วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

พระขุนแผนสาว 3 หมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ รุ่นไตรมาส ปี 2551

พระขุนแผน สาว 3 หมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน รุ่น ไตรมาส หลวงพ่อกอย (ตะกรุด 16 ดอก)

พระขุนแผน สาว 3 หมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน รุ่น ไตรมาส หลวงพ่อกอย (ตะกรุด 16 ดอก)

พระขุนแผน สาว 3 หมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน รุ่น ไตรมาส หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ จ.บุรีรัมย์ ปี 2551 (เมียสามหมู่บ้านร่วมบ้านผัวเดียวกัน)

ถ้าพูดถึงขุนแผนสาวสามหมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน ก็คงนึกถึง หลวงพ่อชื่น วัดตาอี จ.บุรีรัมย์ ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังในการสร้างและปลุกเสกขุนแผนรุ่นนี้ ว่าขลัง และ ศักดิ์สิทธิ์มาก ใครนำไปใช้ก็ไม่มีคำว่าผิดหวังให้ได้เห็น

ถ้าพูดถึงในยุคปัจจุบันนี้ ถ้าถามว่ามีหลวงพ่อองค์ไหนที่ปลุกเสกเครื่องรางที่เด่นเรื่องมหาเสน่ห์แบบสุดๆ และ ที่สามารถสร้าง และ ปลุกเสกพระขุนแผนสาวสามหมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน ได้ศักดิ์สิทธิ์และขลังได้ไม่แพ้กันก็ต้องยกให้ หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เพราะท่านเป็นสหายธรรม ของ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี เมื่อครั้งที่หลวงพ่อชื่น ท่านยังมีชีวิตอยู่ในการปลุกเสกวัตถุมงคล ของ หลวงพ่อชื่น ในแต่ละครั้งก็ต้องนิมนต์ หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ มาร่วมปลุกเสกทุกครั้ง เพราะ วัดตาอี และ วัดเขาดินใต้ รั้ววัดอยู่ติดกันอยู่ใกล้กันมาก จึงไม่แปลกใจว่าหลวงพ่อกอย ท่านได้เสก และ หามวลสารในการสร้างขุนแผนสาวสามหมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน ได้ตามตำราเขมรโบราณ ที่ท่านได้ร่ำเรียนอย่างแท้จริง ผู้เขียนขอแนะนำว่า ถ้าใครอยากได้ขุนแผนสาวสามหมู่บ้านฯ ของ หลวงพ่อชื่น ตอนนี้หายาก และ ราคาแพงมากแล้ว ให้ใช้ขุนแผนสาวสามหมู่บ้านฯ ของ หลวงพ่อกอย แทนก็แล้วกัน ความขลังความศักดิ์สิทธิ์เท่ากัน และ ประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกตั้งแยะครับ เรามาดูกันว่ามวลสารที่นำมาจัดสร้างมีอะไรกันบ้าง

  1. ผงสาวสามหมู่บ้าน เป็นผงมหาเสน่ห์ยาแฝดเป็นผงที่หายากที่สุด
  2. ผงมือของต้นตำลึง เป็นของอาถรรพณ์ เด่นในเรื่องการเกาะเกี่ยวผูกมัดจิตผูกมัดใจ คิดถึงเรา รักเราอย่างแน่นหนา เหมือนต้นตำลึง
  3. ผงไม้ไก่กุ๊ก คือไม้ที่อยู่ติดดินแล้วไก่ตัวผู้ก็เอาจะงอยปากจิกลงไป แล้ว ส่งเสียงกุ๊กๆ ไม้ที่ไก่จิก หรือ ไม้ไก่กุ๊ก นี้เป็นของอาถรรพณ์ เด่นในเรื่องเมตตามหาเสน่ห์ ที่ไก่ตัวผู้ใช้ไม้ไก่กุ๊ก หลอกล่อไก่ตัวเมีย เพื่อให้สมหวัง
  4. ว่านเครือเถาหลง เป็นคน หรือ สัตว์ ที่เข้าใกล้จะหลงในป่าจุดนั้นจนตาย หาทางออกไม่เจอ โบราณถือว่าเป็นของอาถรรพณ์วิเศษสุดยอดทางเสน่ห์มหางวยงง
  5. ผงม้าเสพนาง
  6. ผงนางอกแตก
  7. ผงพญาเทครัว
  8. ผงว่านดอกไม้ทอง ว่านดอกไม้ทองที่นำมาสร้างเป็นว่านที่อยู่ในป่าลึกที่ได้มาจากเทือกเขาแถบ จ.เลย อยู่ในเขตป่าดงดิบ เป็นยอดว่านมหาเสน่ห์ที่ยอดเยี่ยมทั้งตัวผู้ และ ตัวเมีย หัวของว่านจะมีลักษณะคล้ายวัยวะเพศชาย และ เพศหญิง ขณะออกดอกจะมีกลิ่นหอม ใครได้กลิ่นมักจะมีความกำหนัด กำเริบเสริบสัน ไม่สามารถหักห้ามใจได้ เวลาไปหาว่านต้องใช้ผ้าปิดจมูก เอาถุงพลาสติกคลุมช่อดอกรัดห่อคลุมไว้ให้ดอกแห้ง จึงนำมาบดถือว่าเป็นของมหาเสน่ห์ชั้นสุดยอด และ หายาก
  9. ผงไม้วัวลืมคอก เป็นไม้อาถรรพณ์ เมื่อวัวเจอไม้จะคลอเคลียไม่ยอมห่างทั้งวันทั้งคืน ไม่ยอมกลับคอก โบราณถือว่าเด่น ในด้านมหาเสน่ห์สุดๆ

