วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

วัวธนู เนื้อผงพุทธคุณ ผสมคั่ง หลวงพ่อจืด สำนักปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี ปี 2551 รุ่นไหว้ครู

 

วัวธนู เนื้อผงพุทธคุณ ผสมคั่ง หลวงพ่อจืด สำนักปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี ปี 2551 รุ่นไหว้ครู

วัวธนู เนื้อผงพุทธคุณ ผสมคั่ง หลวงพ่อจืด สำนักปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี ปี 2551 รุ่นไหว้ครู

วัวธนูถือว่าเป็นสุดยอดเครื่องรางชนิดหนึ่งตั้งแต่โบราณ คุณสมบัติของเครื่องรางชนิดนี้ คือการป้องกันคุ้มครองผู้บูชาให้พ้นภยันตรายจากภูตผีปิศาจต่อสู้กับอสูรกายตลอดจนคุณไสยต่างๆ แม้แต่ผู้ปองร้าย หรือพวกมิจฉาชีพโจรผู้ร้าย ขโมยขึ้นบ้านก็ยังช่วยขับไล่ได้ด้วย นอกจากนี้แล้วยังป้องกันไฟไหม้ ฟ้าผ่า โชคลาภ เมตตา ค้าขาย ได้ดีมาก หลวงพ่อจืด ท่านได้สร้างวัวธนู และควายธนู มาหลายรุ่นด้วยกัน แต่ละรุ่นมีประสบการณ์ หายาก ราคาบูชาก็ขยับสูงขึ้น ใครมีต่างก็หวงแหน ในการสร้างวัวธนู และควายธนู แต่ละครั้งนั้น หลวงพ่อจืด ท่านได้ทำการปลุกเสกอย่างเข้มขลังมาก มันจะขวิด ผู้บุกรุกถึงตายทีเดียว ถ้าผู้บุกรุกเป็นภูตผี มันก็ไล่ขวิดเสียกระเจิดกระเจิง หรือจนกระทั่งภูตผีปีศาจเหล่านั้น หมดสภาพไม่สามารถไปใช้ทำอะไรได้อีก

วัวธนูหลวงพ่อจืด วัดโพธิ์เศรษฐีวนาราม จ.นครปฐม สร้างด้วยเนื้อผงว่านมวลสารอาถรรพ์ พอกด้วยครั่งทาทองลงอักขระ ตามศาตร์ตำรับโบราณที่ร่ำเรียนมาจากองค์พระอาจารย์ คือหลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง อดีตพระเกจิอาจารย์ผูมีวืมยาคมขลัง เจ้าตำรับวัวธนูและราหูกะลาตาเดียวอันเลื่องลือทั้งแผ่นดิน กล่าวกันว่าหลวงพ่อจืดจัดสร้างสืบทอดวิชาวัวธนู ใด้ศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังเฉกเช่นหลวงพ่อน้อยสร้างเองเลยทีเดียว

ร่ำลือกันนานนักว่าหลวงพ่อจืดปลุกเสกวัวธนู ได้ขลังและแรงเมื่อนำไปบูชาแล้วเกิดประสบการณ์มากมายเป็นสุดยอดวิชาแต่ครั้งกาลโบราณ อยากจะหาเครื่องรางที่ดีครอบจักรวาลเทียบเครื่องรางชั้นครูก่ออภินิหาร

บริกรรมพระคาถาตามตำรา (โอม กอนอ มหากอนอ โอมสิทธิสวาหะ) อธิษฐานจิตขอให้วัวธนูช่วย คุ้มครอง เฝ้าบ้าน กันภูติผี วิญญาณร้าย กันคุณไสยของไม่ดี และขอเรื่องเมตตค้าขาย บันดาลโชคลาภเงินทองได้ด้วย

วิธีกรรมการสร้างวัวธนู หลวงพ่อจืด วัดโพธิ์เศรษฐีวนาราม ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ท่านหนึ่งในประวัติศาสตร์ คือหลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง จ.นครปฐม ซึ่งเป็นอมตะเถราจารย์ในด้านการสร้างวัวธนู ควายธนูนั้นเป็นเลิศ แต่ในปัจจุบันนี้ ศิษย์เอกสายตรงผู้ที่สืบทอดวิชาการสร้างวัวธนู ควายธนู ต่อจากหลวงพ่อ น้อย คือ หลวงพ่อจืด สวนปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี จ.นครปฐม ท่านได้สร้างวัวธนู ได้ขลังตามตำราโบราณขนานแท้ที่เรียกว่า “วัวธนู สูตรสำเร็จ” คำว่าสูตรสำเร็จแปลว่า ไม่ต้องเลี้ยงเหมือนวัวควายธนูทั่วไป นอกจากยังไม่มีโทษแก่ผู้เลี้ยงแล้ว แต่อนุภาพความศักดิ์สิทธิ์ยังครบถ้วน ไม่แพ้ครูบาอาจารย์ของท่าน ออกให้บูชาทีไรก็หมดทันที

วัวธนู เนื้อผงพุทธคุณ ผสมคั่ง หลวงพ่อจืด สำนักปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี ปี 2551 รุ่นไหว้ครู

วัวธนู เนื้อผงพุทธคุณ ผสมคั่ง หลวงพ่อจืด สำนักปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี ปี 2551 รุ่นไหว้ครู

วัวธนู เนื้อผงพุทธคุณ ผสมคั่ง หลวงพ่อจืด สำนักปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี ปี 2551 รุ่นไหว้ครู

วัวธนู เนื้อผงพุทธคุณ ผสมคั่ง หลวงพ่อจืด สำนักปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี ปี 2551 รุ่นไหว้ครู

วัวธนู เนื้อผงพุทธคุณ ผสมคั่ง หลวงพ่อจืด สำนักปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี ปี 2551 รุ่นไหว้ครู


วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

กุมารทองรับทรัพย์คะนองฤทธิ์ พิมพ์โบราณ ขนาดพกพาเนื้อโลหะ พิมพ์ธรมดา หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ ปี 2557

กุมารทองรับทรัพย์คะนองฤทธิ์ พิมพ์โบราณ ขนาดพกพาเนื้อโลหะ พิมพ์ธรมดา หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ ปี 2557

กุมารทองรับทรัพย์คะนองฤทธิ์ พิมพ์โบราณหลวงพ่อกอย ขนาดพกพาเนื้อโลหะอาถรรพณ์ล้วนๆ ประสบการณ์สุดๆในขณะนี้ วัดเขาดินใต้ ปี 2557

กุมารทองพิมพ์โบราณหลวงพ่อกอย ขนาดพกพาเนื้อโลหะอาถรรพณ์

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเลียงกุมารทองพิมพ์โบราณหลวงพ่อกอย ขนาดพกพาเนื้อโลหะอาถรรพณ์ล้วนๆ ประสบการณ์สุดๆในขณะนี้ วัดเขาดินใต้ ปี 2557 ทางสายเขมรโบราณ คือเป็นทางเลือกที่ดี จะรู้จักกันดีถึงเรื่องความขลังความศักดิ์สิทธิ์ความเฮี้ยนของกุมารทองของหลวงพ่อกอย เพราะเป็นกุมารทองกึ่งเทพกึ่งพรายที่มีฤทธิ์สูยงมากทางด้านโชคลาภเมตตาค้าขาย เหมาะสำหรับเลี้ยงไว้เรียกโชคลาภ ค้าขาย เรียกลูกค้าเฝ้าบ้านเรือกสวนไร่นา กันคนมาปองร้ายทำมิดีมิร้ายแก่เรา สามารถมีฤทธิ์เป็นพรายกระซิบบอกเหตุร้าย หรือข่าวดี ที่กำลังจะมาถึง บอกโชคลาภ บอกหวย เรียกเงินเรียกทอง เรียกทรัพย์ เสี่ยงดวงการพนันช่วยทำมาค้าขาย เรียกคนเข้าร้านแก่ผู้เลี้ยง และสามารกันภูติผีปีศาจ กันคุณไสย คุณผี คุณคน อุบาทว์และสิ่งอัปมงคลทั้งปวงไม่ให้เข้ามากล้ำกลายผู้เลี้ยงไม่ให้เกิดอันตรายประดุจลูกดูแลพ่อแม่บังเกิดเกล้า พุทธคุณแห่งกุมารทองนี้มีมากมายมหาศาลดุจจะพรรณนา จงเร่งหามาบูชา 

กุมารทองรับทรัพย์คะนองฤทธิ์ พิมพ์โบราณ ขนาดพกพาเนื้อโลหะ พิมพ์ธรมดา หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ ปี 2557

กุมารทองรับทรัพย์คะนองฤทธิ์ พิมพ์โบราณ ขนาดพกพาเนื้อโลหะ พิมพ์ธรมดา หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ ปี 2557



วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ตะกรุดโทนมหาจักรพรรดิ์ตราธิราช หลวงพ่อจืด สวนปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี

ตะกรุดโทนมหาจักรพรรดิ์ตราธิราช หลวงพ่อจืด สวนปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี

