีในการสร้างกุมาร ทองในตำรานี้โดยละเอียด
ท่านบอกว่ากุมารทองตำรานี้เมื่อทำได้ตามตำราและเสกได้ ขลังแล้วกุมารนี้จะมีฤทธิ์มากและก็เป็นกุมารฝ่ายเทพด้วย ก็คือเทพ แห่งกุมารนั่นเอง มิได้มีภูตผีและวิญญาณเข้ามาเกี่ยวข้อง
การสร้างกุมารทองในตำรานี้ขั้นแรกต้องหาโกศใส่กระดูก สมัยโบราณให้ได้ ๙ วัด ๙ โกศ คือวัดละ ๑ โกศนั่นเอง โกศใส่ กระดูกในสมัยโบราณนั้นเขาจะทำด้วยตะกั่ว ซึ่งในปัจจุบันไม่มีให้เห็น แล้ว เมื่อได้มาแล้วก็ต้องนำมาลงอักขระเลขยันต์ตามตำราแล้วทำการ ปลุกเสกไว้คำรบหนึ่งก่อน
ในขั้นต่อมาก็ต้องมาจัดหาตะปูสังฆวานรมาวัดละ ๑ ตัว ให้ได้ ๙ วัด รวมเป็น ๙ อัน นำมาลงอักขระเลขยันต์ตามตำราแล้วจึงนำมา เสกตามตำราบังคับ
เมื่อได้ของทั้งสองสิ่งมาแล้วก็ต้องนำมาหลอมรวมกัน ขณะทำการหลอมตะกั่วโกศและตะปูสังฆวานรนั้นก็ต้องสาธยายสรรพเวท ต่างๆ ไปจนกว่าการหลอมจะแล้วเสร็จ
เมื่อได้ที่แล้วต้องนำมาเสก ด้วยคาถาตามตำราอีกคำรบหนึ่ง หลังจากนั้นจึงนำแท่งโลหะตะกั่วที่ได้ไปหล่อหลอมให้เป็นตัว กุมารทอง การหลอมนั้นต้องดูฤกษ์ยามตลอดจนขณะหลอมกุมารทอง นั้นต้องสาธยายมนตราไปตลอดจนกว่าจะแล้วเสร็จ เมื่อได้กุมารทอง ตามต้องการแล้วก็ต้องนำมาขึ้นขันธ์ ๕ และบายศรี ทำการปลุกเสก ชุมนุมธาตุ ตั้งธาตุ หนุนธาตุ ๔ และสรรพเวทตามตำราบังคับ แล้วนำ มาเก็บไว้เพื่อบรรจุผงอีกขั้นตอนหนึ่ง
ขั้นตอนสุดท้ายนี้สำคัญมาก คือการทำ ผงมหากำเนิดเทวดา ผงอาการ ๓๒ หรือ ผงปถมังโลกีย์มหากำเนิด การทำผงทั้งสองชนิดนี้ ทำได้ยากมาก ต้องใช้ความมานะอุตสาหะเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้ผงมา ตามต้องการแล้วก็ต้องนำมาปลุกเสกเสียก่อนจึงนำไปรวมหรือคลุก เคล้ากับสรรพว่านยาต่างๆ ตามตำรับบังคับ
ในขั้นตอนสุดท้ายนี้จะต้องนำผงที่ได้นั้นมาอุดในองค์กุมาร ทองในขณะทำการอุดปากก็ต้องสาธยายมนตรากำกับตลอดเวลาจนกว่า จะแล้วเสร็จ
ในขั้นตอนสุดท้ายก็ต้องหาฤกษ์ยามทำการปลุกเสกร่าง กุมารทองให้มีชีวิตและความขลังก็เป็นอ้นเสร็จพิธีการสร้าง ส่วนการปฏิบัติบูชานั้นก็ไม่ยุ่งยากเหมือนตำราอื่น คือไม่ต้อง จัดของบูชาหรือเครื่องเช่นเพราะเป็นเทพแห่งกุมาร กุมารทองนี้ไม่กิน เครื่องเช่นเพราะอิ่มทิพย์ที่สำคัญไมให้โทษต่อผู้เลี้ยงแต่อย่างใด
ข้อมูลโดย
http://www.itti-patihan.com
รายการกุมาร 9 โกศ