 ตะกรุดโทน มหาจักพรรดิ์ตราธิราช นับว่าเป็นการสร้างตะกรุดที่ยิ่งใหญ่และสลับซับซ้อนกว่าการสร้างตะกรุดใดๆทั้งปวง ลูกศิษย์ตัวจริงของหลวงพ่อจืดไม่ควรพลาด หลวงพ่อจืดท่านได้ลงอักขระเลขยันต์ด้วยมือของท่านเองทุกดอก ท่านได้ทำการเรียกสูตรเรียกนามทีละดอก กำหนดฤกษ์ยามในการลงอักขระเลขยันต์ซึ่งเป็นตะกรุดที่ถูกสร้างถูกต้องตามตำราอย่างแท้จริง เพื่อก่อให้เกิดความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ แก่ผู้สักการะบูชาตะกรุดมหาจักพรรดิ์เป็นตะกรุดที่ประเสริฐกว่าตะกรุดใดๆมีคุณวิเศษนานัปการจงปรารถนาเอาเถิด ถ้าต้องธรณีสารเป็นเคราะห์หามยามร้ายให้เอาตะกรุดนี้อาราธนาลงในขันน้ำมนต์ แล้วตั้งจิตอธิษฐานขออนุภาพแห่งความศักดิ์สิทธิ์จงเป็นเกราะป้องกันภัยทั้งปวงกัน โจรภัย บูชาไว้ที่ขื่อบ้านเอาไว้กันฟ้าผ่ากันไฟไหม้ บูชาติดรถติดเรือเป็นมหามงคลอันยิ่งใหญ่ท่านเสกด้วยพระคาถาบทอิติปิโส สรรเสริญพุทธคุณ จนจบ ทำน้ำมนต์ดื่มกิน ล้างหน้าอาบกิน เป็นความจะหายเคราะห์ร้ายจะหมด ขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้สลาย และไม่มีอำนาจที่จะขวางกั้น ศัตรูคิดร้ายก็จะแพ้ภัยตัวเองสิ่งอัปมงคลทั้งหลายจะสลายหายไปสิ้นโรคภัยไข้เจ็บจะหายชนะศัตรูทุกทิศ เขาคิดกลั่นแกล้งเรานานาไม่อาจทำอันตรายเราได้ จะค้าขายขอลาภให้เอาตะกรุดนี้ยกขึ้นอธิษฐานตามใจปรารถนา จะไม่พบความยากจนเลยเป็นเมตตามหานิยมฝูงชนรักใคร่เอ็นดูปรารถนาสิ่งใดได้สมปรารถนาทุกประการหลวงพ่อจืดท่านเป็นผู้เจนจบในพระยันต์ร้อยแปดของตะกรุดมหาจักพรรดิ์ ท่านพิจารณาเห็นว่าเป็นของมงคลอันวิเศษสูงสุดอุปเท่ห์ก่อนจะบูชาหรือคล้องคอหรือพกพาส่วนใดของร่างกายให้อาราธนาพระรัตนตรัยก่อนทุกครั้ง


ตะกรุดโทนมหาจักรพรรดิ์ตราธิราช หลวงพ่อจืด สวนปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี

ตะกรุดโทนมหาจักรพรรดิ์ตราธิราช หลวงพ่อจืด สวนปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี


วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2564

Jatukam Ramathep(拾到金、查督堪)


 洛坤洗他瑪拉州府(narkhon sri thamarat)的城柱廟(lak meng)“lak meng”的意思是“柱子” 或“基層”;而meng 的意譯是“城”或者“鎮”。所以“lak meng”的意思其實就是“城柱”或者“鎮柱”,類似華人所拜的城隍廟,


於泰國第一世皇時代就流傳了這種習習俗,即在建城時就必須建主城柱廟,立柱后就設壇舉行盛大的法會,經由眾法師奉請 天神諸神佛菩薩,降靈與此神聖的木柱上,奉為此城鎮的守護神,保護全城鎮的安全,讓居民安居樂業。所以,泰國每個州府都設有城柱廟,位於曼谷玉佛寺的東南方也有設有柱廟,由於設在首都。所以這間柱廟也被尊稱為國柱廟,負起保護整個泰國的安危,廟里除了供奉國柱外,其中還有一個小廟宇,供奉了許多尊守護神,每逢大節日,泰國皇室成員都會來此膜拜一番,祈求國泰民安。而澤度金本寺聖木被雕成上下八個面;上方為帕依算天神,帕納萊天神,其餘兩面分別為澤度康與拉瑪貼兩兄弟,就成了有八個面的 聖柱。這也是泰國唯一有雕刻臉像的州柱,一般州府的州柱都是蓮花型或圓形柱而已。當時建柱時於瓦帕瑪哈塔哇啦威韓,舉行了一個空前盛大的法會。此法的目的為喚醒舍利塔內的眾仙菩薩,都出來幫助安定社會。眾神該喚醒了,是時候出來庇佑眾生了。當時整個廟怖起了戰陣,四面八方吊滿了旗子,旗上畫滿了符咒以及神猴哈努曼的畫像。於1月16日2528年星期四, 中午十二時三十九分,由坤潘點主持,代表此儀式開始向州內的牛鬼蛇神以及黑暗勢力宣戰。


全能天神甲督勘又名澤度金天神,廣東地區很多人稱它為拾到金,顧名思義就是為祈求財富而佩戴的佛牌。相它為南海觀音的護法之一,在泰國人眼裡此牌更有避險保平安的功效。佩戴查督堪為人要正直,不可背後說人壞話,若虔心供奉可保平安招正偏財避小人助人緣。助權利助事業助生意。招財效果極佳!澤鍍金天神和拉胡一樣,喜歡具有正氣的善信.討厭背後偷偷摸摸做小動作的人.查督堪在協助財運以及金錢方面非常有名,不過信眾若向查督堪許願,願一定要合理.願望達成以後一定要還願Jatukam Ramathep(澤度金,拾到金,查督堪) 著名的坤潘警長是拾到金佛牌創始人在約七百年前的暹邏(今為泰國)、 Jatukam Ramathep拾到金、查督堪)是一位勤政愛民的國王,控制了暹邏三份二的國土,身為一國之君的他還時時關注百姓的生活,立誓要給百姓定居樂業的生活。當拾到金國王逝世後,他愛民如子的精神感動天,被封為天神,百姓有求於他,無不有求必應,紛紛建廟安奉其聖像膜拜。


วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2563

เครื่องรางหุ่นพยนต์ คืออะไร

หุ่นพยนต์ ในวงการไสยศาสตร์เป็นที่ยอมรับกันดีเรื่องมีภูตผีเป็นผู้รับใช้ติดตามจะสายไหนก็มักจะมีข้ารับใช้เสมอ ทั้งสายเทพ สายพราย สายภูติ สายผี สายเวทย์ บางครั้งถูกเรียกไปต่างๆนานา เช่น วิชามารยศาสตร์สร้างปู่โสม การฆ่าคนเพื่อเฝ้าสมบัติพัสถาน กุมารทองกุมารี รักยม อิ่นจันทร์ อิ่นแก้ว ในลัทธิองเมียวโดของญี่ปุ่นมีชิกิงามิ ชิกิยิน เป็นการเสกกระดาษเป็นข้ารับใช้ ซึ่งเป็นพวกเดียวกับหุ่นพยนต์นี้ แต่ต่างกันออกไปที่หุ่นพยนต์จะสามารถสร้างจากวัตถุสิ่งขออะไรก็ได้

รูปหุ่นพยนต์ปู่มหาเวทย์ คัมภีร์เขมรโบราณ หลวงพ่อกอย  | หุ่นพยนต์ปู่มหาเวทย์ คัมภีร์เขมรโบราณ หลวงพ่อกอย ,หุ่นพยนต์หลวงพ่อกอย ,หลวงพ่อกอยหุ่นพยนต

หุ่นพยนต์ปู่มหาเวทย์ คัมภีร์เขมรโบราณ หลวงพ่อกอย เนื้อเงินยวงโบราณ

รูปหุ่นพยนต์ปู่มหาเวทย์ คัมภีร์เขมรโบราณ หลวงพ่อกอย  | หุ่นพยนต์ปู่มหาเวทย์ คัมภีร์เขมรโบราณ หลวงพ่อกอย ,หุ่นพยนต์หลวงพ่อกอย ,หลวงพ่อกอยหุ่นพยนต

หุ่นพยนต์ปู่มหาเวทย์ คัมภีร์เขมรโบราณ หลวงพ่อกอย เนื้อโลหะอาถรรพณ์

หุ่นพยนต์ คำนี้ว่าจากคำว่า “พยนต์” แปลว่า สิ่งที่ผู้ทรงวิทยาคมปลุกเสกให้มีชีวิตขึ้น เช่น หุ่นพยนต์ เป็นรูปหุ่นจำลองของคน สัตว์ เทวดา ยักษ์ หรืออะไรต่อมิอะไร โดยอาศัยหลักการว่าอยากได้รูปร่างยังไงให้ทำหุ่นแบบนั้น หรือชนิดไหนตามแต่ความต้องการจะใช้หุ่นพยนต์ ประมาณว่าให้เหมาะสมกับงานที่จะใช้ไปทำ

วัสดุที่นำมาทำหุ่นพยนต์
วัสดุที่นำมาใช้สามารถทำได้เกือบทุกอย่าง ตั้งแต่หุ่นหญ้าสาน หุ่นก้านใบไม้สาน หุ่นเถาวัลย์สาน หุ่นหวายสาน ใบไม้ถัก หุ่นไม้แกะสลัก หุ่นไขเทียน หุ่นด้าย หุ่นผ้า หุ่นดิน หุ่นดินเผา หุ่นหิน หุ่นกระเบื้อง หุ่นอิฐ หุ่นปูน หุ่นเงิน หุ่นทอง หุ่นโลหะ ซึ่งการเลือกใช้นั้นอาศัยหลักง่ายๆว่าอาจารย์ไหนใช้อะไรจะต้องใช้ตามอาจารย์ ผีธาตุไหนจะให้เหมาะก็ธาตุนั้นๆ เหมาะสมกับงานดำน้ำลุยไป อย่างไรก็ตามเห็นเพียงก้อนเดียวก็เป็นหุ่นพยนต์ที่ทรงพลังได้ ต้องมาจากวิชาอาคมวิทยาคมของผู้ทรงอาคมแกร่งกล้ามากเพียงไหนหุ่นพยนต์จะมีอานุภาพเพียงนั้น ที่สำคัญเอาสะดวกว่า บางครั้งจะเก็บติดตัวต้องพกพาไปไหนมาไหนง่าย ขนาดกะทัดรัดหรือขนาดใหญ่ก็อาศัยว่าจะใช้งานอย่างไร หุ่นพยนต์ธรรมดามักจะแค่หุ่นที่เสกคล้ายมีชีวิต มีรูปร่างของวิญญาณที่มีฤทธิ์มีเดช แต่หากเป็นหุ่นพยนต์อาถรรพ์ เป็นของอาถรรพ์จะมารเอาวิญญาณ หรือผีสางนางไม้ วิญญาณสิงสาราสัตว์ ผีตายห่าตายโหง ผีตายพราย ตายทั้งกลม ผีแขวนคอตาย ผีรถชนตาย ผีจมน้ำตาย สัมภเวสีผีเร่ร่อน สะกดลงในหุ่นเพื่อกำกับออกมาใช้ เรียกว่า “พรายหุ่นพยนต์”

รูปหุ่นพยนต์ หลวงพ่อมัก วัดเขาเล็กรางสะเดา | หุ่นพยนต์ หลวงพ่อมัก ,บูชาหุ่นพยนต์,พุทธคุณหุ่นพยนต์ หลวงพ่อมัก

หุ่นพยนต์ หลวงพ่อมัก วัดเขาเล็กรางสะเดา

พุทธคุณหุ่นพยนต์
เน้นในเรื่องเมตตามหานิยม โชคลาภ เรียกเงินเรียกทอง ขับไล่สิ่งอัปมงคลอำนาจชั่วร้าย และภูตผีปิศาจ กันคุณไสย ลมเพลมพัด กันและแก้ของไม่ดี บูชาไว้ติดตัวได้ทั้งหญิง  และชาย บูชาไว้ในรถ สำนักงาน ร้านค้า เฝ้าเรือกสวนไร่นา กันขโมย ปกป้องกันภัยให้แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

ประวัติท้าวเวสสุวรรณ ตำนานท้าวเวสสุวัณ

ประวัติท้าวเวสสุวรรณ ตำนานท้าวเวสสุวัณ มีกำเนิดจากหลายตำนานรูปร่างหน้าตาของท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวเวสสุวัณ) จะเป็นที่คุ้นเคยในบ้านเราเป็นอย่างดี คือ เป็นรูปยักษ์ถือตะบองขนาดใหญ่ ด้วยท่านเป็นเจ้าแห่งอสูร รากษสและภูตผีปีศาจ

ท้าวเวสสุวรรณคือใคร ถ้าหากจะพูดถึง “เจ้า” หรือ “นาย”แห่งภูตผีปีศาจทั้งหลายแล้ว เรามักจะเอ่ยนาม “ท้าวเวสสุวัณ” หรือที่พราหมณ์เรียกกันว่า “ท้าวกุเวร” และทางพุทธเรียก “ท้าวไพสพ” ซึ่งสถิตอยู่ในสวรรค์ชั้นล่างสุดของฉกามาพจร ชื่อสวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกาภูมิ
รูปท้าวเวสสุวรรณ  หลวงพ่อผาด วัดบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ปี 2551 | พุทธคุณท้าวเวสสุวรรณ  หลวงพ่อผาด ,หลวงพ่อผาดท้าวเวสสุวัณ ,หลวงพ่อผาดวัตถุมงคล
รูปร่างหน้าตาของ ท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวเวสสุวัณ) จะเป็นที่คุ้นเคยในบ้านเราเป็นอย่างดี คือ เป็นรูปยักษ์ถือตะบองขนาดใหญ่ ด้วยท่านเป็นเจ้าแห่งอสูร รากษส และภูตผีปีศาจ คนโบราณจึง มักทำ รูปท้าวเวสสุวรรณ แขวนไว้เหนือเปลเด็กอ่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ภูตผีปีศาจมารบกวนเด็กเล็ก และนิยมทำ ผ้ายันต์รูปท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวเวสสุวัณ) หรือจำหลักเป็นด้ามของมีดหมอที่สัปเหร่อใช้กำราบวิญญาณ เนื่องจากสมัยก่อนเวลาเผาศพก็ยกขึ้นกองฟอนแล้วใส่ไฟเผา พอร้อนเข้าเส้นเอ็นก็ยึดถึงขนาดลุกขึ้นนั่ง สัปเหร่อเลยต้องใช้มีดกรีดตามเส้นเอ็นก่อน ทีนี้พอยกขึ้นเผาศพก็จะไม่กระดุกกระดิก เลยเป็นความเชื่อว่ามีดหมอจำหลักรูปท้าวเวสสุวัณสามารถปราบผีได้

คติความเชื่อ ตำนานท้าวเวสสุวรรณ
ประวัติท้าวเวสสุวรรณ ตำนานท้าวเวสสุวัณ คติความเชื่อแบบไตรภูมิ เชื่อว่ามีท้าวโลกบาลประจำอยู่ 4 ทิศ จึงนิยมจำหลักอยู่ตามบานประตูโบสถ์ วิหาร เรียกว่า “ทวารบาล” หมายถึง ผู้ดูแลประตู บางครั้งพบทวารบาลบางแห่งเป็นแบบจีน แทนที่จะเป็นรูปเทวดาแบบไทยถือพระขรรค์ กลับเป็นเทวดาจีนคล้ายตัวงิ้ว ถือ หอก ดาบ หรือง้าว เหยียบอยู่บนสิงโตจีน เราเรียกว่า “เสี้ยวกาง” หรือ “เซี่ยวกาง” เข้าใจว่าเป็นอิทธิพลของจีนที่เข้ามาสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่ หัว รัชกาลที่ 3 เนื่องจากพระองค์นิยมงานศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบจีน ท้าวเวสสุวรรณ ของ ท่านเจ้าประคุณศรี(สนธิ์) วัดสุทัศนเทพวราราม
รูปพระขรรค์ ท้าวเวสสุวัณ รุ่นประไตรปิฎก หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ ปี 2544 | พระขรรค์ ท้าวเวสสุวัณ หลวงพ่อสาคร ,พระขรรค์ หลวงพ่อสาคร ,พระขรรค์ท้าวเวสสุวัณ
ท้าวจตุโลกบาลประจำทิศทั้งสี่จะประกอบด้วย
  • “ทิศตะวันออก” พราหมณ์เรียก พระอินทร์ พุทธเรียก ท้าวธตรฐ มี คนธรรพ์ เป็นบริวาร
  • “ทิศตะวันตก” พราหมณ์เรียก พระวรุณ พุทธเรียก ท้าววิรูปักษ์ มีนาค ครุฑ และเทวดา เป็นบริวาร
  • “ทิศใต้” พราหมณ์เรียก พระยม พุทธเรียก ท้าววิรุฬหก มี กุมภัณฑ์ เป็นยักษ์มีอัณฑะใหญ่เท่าหม้อตาลเป็นบริวาร
  • และ “ทิศเหนือ” ได้แก่ ท้าวเวสสุวรรณ พราหมณ์เรียก ท้าวกุเวร พุทธเรียก ท้าวไพสพ มี อสูร รากษส และภูตผีปีศาจ เป็นบริวาร
ท้าวกุเวรนอกจากนี้ ในตำราโบราณและงานวรรณคดีกล่าวตรงกันว่า ท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวเวสสุวัณ) เป็นยักษ์ที่มีพัสตราภรณ์และผิวกายสีเหลืองทอง จิตใจดีงาม ดำรงอยู่ในสัตยธรรม ถึงขนาดอุทิศตนถวายพิทักษ์รักษาพุทธสถาน และองค์พระพุทธเจ้า เช่น รูปหล่อปิดทองด้านซ้ายของฐานองค์พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก ก็ทำเป็นรูปท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวเวสสุวัณ) ส่วนด้านขวาเป็นยักษ์อีกตนหนึ่งชื่อ “อา ฬาวกยักษ์” เหตุที่เรียกกันว่า “ท้าวกุเวร” เนื่องจากพระพรหมเห็นว่ามีรูปร่างไม่ดี ร่างกายพิการต้องถือไม้เท้า จึงตั้งชื่อให้ดังนั้น ที่บ้านเรามาจำหลักเป็นยักษ์ถือตะบองยันพื้น ก็คงจะมีเค้าเงื่อนมาจากเรื่องดังกล่าว
รูปท้าวเวสสุวัณมหาปราบขับไล่ภูตผีปีศาจพิมพ์ 2 หน้า หลวงพ่อจืด | ท้าวเวสสุวัณมหาปราบขับไล่ภูตผีปีศาจพิมพ์ 2 หน้า ,หลวงพ่อจืด,ท้าวเวสสุวรรณ,ท้าวกุเวร
ความหมายของชื่อ “ท้าวเวสสุวัณ” นั้น เวส แปลว่า พ่อค้า หมายถึง พ่อค้าอันมีทรัพย์ อันได้แก่ ทองคำ เนื่องจากท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวเวสสุวัณ) เคยมีอดีตชาติเป็นพราหมณ์ เปิดโรงงานค้าขายหีบอ้อยจนร่ำรวย และได้นำเงินทองบริจาคให้ผู้ยากไร้ เมื่อเกิดใหม่จึงได้ครองเมืองวิสานะนคร ผู้คนจึงเรียกว่าเวสาวัณ ด้วยกุศลดังกล่าวจึงได้รับพรจากพระพรหมให้เป็นอมตะไม่ตาย และให้เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติต่างๆ ทั่วแผ่นดิน

บ้านเรารู้จักกันในชื่อ “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” หรือในชื่อ “ธนบดี” แปลว่า ผู้เป็นใหญ่ในทรัพย์ หรือ “ธเนศวร” แปลว่า เจ้าแห่งทรัพย์ อีกทั้งมีหน้าที่คอยจดความดีของคนทางทิศอุดรขึ้นไปจารึกและประกาศให้ปวง เทพยดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์รับรู้ ผู้คนจึงนิยมจัดสร้าง หรือ จำหลักรูปท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวเวสสุวัณ) และเคารพบูชาเพื่อความมั่งคั่งอีกด้วย คาถาท้าวเวสสุวรรณ ผ้ายันต์ท้าวเวสสุวรรณ วัดพราหมณี วัดหลวงพ่อปาดแดง รูปหล่อท้าวเวสสุวรรณ เจ้าคุณศรีสนธิ์ วัดสุทัศน์
รูปท้าวเวสสุวัณ หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ จังหวัดบุรีรัมย์ ปี 2553 | ท้าวเวสสุวัณหลวงพ่อกอย ,วัดเขาดินใต้ จังหวัดบุรีรัมย์,ท้าวกุเวร,หลวงพ่อกอย

ชูชก สุดยอดเครื่องราง เจ้าแห่งการขอ

เครื่องรางชูชกมีอานุภาพทางด้านเสริมดวงในทางด้านขอโชค ขอลาภ ขอเงินขอทอง และขอของจากผู้ใหญ่ และโดดเด่นด้านการขอทุกชนิด หรือที่เรียกว่า “เทพเจ้าแห่งการขอ” ขนาดขอของที่พระเวสสันดรรักที่สุด คือ ลูก หรือเลือดในไส้ยังขอได้ และที่สำคัญมีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ

จากบันทึกทศชาติ เรื่อง มหาเวชสันดรชาดก กลายมาเป็นเครื่องรางของขลัง ที่สร้างความศรัทธาให้กับผู้คนมากมายในปัจจุบัน เนื่องจากเสียงร่ำลือของ "เฒ่าชูชก" ที่ว่ากันว่า เครื่องรางของขลัง"เฒ่าชูชก" นี้มีความยอดเยี่ยมด้านโชคลาภ และเมตตามหานิยมสูง ค้าขายร่ำรวย

รูปชูชกมหาเวทย์เนื้อผง หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ บุรีรัมย์ ปี 2553 | ชูชกมหาเวทย์,ชูชกมหาเวทย์ หลวงพ่อกอย,บูชาชูชก
รูปชูชกมหาเวทย์เนื้อผง หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ บุรีรัมย์ ปี 2553 | ชูชกมหาเวทย์,ชูชกมหาเวทย์ หลวงพ่อกอย,บูชาชูชก
"ชูชกเขามีดี อาศัยปากที่ขอและมือที่ยื่นไปรับ เขาขอร้อยอย่างเขาก็ได้ร้อยอย่าง เขาขอพันอย่างก็ได้พันอย่าง"

จากตำนาน มหาเวสสันดร จะเห็นได้ว่า ชูชก แม้จะรูปชั่วตัวดำแก่ชราน่าเกลียด แต่มีข้อดีตรงที่ ขออะไรจากใครเขาก็ได้หมด ขอร้อยอย่างได้ร้อยอย่าง ขอพันอย่างได้พันอย่าง ขอแม้กระทั่งลูกในอกเขาก็ให้ งานไม่ต้องออกแรงทำ ไม่ต้องออกความคิด อาศัยแค่เพียงปากกับมือที่ยื่นไปรับก็ได้ดังใจหวัง แถมยังได้ดีมีภรรยาสวยช่างปรนนิบัติเอาใจ เป็นที่อิจฉาแก่หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ ซึ่งด้วยคุณสมบัติที่ดีของ เฒ่าชูชก เหล่านี้ จึงเกิดเป็นที่มาที่ทำให้พระเกจิอาจารย์ในอดีต นำไปสร้างเป็นเครื่องรางของขลัง และ เฒ่าชูชก ก็กลายเป็นวัตถุมงคลที่มีเสียงร่ำลือกันในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ สร้างความขลังให้กับผู้ที่นำไปบูชาอย่างมากมาย

ชูชกอาจไม่ใช่ตัวอัปลักษณ์ที่น่ารังเกียจถ้ามองในแง่ดี ตาเฒ่าผู้นี้ก็มีส่วนดีที่ควรเอาเยี่ยงอย่างคือ ชูชกเป็นผู้มีความประหยัดอดออม ประหยัด มัธยัสถ์ รู้จักใช้รู้จักเก็บ รักและห่วงใยภรรยามากเป็นคนซื่อสัตย์และให้ความไว้วางใจเพื่อนเป็นอย่างดี

สำหรับ เฒ่าชูชก ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับมากที่สุดเห็นจะเป็นของ หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน จ.สมุทรสาคร ซึ่งหายาก และมีมูลค่าสูง ต่อมาก็เป็น เฒ่าชูชก ของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง และยังมีอีกหลายองค์ที่สร้าง ชูชก ออกมา เช่น หลวงพ่อแล วัดพระทรง จ.เพชรบุรี หลวงพ่อไสว วัดปรีดาราม จ.นครปฐม หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ จ.ระยอง หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย จ.พระนครศรีอยุธยา ฯลฯ
รูปชูชกเนื้อสัมฤทธิ์โชค ฝังด้วยตะกรุดหัวใจชูชก หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ ปี 2553 | ชูชกเนื้อสัมฤทธิ์โชค หลวงพ่อกอย ,บูชาชูชก,ชูชก หลวงพ่อกอย
ทั้งนี้ รูปแบบของเครื่องราง เฒ่าชูชก จะมีลักษณะเกล้าผมมวยแบบพราหมณ์ มีหนวดเครา หลังค่อม ไม่สวมเสื้อ ถือไม้เท้าและสะพายย่าม  เคล็ดลับการใช้ชูชก ว่ากันว่า  หากอยากได้อะไรให้กลั้นใจ แล้วภาวนาว่า "เอา........ให้กู ชูชกขอนะ ขอนะ" แล้วสิ่งที่อยากได้จะเข้ามาหาเอง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ขออาจไม่ได้มาง่ายดายดังเสกสรรค์ หากแต่ต้องรู้จักตั้งใจทำมาหากิน รู้จักเอาเยี่ยงอย่างในเรื่องความประหยัด อดออม รักและห่วงใยภรรยา เป็นคนซื่อสัตย์ไว้วางใจเพื่อนในแบบด้านดีของ เฒ่าชูชก ด้วย ก็คงจะดีไม่น้อย

นกสาริกา นกแห่งการเจรจาต่อรอง การงาน การค้า หรือเรื่องความรัก

นกสาริกาเป็นเครื่องรางของขลังพลังอาถรรพ์ที่มีพลังอำนาจมาจากเบื้องบนสวรรค์ คนสมัยโบราณนิยมกันมาก มีมานานแล้วหลายร้อยปี ใครมีไว้บูชาจะเป็นที่รักใคร่ พูดจาสิ่งใดก็น่าฟังไม่ขัดหู บางองค์มีความแรงขลังมากถึงขั้นพูดจาแล้วคนเชื่อถือในคำพูดไปจนวันสุดท้ายของชีวิต นกสาริกาใช้ไปทางเสน่ห์ พูดคุย เพื่อเข้าสังคม นกสาริกา อาจารย์ที่มีอาคมแก่กล้ามักจะทำไว้ให้ลูกศิษย์ ลูกหาไว้บูชากัน มีทั้งขนาดพกพา หรือขนาดตั้งว่างโต๊ะ พระอาจารย์บางท่านจะทำเป็นสีผึ่งสาริกา ,ตะกรุดสาริกา, หรือยันต์สาริกาลิ้นทอง ทั้งหมดที่กล่าวมานี้มีพุทธคุณเท่ากัน ความแรงขลังและรูปแบบนั้นก็อยู่ที่พระอาจารย์ผู้สร้างว่าจะทำมาในรูปแบบใด
รูปนกสาริกามหาเสน่ห์-มหารวย หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ ปี 2544 |
รูปนกสาริกามหาเสน่ห์-มหารวย หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ ปี 2544 |
นกสาริกาเป็นนกที่อยู่ในป่าลึก มีปากหนาสีแดง มีสีสันสวยงามและมีเสียงที่ไพเราะน่าฟัง นกสาริกาเป็นนกที่ทางไสยศาสตร์ ให้เป็นนกแห่งการเจรจาต่อรอง การงาน การค้า หรือเรื่องความรัก คุยกับชายหรือหญิง ให้เขาพอใจในตัวผู้บูชานกสาริกา มหาเสน่ห์

วิธีใช้ วิธีบูชานกสาริกา ของขลังเสน่ห์
ไปไหนมาไหนให้พกพาติดตัว ให้บูชาด้วย น้ำเปล่า ผลไม้ ทุกวันพระ

ข้อห้ามและข้อปฏิบัติเมื่อมีสาริกาลิ้นทองไว้บูชาแล้ว
  • ห้ามบ้วนน้ำลายลงพื้น
  • ห้ามพูดคำหยาบคาย ด่าพ่อ แม่ คนอื่นเด็ดขาด
  • ห้ามวางไว้ปลายเท้า
รูปนกสาริกา มหาเสน่ห์ เรียกทรัพย์กลับบ้าน หลวงพ่อกอย สร้าง ปี 2556 | นกสาริกาหลวงพ่อกอย,เรียกทรัพย์กลับบ้าน,ฝังตะกรุดหัวใจสาริกา 16 ห้อง
รูปนกสาริกา มหาเสน่ห์ เรียกทรัพย์กลับบ้าน หลวงพ่อกอย สร้าง ปี 2556 | นกสาริกาหลวงพ่อกอย,เรียกทรัพย์กลับบ้าน,ฝังตะกรุดหัวใจสาริกา 16 ห้อง

ปลัดขิก ผู้เคียงข้าง เครื่องรางแห่งเสน่ห์ โชคลาภ และปัดเป่าเสนียด

วัตถุมลคลที่เป็นเครื่องรางที่อยู่คู่กับคนสังคมไทยมาตั้งแต่นาน ตั้งแต่สมัยอยุธยา ปลัดขิกนั้นนิยมเรียกกันในชื่อ ขุนเพ็ด หรือ ขุนเพชร คำว่าปลัด นั้น หมายถึง ตำแหน่งรองจากตำแหน่งที่เหนือกว่า โดยรู้จักกันในความหมาย ผู้ข้างเคียงคอยช่วยเหลือ ส่วนคำว่า ”ขิก” นั้น คำนี้ได้ถูกเลิกใช้มานานแล้วเพราะเป็นคำหยาบ ได้ผันเปลี่ยนมาใช้คำว่า “คุยหํ” ในภาษาบาลี และได้แผลงมาเป็น ตวย (ต เปลี่ยนเป็น ค) ในภาษาไทย ซึ่งในปัจจุบันคำนี้ก็เป็นคำหยาบไปอีก แตกต่างกันตรงที่ว่า ยังนิยมชมชอบที่แจกให้กันเสมอ ๆใน ปัจจุบัน

รูปปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ ปี 2551 | ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อกอย,ปลัดขิกหลวงพ่อกอย บูชา,พุทธคุณปลัดขิก
ปลัดขิกหรือขุนเพ็ด เป็นเครื่องรางคู่กับโยนี (เครื่องรางรูปของลับของสตรี) ซึ่งทั้ง 2 สิ่งนี้เป็นดอกไม้ในแดนสวรรค์ เป็นเครื่องหมายของการกำเนิดส่งใหม่ ๆ หรือความงอกงามของชีวิตใหม่

ขุนเพชรหรือปลัดขิก แต่เดิมนิยมให้เด็กผู้ชายอายุตั้งแต่ ๓-๔ ขวบขึ้นไป แขวนไว้ที่เอว เพราะเด็กอายุประมาณนี้จะเริ่มมีเอวแล้ว และเด็กในระยะนี้จะมีภูมิคุ้มกันตนน้อยลง เพราะว่าหย่านมแล้ว แนวโน้มที่จะเจ็บไข้ไม่สบายมีมากขึ้น ความเชื่อที่ว่าผีสาง ทั้งหมายจะทำให้เด็กเจ็บป่วยไม่สบายจึงให้แขวนปลัดหรือขุนเพชรไว้ ทั้งนี้เพราะปลัดขิกที่นำมาแขวนให้กับเด็กชายนั้น จะอยู่ในลักษณะขององคชาต จำลองย่อส่วนโดยปราศจากหนังหุ้มปลาย ระดับของการแขวนก็อยู่ที่เอวมิใช่คอ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ห้อยลงมาใกล้กับระดับองคชาต (อ้ายจู๋) ของเด็กให้มากที่สุด เพื่อจะหลอกผีให้เข้าใจผิดไปว่าเด็กชายนั้นใช่เด็ก หากเป็นผู้ชายเต็มตัวแล้ว โดยมีองคชาตที่ปลายเปิดไม่มีหนังหุ้ม ส่วนปลัดขิกเหล่านี้ หากจะให้มีความขลังยิ่งขึ้นก็ควรจะต้องผ่านการปลุกเสกเสียด้วยอีกต่างหาก

ในที่สุดปลัดขิกหรือขุนเพ็ดก็ได้ประกาศอิสรภาพยกฐานะตัวเองขึ้นไปอีกระดับ กลายเป็นสิ่งสมควรแก่การเคารพบูชากราบไหว้ สถิตอยู่ตามศาลหรือเป็นเครื่องนำโชคลาภตั้งไว้บูชา หรือเป็นเครื่องมือเพื่อนำความเจริญก้าวหน้าเนื่องในการทำมาค้าขาย โดยทั่วไปจะนำปลัดขิกไปจิ้มลงบนสินค้าพร้อมกับมีคาถากำกับว่า "โอม ระรวยมหาระรวย สามสิบสอง-วยแห่ห้อมล้อม-ีค้าง่ายขายดีแหก-ีกลับบ้าน ฮ่า ฮ่า ฮ่า" (ควรร่ายด้วยลมหายใจเฮือกเดียว แต่ทำไมจึงต้องสามสิบสอง เรื่องนี้ยังสืบไม่ได้) หรือ "...โอม ไอ้ขลิกไอ้ขลัก เงี่ยงหักเงี่ยงหงิก ปกเอยปกหาง หางเอยหางอะไร บุรุษชอบ-ี สตรีชอบ-วย ทำให้กูร่ำรวย โพะหัว โพะหัว โพะหัว" (คาถาของหลวงพ่อซ่วน เมืองแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา) แต่หากจะตรองดูก็จะเห็นว่า การที่ใช้คำที่ไม่ค่อยสุภาพเป็นคาถากำกับ ก็เพื่อจะให้พวกผีๆ เข้าใจไปว่า สินค้าที่วางขายนั้นเป็นของที่ไม่มีราคาค่างวดวิเศษวิโสอะไร ไม่คุ้มกันที่พวกผีจะมาใส่ใจเสียเวลามารบกวน

ปลัดขิกนั้นมีเคล็ดการใช้แตกต่างกันไป บางสำนักนิยมให้ถูกเนื้อถูกตัว คือคาดที่เอวให้โดนเนื้อตัวเจ้าของไว้ แต่อีกแบบหนึ่งนั้น นิยมให้ปลัดขิกแขวนออกมาให้คนอื่นๆเห็นจะยิ่งมีอานุภาพ คงเป็นอิทธิพลมาแต่เดิมที่จะใช้หลอกผี ให้เข้าใจว่า โตแล้ว ผีจะได้ไม่มายุ่ง ส่วนการให้ถูกเนื้อโดนตัวนั้นตามความคิดของผมเข้าใจว่า สิ่งต่างๆจะสมบูรณ์เมื่อธาตุทั้ง ๖ ประสานต่อเนื่องกันไป
รูปปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ สร้าง 2543 รุ่นสร้างอุโบสถ | ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น,ปลัดขิกนางครวญ บูชา,พุทธคุณปลัดขิกนางครวญ
ส่วนเรื่องอานุภาพหรือความขลังศักดิ์สิทธิ์ของปลัดขิกนั้น มีอานุภาพครบทุกด้านทุกประการ คาถาที่นิยมใช้กับปลัดขิก คือ หัวใจโจร ที่ว่า “กัณหะเนหะ” ด้วยความหมายที่ว่า โจร เป็นผู้ทำลายล้าง การใช้หัวใจโจรจึงเป็นการใช้เกลือจิ้มเกลือ หนามยอกเอาหนามบ่ง ให้โจรทำลายล้างสิ่งไม่ดีต่างๆให้หมดไป

ปลัดขิกนั้นเด่นทั้งเรื่อง คงกระพัน กันเขี้ยวงา และแคล้วคลาดปลอดภัย ป้องกันเสนียด*** ภูติผีต่างๆ ในด้านเมตตามหาเสน่ห์ก็มีอยู่ครบ แต่ที่จะโดดเด่น เห็นจะเป็นแค่ ๒ อย่าง คือ คงกระพัน กันเขี้ยวงา และเมตตาค้าขาย

ข้อดีของเครื่องรางชนิดนี้ คือ ไม่มีข้อห้ามยุ่งยาก ตัดปัญหาเรื่องความเชื่อที่ว่า ของจะเสื่อมเพราะการพลั้งเผลอไปลอดราวผ้าหรืออยู่ในที่ไม่สมควร คาถาของขุนเพชร เองก็มีแต่คำพื้นบ้านหรือออกจะหยาบนิดๆพอน่ารัก

ปลัดขิกเริ่มด้วยเป็นเครื่องมือหลอกผี แต่แล้วต่อมาปลัดขิกก็ได้ยกระดับตัวเองให้กลายสภาพจากเครื่องมือหลอกผีมาเป็นของขลังในตัวของมันเอง โดยไม่จำกัดอยู่กับวัยอีกต่อไป ผู้ใหญ่ซึ่งไม่มีความจำเป็นแต่ประการใดที่จะหลอกผีให้เข้าใจผิด ก็ยังนิยมที่จะแขวนไว้เป็นเครื่องรางป้องกันสิ่งชั่วร้าย โดยไม่รู้ถึงสาเหตุหน้าที่ของมัน
รูปปลัดขิก (ลิงมหามงคล) หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ ปี 2541 |
รูปปลัดขิก (พญาหมูมหามงคล) หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ ปี 2541 | ปลัดขิกหลวงพ่อสาคร,ปลัดขิก,วัตถุมงคลหลวงพ่อสาคร
ผู้ที่มีความเชื่อมั่นและคิดเสมอว่าตัวเรามีของดี คือ ขุนเพ็ด เผด็จศึกติดตัวอยู่ ยิ่งมีความผูกพันธ์และเชื่อมั่นมากเท่าไร เครื่องรางชนิดย่อมแสดงผลให้ประจักษ์ได้อย่างชัดเจน โดยทั่วไปแล้วเกจอาจารย์เก่าหรือผู้ที่ใช้เครื่องรางทุกอย่าง จะขาดปลัดขิกไม่ได้ เป็นของป้องกันตัวพื้นฐานที่สำคัญ ในฐานะ “ผู้เคียงข้าง” ตลอดกาล

เกจิอาจารย์หลายสำนักสร้างปลัดขิกหรือขุนเพชรได้อย่างยอดเยี่ยม และเห็นผลอย่างเหลือเชื่อ ในทุกวันนี้จะมีผู้นิยมใช้ปลัดขิกในฐานะของเครื่องรางที่ทำให้ค้าขายดี มีคนเข้าร้านมากมาย จึงนิยมในหมู่แม่ค้าและเจ้าของกิจการระดับทั่วไป แต่อีกกลุ่มหนึ่งที่ยังเหนียวแน่นเป็นแฟนพันธุ์แท้ของปลัดขิก คือ วัยรุ่นหรือหนุ่มที่ยังคงถือเก็บสะสมเครื่องรางของชายชาตรีให้ครบครัน ปลัดขิก ตะกรุด จึงเป็นเครื่องรางที่ไม่ถูกมองข้ามในกลุ่มนี้

เครื่องรางจิ้งจกสองหาง ความเชื่อ

แม้แต่จิ้งจกที่เกาะแปะอยู่ตามฝาผนังบ้านก็อดไม่ได้ที่จะขึ้นทำเนียบเครื่องรางของขลังกับเขาเหมือนกันแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นจิ้งจกธรรมดาๆ เสียเมื่อไหร่เพราะจิ้งจกชนิดนี้เป็นจิ้งจกแปลกที่มีหางสองหาง

เครื่องรางชนิดนี้ก็คือ ซากจิ้งจกที่มีส่วนหางเป็นแฉก มีความเชื่อว่าจิ้งจกนี้จะนำลาภมาให้ คนสมัยโบราณมักจะนำซากจิ้งจกนี้ไปถักเชือกลงรักเลี่ยมกรอบใช้เป็นเครื่องรากพกพาติดตัว โดยหางที่สองอาจเกิดจากความผิดปกติของยีนในตัวจิ้งจก จึงมีกระดูกอ่อนเล็กๆอีกชิ้นหนึ่งยื่นออกมจากบริเวณปลายหางเล็กน้อยมองเห็นเป็นสองแฉก ซึ่งในร้อยตัวอาจจะพบเจอจิ้งจกพิสดารนี้สัก 2 – 3 ตัว จึงกลายเป็นเรื่องมหัศจรรย์ไปเสียเฉยๆ ตามธรรมชาติของหางจิ้งจกนั้นเมื่อขาดไปแล้วจะสามารถงอกใหม่ได้ จิ้งจกจะสละหางเพื่ออำพรางศัตรูแล้วตัวมันก็หนีไป แต่ในทางความเชื่อเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์จิ้งจกสองหางถือว่าเป็นความโชคดีอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีไว้ในครอบครอง

ความเป็นมาของเรื่องราวชนิดนี้ว่ากันว่าเป็นวิชาเวทโบราณเป็นวิชาแก้วสารพัดนึก สามารถเรียกโชคลาภและเด่นไปในทางเสน่ห์กามคุณ กล่าวกันว่าเมื่อจิ้งจกพิสดารนี้ตายซากจะไม่เน่าแต่จะแห้งแข็งคล้ายหิน อย่างไรก็ดีก็ยังมีผู้ที่ทำของปลอมเลียนแบบเข้าใจว่าเป็นเพราะจิ้งจกที่มีลักษณะพิกลนี้เป็นของหายาก ทำเลียนแบบนั้นง่ายกว่ากันเยอะเอาจิ้งจกทั่วไปมารีดหางออกให้เป็นสองแฉกแล้วนำไปเลี่ยมกรอบแล้วกล่าวอ้างสรรพคุณให้ดูสมจริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่จะเช่าเขาจะแยกแยะของจริงของปลอมไม่ออก

การสร้างเครื่องรางชนิดนี้ก็ไม่ได้จำกัดแค่ซากของจิ้งจกที่มีสองหางเท่านั้นยังมีทั้งการแกะงา กะลาตาเดียว และไม้กัลปังหาดำเป็นรูปจิ้งจกสองหางอุดด้วยผงยันต์จากหางของจิ้งจกตัวผู้กับตัวเมียธรรมดาอย่างละหนึ่งตัวบดกับยันต์ใบไม้ชนิดหนึ่งที่เขียนรูปจิ้งจกแล้วชุบน้ำมันอีกวิธีหนึ่งคือ สร้างมาจากเนื้อผสมบ้าง ทองแดงบริสุทธิ์บ้างและโลหะอาถรรพณ์ต่างๆ หล่อเป็นรูปจิ้งจกตัวอ้วนท้วนมีหางสองแฉกแล้วลงอักขระชุบน้ำมันเสน่ห์ นอกจากนี้ยังมีผ้ายันต์ แผ่นยันต์โลหะและการสักยันรูปจิ้งจกด้วยสีดำ แดง และน้ำมัน โดยการสักนั้นมีทั้งการสักเป็นตัวจิ้งจกสองหาง จิ้งจกธรรมดาแบบตัวเดียว หรือสองตัวซึ่งมีลักษณะของหางเกี่ยวรัดกัน อันเป็นความเชื่อในเรื่องกามคุณทางนี้โดยเฉพาะ นิยมสักไว้ในที่ลับหรือตามแขนขาเชื่อกันว่าเป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม เจรจาธุระสิ่งใดก็คล่องแคล่วไม่มีอุปสรรค

รูปจิ้งจก 2 หางมหาลาภ เนื้อกะลาตาเดียว ชุบน้ำมันเสน่ห์ หลวงปู่ชื่น ปี 2545 | จิ้งจก 2 หางมหาลาภ เนื้อกะลาตาเดียว,จิ้งจก 2 หางหลวงพ่อชื่น

จิ้งจก 2 หางมหาลาภ เนื้อกะลาตาเดียว หลวงปู่ชื่น ปี 2545

รูปจิ้งจก 2 หางมหาลาภ เนื่อโลหะ ชุบน้ำมันเสน่ห์ หลวงปู่ชื่น ปี 2545 | จิ้งจก 2 หางมหาลาภ ชุบน้ำมันเสน่ห์ หลวงปู่ชื่น ปี 2545,จิ้งจก 2 หาง  หลวงปู่ชื่น,จิ้งจก หลวงปู่ชื�

จิ้งจก 2 หางมหาลาภเนื้อโลหะ หลวงปู่ชื่น

สุดยอดเครื่องรางของเซียนพนันและนักเสี่ยงโชค


สุดยอดเครื่องรางของเซียนพนันและนักเสี่ยงโชค

สุดยอดเครื่องรางของเซียนพนันและนักเสี่ยงโชค

สำหรับการเดิมพัน ไม่ว่าจะเป็นเกมเดิมพันในรูปแบบไหนก็ตาม ที่เราต้องการมากที่สุดคือดวง ถ้าดวงดีไม่จำเป็นทำอะไรเลย แทงยังไงก็ถูกๆ เพราะฉะนั้น เหล่านักพนันทุกคนบนโลก ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ หรือเหล่าบรรดาเซียนมือเก๋า สิ่งหนึ่งที่ต้องตามหา และพยายามไขว่คว้ามาให้ได้ นั่นก็คือ ไอเมท เครื่องรางชิ้นพิเศษ ที่จะมีพาลานุภาพ ช่วยให้สามารถเอาชนะการเดิมพันต่างๆ และในวันนี้เราจึงจึงอยากนำเสนอ บทความที่ช่วยให้นักพนันทุกคนมีโชค ลาภ และรับเงินจากเกมพันของพวกท่านได้อย่างง่ายดาย

เจ้าพ่อยี่กอฮง
เครื่องรางที่คนจีนต่างนิยมบูชา เจ้าพ่อยี่กอฮง ใครที่ชอบเล่นการเดิมพัน การพนัน แทงบอล คาสิโน ไม่ว่าจะเป็นการเดิมพันรูปแบบ หรือแม้แต่หวย ทุกคนต้องรู้จักท่านนี้เอาไว้ เจ้าพ่อยี่กอฮง เหล่านักพนันต่างขอพรจากท่านเพื่อให้ถูกในเรื่องการเดิมพัน เพราะว่าท่านขึ้นว่าเรื่องโชคลาภ ท่านสามารถดลบันดาลให้ได้ โดยหลายคนที่รู้จัก อาจจะรู้จักในอีกชื่อคือ เจ้าพ่อหวย

รูปพระราหูอมจันทร์ เนื้อผงกะลาตาเดียว หลวงพ่อจืด วัดโพธิเศรษฐีวนาราม | พระราหูหลวงพ่อจืด , พระราหูอมจันทร์ เนื้อผงกะลาตาเดียว, หลวงพ่อจืด วัดโพธิเศรษฐีวนาราม

พระราหูอมจันทร์ เนื้อผงกะลาตาเดียว หลวงพ่อจืด วัดโพธิเศรษฐีวนาราม

พระราหู
อีกหนึ่งเทพที่เราเคยได้ยินชื่อกันบ่อน พระราหู หลายคนนิยมบนบาลสากล่าว แก้นำของดำมาแก้บนถวาย เมื่อสิ่งที่ขอสัมฤทธิ์ผล พระราหู ขึ้นชื่อในเรื่องการพลิกเรื่องราวร้าย ให้กลายเป็นเรื่องราวดี ทั้งการขึ้นโรงขึ้นศาล การงานที่กำลังดิ่งลงเหว หรือนักพนันที่ใกล้จนตรอก ทุกคนต่างว่างหาพระราหูเพื่อบูชา และขอพร

รูปนารีผล ปู่ฤาษีตาไฟอัคคธัมโม อาศรมบ้านโคกใบบัว  | นารีผลปู่ฤษีตาไฟ อัคคธัมโม,ปู่ฤษีตาไฟนารีผล,บูชานารีผล

นารีผล ปู่ฤาษีตาไฟอัคคธัมโม อาศรมบ้านโคกใบบัว

มักลีผล
เชื่อว่าหลายท่านต่างรู้จักเครื่องรางชิ้นนี้เป็นอย่างดี ไม่เพียงเฉพาะนักพนันเท่านั้นที่ต้องการมีเอาไว้ครอบครอง แต่ไม่ว่าทำกิจการงานอะไรก็ตาม มักลีผล จะสามารถช่วยท่านได้ในเรื่องของโชคลาภ ความเจริญก้าวหน้า และความรุ่งเรืองต่างๆ มักลีผล จึงถือว่าเป็นเรื่องของขลังยอดนิยมที่หลายตามหามาไว้ครอบครอง

รูปกุมารทองเก้าโกศ ครูบาชัยชนะ สำนักสงฆ์พุทธอริยรังสี  | กุมารทอง ,กุมารทองเก้าโกศ ครูบาชัยชนะ ,กุมารทองเก้าโกศ

กุมารทองเก้าโกศ ครูบาชัยชนะ สำนักสงฆ์พุทธอริยรังสี

กุมารทอง
กุมารทอง ตามความเชื่อเดิม คือ การนำวิญญาณของเด็กมาสถิตเอาไว้ในรูปสลักแล้วนำมาใช้งานในด้านการหยั่งรู้ หรือที่เรียกกันว่าพรายกระซิบ ใช้ในด้านเมตตามหานิยม ค้าขายแล้วลูกค้าไหลมาเทมา ใช้ในฐานะของเครื่องรางนำโชคเกมพนันก็สามารถเดิมพันได้อย่างแม่นยำราวกับจับวาง เหมือนมีกุมารทองมาบอกว่าให้เดิมพันทางไหนแล้วจะชนะ ปัจจุบันมักจะเห็นกุมารทองกันในรูปแบบของรูปสลักเด็กชายผมจุก นุ่งโจงกระเบนสีแดง และผู้บูชาจะต้องเลี้ยงกุมารทองให้ดีราวกับเป็นลูกของตนเอง กุมารทองจึงจะบันดาลโชคลาภและความสำเร็จในด้านต่าง ๆ กลับมาให้เป็นการตอบแทน

รูปจิ้งจก 2 หางมหาลาภ เนื่อโลหะ ชุบน้ำมันเสน่ห์ หลวงปู่ชื่น ปี 2545 | จิ้งจก 2 หางมหาลาภ ชุบน้ำมันเสน่ห์ หลวงปู่ชื่น ปี 2545,จิ้งจก 2 หาง  หลวงปู่ชื่น,จิ้งจก หลวงปู่ชื�

จิ้งจก 2 หางมหาลาภ เนื่อโลหะ ชุบน้ำมันเสน่ห์ หลวงปู่ชื่น ปี 2545

จิ้งจกสองหาง
จิ้งจกสองหาง เครื่องรางอีกหนึ่งชิ้นที่ค่อนข้างหายากและมีราคาสูง เป็นที่นิยมพกมากในหมู่นักเสี่ยงโชคทั้งหลาย เพราะเน้นในเรื่องของการรู้ล่วงหน้า เชื่อกันว่าผู้ใดได้บูชาจิ้งจกสองหาแล้วจะบันดาลโชคลาภอย่างอัศจรรย์

ไม่ว่าจะเป็นโชคลาภจากการเสี่ยงโชคหวย การพนันต่าง ๆ จะได้มาแบบไม่คาดฝัน ทำให้มีคุณวิเศษในการคาดเดาที่แม่นยำ หรือแม้แต่การค้าขายก็จะค้าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

เหล็กไหลเศรษฐี
แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า เหล็กไหล มีความพิเศษ และมีคุณทางด้านใด เหล็กไหลเศรษฐี ถือว่าเป็นเหล็กไหลอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างในเหล่าหมู่นักพนัน หรือไม่เว้นแม้แต่ เจ้าของกิจการ เจ้าของบริษัท ตลอดจนเจ้าขององค์กรใหญ่ๆ ระดับประเทศ ว่ากันว่า ใครที่ได้ครอบครองจะเจริญรุ่งเรืองในด้านการเงิน ทำอะไรก็สำเร็จ หรือแม้แต่การเสี่ยงโชคลาภก็ให้ผลเป็นที่ชัดเจน

เหล็กไหลน้ำ
เหล็กไหลถือว่าเป็นของขลัง เครื่องรางที่ให้คุณทางด้านโชคลาภ หน้าที่การงาน และเหล็กไหลก็มีหลายรูปแบบ นี่คืออีกหนึ่งเหล็กไหลที่มีคนนิยมบูชากันมากที่สุด เหล็กไหลน้ำ ให้คุณทางด้านการเงิน เรียกทรัพย์ เสี่ยงโชค เดิมพัน และนอกจานี้ หากมีไว้ในครอบครอง ยังสามารถช่วยเรื่องของสุขภาพ ปวดตรงไหลเจ็บตรงไหนก็บรรเทา ทุเลาลงอย่างน่าอัศจรรย์ ถือว่ามีคุณวิเศษเฉพาะด้าน ช่วยปรับสมดุลของธาตุต่างๆ ในร่างกาย จนกลายเป็นนิยมให้ผู้คนได้บูชา

เหล็กไหลงอก
เหล็กไหลงอก แน่นอนอยู่แล้วว่าเหล็กไหลนั้นมีคุณวิเศษในการเรียกทรัพย์ เพิ่มโชคลาภ จึงไม่แปลกที่นักพนันทั้งหลายจะหามาครอบครอง และนอกจากนี้ เหล็กไหลงอก ยังเป็นที่นอยมในกลุ่มผู้หญิงอีกด้วย นั่นเพราะว่า เหล็กไหลงอก จะช่วยในเรื่องของการปกปักรักษา เรื่องความปลอดภัย อะไรที่อันตรายจะดันให้ออกห่างจากตัว ใครที่มีไว้บูชาจะรู้สึกอุ่นใจ และเดินทางปลอดภัย ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ

แร่เหล็กไหลดำ
อีกหนึ่งเหล็กไกลที่เราจะไม่พูดถึงก็ไม่ได้ เหล็กไหลดำ แร่ทีเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ถูกนำมาหลอมด้วยไฟร้อนจนละลาย และแข็งตัวเป็นหินสีดำ กล่าวกันว่าใครที่พกติดตัวไว้จะมีอำนาจด้านการดูดทรัพย์จากทุกที่เข้าหาตัว เพราะฉะนั้นเหล่านักพนันจึงนิยมหามาบูชา

ไม้นางพญางิ้วดำ
เนื้อไม้หายาก ที่เหล่านักพนันต่างเสาะหามาติดตัว ว่ากันว่าเกิดจากต้นของพญางิ้ว ซึ่งมีฤทธิ์วิเศษสถิตอยู่ การพกเอาไว้กับตัวจะทำให้แคล้วคลาด และเพิ่มโชคลาภมหาศาล โดเด่นด้านการงาน และการเงินไหลรื่น

และนอกจากนี้เรายังมีคาถาเรียกทรัพย์ มาให้เหล่านักพนัน และผู้เชื่อในคุณวิเศษของบทสวด นั่นคือ

คาถามหาลาภ/เรียกลาภ

นะโม 3 จบ

นะมามีมา มะหาลาภา อิติพุทธัสสะ
สุวัณณังวา ระชะตังวา มะณีวา ธะนังวา
พีชังวา อัตถังวา ปัตถังวา
เอหิ เอหิ อาคัจเฉยยะ
อิติมีมา นะมามิหัง

* สวดภาวนาก่อนนอน 3 จบ จะเรียกทรัพย์โชคภลาภให้มีได้อย่างน่าอัศจรรย์ *

 👉🏻 สั่งเช่าบูชาสุดยอดเครื่องรางของเซียนพนันและนักเสี่ยงโชค 

 



เครื่องรางสัตว์ต่าง ๆ และสุดยอดเครื่องรางของขลัง

ในอดีตที่ยังไม่นิยมอาราธนาพระเครื่องติดตัว เพราะถือเป็นของสูง ต้องอยู่กับวัด โบราณาจารย์ จึงได้จัดสร้างเครื่องรางของขลังให้ใช้เป็นเครื่องป้องกันภยันตราย และเป็นสิริมงคล โดยอิงกับความเชื่อและศรัทธาที่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธและพราหมณ์ ตามตำราไสยศาสตร์ชั้นสูง โดยพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมเข้มขลัง พบหลักฐานการสร้างเครื่องรางของขลังมาหลายพันปี ในประเทศต่างๆ และในไทย ซึ่งเห็นได้จากวรรณกรรม ว่ามีความนิยมใช้เครื่องรางมาแต่โบราณ เช่น ยามออกศึกสงคราม เพื่อคุ้มครองป้องกันภัย
ปัจจุบันตลาดเครื่องรางเคลื่อนไหวกันอยู่ในกลุ่มขนาดกลาง เพราะมีปัญหาที่จำนวนการสร้างน้อยหายาก จึงทำให้มีข้อจำกัดในการสะสม แต่ด้วยความนิยมศรัทธา จึงเกิดการแข่งขันกันด้วยราคา ทำให้เครื่องรางฯ หลายชิ้นแพงลิบ
หนุมาน หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน เกาะเกร็ด นนทบุรี
หนุมาน หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน เกาะเกร็ด นนทบุรี
หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน เกาะเกร็ด นนทบุรี เป็นพระเกจิอาจารย์ที่เข้มขลังน่าเกรงขามและมีศีลาจารวัตรสูงส่ง มีลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียง อาทิ พระยาพหลพลพยุหเสนา และ จอมพล ป.พิบูลสงคราม หนุมานของท่านถูกจัดให้อยู่ใน 1 ในชุดเบญจภาคีเครื่องราง ที่เป็นสุดยอดของความหายากและหวงแหน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ศิลป์การแกะแบ่งเป็น หน้าโขน และ หน้ากระบี่ จัดสร้างจากงา และไม้พุด ไม้รัก ซึ่งนำมาจากต้นไม้ที่ท่านทำน้ำมนต์รดทุกวัน ได้รับการยกย่องเป็น ยอดแห่งความแคล้วคลาดคงกระพัน และมีพุทธคุณทาง เมตตามหานิยม สูง ตัวนี้เป็นหน้ากระบี่ ตัวเก่าแก่ในวงการ ซึ่งมีค่านิยมสูงและหายากมาก เพราะเป็นแบบลงรักปิดทองเดิม ที่มีไม่กี่ตัว ปัจจุบัน ราคาหลายล้าน แต่ถ้าตัวนี้ 3,500,000 บาท
สิงห์หลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์ อ่างทอง
สิงห์หลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์ อ่างทอง
ในบรรดาเครื่องรางของขลัง สิงห์หลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์ อ่างทอง ถือว่าหายากที่สุดในเมืองไทย ตัวนี้เก่าแท้ ถึงยุค ลักษณะตามตำรา เรียกได้ว่าเป็น องค์ครู มีพุทธคุณทางด้านมหาอำนาจบารมี องค์นี้ได้แชมป์งานประกวดพระเครื่องกรุงสยาม ปี พ.ศ. 2530 เช่ากัน 1,200,000 วัตถุมงคลของ หลวงพ่อภักตร์ ไม่ว่าจะเป็น เขี้ยวเสือแกะ ตะโพน เบี้ยแก้ เป็นที่เสาะหาของผู้ศึกษาสะสมมาก เพราะพุทธคุณแรง ผู้ที่มีไว้บูชามีประสบการณ์มาก จนไม่มีใครยอมปล่อย ทำให้เครื่องรางทุกชนิดของหลวงพ่อภักตร์ แพงขึ้น 5-10 เท่าตั้งแต่ปีที่แล้ว
หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครปฐม
เสือหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครปฐม
หลวงปู่บุญ เป็นหนึ่งในสุดยอดพระคณาจารย์แห่งลุ่มแม่น้ำท่าจีน มีความเชี่ยวชาญในด้านเวทมนต์คาถาทั้งพุทธคุณและไสยศาสตร์ และเป็นสหธรรมิกกับ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) แห่งวัดสุทัศน์ วัตถุมงคลทุกชนิดของท่าน ได้รับความนิยมและเป็นที่เสาะหามาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เสือเขี้ยวแกะ เป็นหนึ่งในวัตถุมงคล ที่สร้างน้อยที่สุดของท่าน และเป็นหนึ่งในเครื่องรางเสือที่หายากที่สุดชนิดหนึ่ง โดยพลังอำนาจจิตของ หลวงปู่บุญ ที่เข้มขลังมาก เมื่อท่านปลุกเสกแล้ว เสือเหล่านั้นจะเต้นไปเต้นมา บางตัวกระเด็นออกมานอกถาดก็มี ชิ้นนี้ตัวจริงเสียงจริง สภาพสวยแชมป์ เก่าเก็บ ไม่ผ่านการใช้ ที่สำคัญเป็น เขี้ยวกลวงมีรู ลงอยู่ในหนังสือตามรอยตำนานเครื่องรางของขลังขมังเวทย์เล่ม 1 ตัวนี้ราคา ทะลุล้าน
เสือหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน (บางเหี้ย) สมุทรปราการ
เสือหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน (บางเหี้ย) สมุทรปราการ
เป็นสุดยอดเครื่องรางอันดับ 1 ในชุดเบญจภาคีเครื่องรางของขลัง ตัวนี้เป็นเสือแบบจารตัวเลขที่มีขนาดใหญ่มาก อายุการสร้างประมาณกว่า 100 ปี ศิลปะเสือของท่านมีทั้ง อ้าปาก และ หุบปาก ส่วนการลงจาร มีทั้งแบบจารตัวเลขและแบบจารขน มีพุทธคุณแบบเสือ มีอำนาจบารมี คล่องแคล่ว ว่องไว หากินเก่ง มีพละกำลังสูง ปัจจุบัน เสือหลวงพ่อปาน แท้ๆหายากมาก และเป็นที่หนึ่งในดวงใจของผู้นิยมเครื่องราง ราคาจึงสูงขึ้นแบบไม่มีทีท่าจะหยุด ราคาตัวนี้ 3 ล้านถึง 5 ล้าน เพราะเป็น ตัวครู อ้าปาก ตัวดัง
คชสิงห์ หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน สมุทรสาคร 
คชสิงห์ หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน สมุทรสาคร
หลวงปู่รอด เป็นหนึ่งในสุดยอดคณาจารย์ลุ่มน้ำแม่กลอง ที่มีตำนานเล่าขานถึงอภินิหารมากมาย เล่ากันว่า ท่านมีแววตาคมกล้า เหมือนมีกงจักรอยู่ในดวงตา จนไม่มีใครกล้าจ้องตาท่าน เชื่อว่าท่านสามารถล่องหน และยังล่วงรู้วันมรณภาพของท่านเองได้อย่างแม่นยำ คชสิงห์ วัดบางน้ำวน นับเป็นอีกหนึ่งสุดยอดเครื่องรางที่หายากที่สุด มีหมุนเวียนอยู่ในวงการน้อยมาก จนแทบจะนับตัวได้ สร้างจาก ไม้ขนุน และจะมีศิลปะการแกะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำนัก ปัจจุบันราคาแสนกลางๆ--ตัวนี้ สวยแชมป์ ไม่ผ่านการใช้ หายากที่ลงเหล็กจารเต็มข้างตัวทั้ง 2 ข้าง ขนาดใหญ่ราว 2 นิ้ว พุทธคุณเด่นทางเมตตามหานิยม บารมี มหาอำนาจ ราคา ครึ่งล้าน
วัวธนู หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง นครปฐม 
วัวธนู หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง นครปฐม 
วัวธนู หรือ พระโคสุลาภ เป็นสุดยอดเครื่องรางแนวเมตตามหานิยม ทำมาค้าขึ้น ในอดีตเป็น 1 ในเบญจภาคีเครื่องรางสยาม แต่เนื่องด้วยหายากมากๆ จึงไม่ค่อยมีคนพบ เลยถูกแทนด้วย ราหูกะลาตาเดียว หลวงพ่อน้อย จัดสร้างจาก ครั่งพุทรา ที่เกาะบนกิ่งพุทราซึ่งชี้ไปทางทิศตะวันออก การปั้นและปลุกเสก ต้องทำในฤกษ์ที่กำหนดตามตำรา สมเด็จพระวันรัต วัดป่าแก้ว สมัยกรุงอยุธยา เป็นการสร้างที่ยากลำบาก และซับซ้อนที่สุด ปัจจุบันค่านิยมอยู่ที่ 500,000 บาทขึ้นไป สำหรับตัวจริงๆแท้ๆ ซึ่งนับจำนวนได้หลักหน่วย
พญาเต่าเรือน หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า
พญาเต่าเรือน หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า
สำนักวัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงปู่ศุข มีชื่อเสียงโด่งดังมาก เพราะท่านเป็นพระอาจารย์ของเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรฯ วัตถุมงคลของท่านเด่นไม่เป็นรองใคร พญาเต่าเรือน ของท่าน จัดสร้างเพื่อเป็นมงคลทางสุขภาพดีและอายุยืน มีอำนาจทางเมตตามหานิยม บารมี เล่ากันว่า เมื่อท่านเทหล่อ พญาเต่าเรือน และนำมาปลุกเสก ปรากฏว่ามีเต่าจากทุกทิศคลานเข้ามาในลานวัดมากมาย พอเสร็จสิ้นพิธี ก็พากันคลานหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ พญาเต่าเรือน ตัวนี้ เป็น ตัวครู อยู่ในตำราเครื่องรางหลายเล่ม พิเศษตรงมี รอยจารลายมือหลวงปู่ศุข ลงไว้
แพะหลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก ระยอง
แพะหลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก ระยอง
หลวงพ่ออ่ำ เป็นยอดพระเกจิอาจารย์ยุคเก่า เมืองระยอง เป็นต้นตำรับการสร้างแพะ ซึ่งนำคุณสมบัติเด่น 2 อย่างของสัตว์ชนิดนี้ คือ ความอดทน เพราะแพะเป็นสัตว์ที่ตายยาก มีความอดทนสูง (คงกระพัน) และความมีเสน่ห์ เพราะแพะเป็นสัตว์ที่มีเสน่ห์แรง ตัวผู้หนึ่งตัวนั้นจะมีตัวเมียอยู่ด้วยเป็นฝูง มาจัดสร้างให้มีเมตตามหา-นิยม และอดทนคงกระพัน ศิลป์ที่ช่างใช้ในการแกะ มีเอกลักษณ์และเป็นมาตรฐานชัดเจน ปัจจุบันแพะของท่าน เป็นเครื่องรางที่ทำเลียนแบบมากที่สุดชนิดหนึ่ง ตัวนี้ เป็นศิลป์ยุคต้น (ไม่มีเครา) เนื้อจัด มัน พิเศษที่มีขนาดใหญ่ล่ำ และหายากที่สุด เพราะพบในวงการนับตัวได้ ที่ฐานแพะแกะเป็นแบบบัวฟันปลา
องคตหลวงพ่อปาน วัดบางกระสอบ สมุทรปราการ
องคตหลวงพ่อปาน วัดบางกระสอบ สมุทรปราการ
ด้วยความเก่งกล้าของ องคต ทหารเอก ที่ พระราม ส่งไปเจรจากับ ทศกัณฐ์ และสำแดงเดช โดยการม้วนพันหางตัวเองเป็นแท่นสูงเทียมแท่น ทศกัณฐ์ เพื่อให้เห็นว่าทัดเทียมกัน หลวงพ่อปาน จึงนำคุณสมบัติทางการเจรจามีมธุรสวาจา ทำให้เรื่องร้ายกลายเป็นดี และไม่ตกต่ำไม่เป็นรองผู้ใด มาสร้างเป็นเครื่องราง ให้มีพุทธคุณโดดเด่น ด้านเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ไม่ตกต่ำ ไม่เป็นรองใคร จึงเป็นที่ฝันใฝ่ไขว่คว้าหามากของข้าราชการ ทหารตำรวจ องค์นี้ราคา 500,000 เพราะลักษณะต้องตามตำรา สภาพแชมป์ เนื้อไม้ขัดมัน หลวงพ่อปานจารอักขระทั้งตัว
ข้อมูลโดย https://www.thairath.co.th/content/1170365