จากนั้นหาฤกษ์งามยามดี เป็นยามแห่งเมตตามหาเสน่ห์ ปลุกเสกมวลสารทั้งหมด เป็นเวลา 7 ราตรี แล้วนำผงอาถรรพณ์ดังกล่าวมากดพิมพ์ เป็นรูปขุนแผน สาวสามหมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน แล้วฝังตะกรุดอิตถีนารีและ ท่านได้นำมาปลุกเสกแยกเดี่ยว จากวัตถุมงคลชิ้นอื่นๆ ด้วยมนต์คาถาสาวสามหมู่บ้าน มนต์เสน่ห์พญาเทครัว มนต์เสน่ห์นางอกแตก มนต์เสน่ห์ม้าเสพนาง มนต์เสน่ห์เทพรัญจวน แล้ว นำมาอาบน้ำมันพรายมหาเสน่ห์ ที่หุงโดยสาวพรหมจรรย์ 3 คน 3 หมู่บ้าน ขุนแผนสาวสามหมู่บ้านฯ ของ หลวงพ่อกอย ขณะนี้ได้รับความนิยมสูงสุด ทั้งมวลสารวิธีการจัดสร้าง และ ปลุกเสก หลวงพ่อกอย ท่านย้ำว่า ของๆท่านปลุกเสกให้เต็มที่ และ แรงสุดๆ สำหรับท่านที่ชอบของแรงไม่ควรพลาด

ความหมายของสาวสามหมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน มีคำอธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ คือท่านสุภาพบุรุษมีภรรยาถึง 3 คน อยู่ในบ้านเดียวกัน มีความรักมีความเข้าใจ ภรรยาทั้งสามไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกัน ปรองดองกัน ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุขขุนแผนสาวสามหมู่บ้านเป็นสุดยอดแห่งความมหาเสน่ห์ ค้าขาย โขคลาภ ทำให้ครอบครัวสมานสามัคคี ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย

คาถาพระขุนแผน สาว 3 หมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน
ภาวนา 3 จบ
นะจุมจุม โมจุมจุม พุทจุมจุม ยะจุมจุม จุมจุมสวาหะ นะเมตตา ปันจะพุทา นะมามิหัง เมตตากรุณา.

รายการพระขุนแผนสาว 3 หมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน รุ่น ไตรมาส ปี 2551 หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ 

  • พระขุนแผน สาว 3 หมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน รุ่น ไตรมาส หลวงพ่อกอย (ตะกรุด 1 ดอก)
  • พระขุนแผน สาว 3 หมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน รุ่น ไตรมาส หลวงพ่อกอย (ตะกรุด 16 ดอก)
พระขุนแผน สาว 3 หมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน รุ่น ไตรมาส หลวงพ่อกอย (ตะกรุด 1 ดอก)

พระขุนแผน สาว 3 หมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน รุ่น ไตรมาส หลวงพ่อกอย (ตะกรุด 1 ดอก)


วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

งั่งตาแดง หลวงพ่อชื่น วัดตาอี ปี 2544

งั่งตาแดง หลวงพ่อชื่น วัดตาอี ปี 2544

หลวงปู่ชื่น ติคญาโณ วัดตาอี จ.บุรีรัมย์ ยอดพระเกจิอาจารย์สายเขมรที่เปี่ยมไปด้วยเมตตามหาบารมี หลวงปู่ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบสายวิปัสนากรรมฐาน ถือธุดงค์เป็นวัตร มีพลังจิตญานขั้นสูง เชี่ยวชาญในพระเวทย์วิทยาคมอาถรรพณ์เวทย์สายเขมรโบราณ ท่านเป็นหนึ่งในศิษย์สายเขากุเลนซึ่งเป็นสถานที่ ในการเจริญวิปัสสนากรรรมฐานและพระเวทย์วิทยาคมขั้นสูงของเขมร วัตถุมงคลที่หลวงปู่ได้ทำการอธิฐานจิตปลุกเสก ล้วนแล้วแต่แรง เห็นผล และสร้างประสบการณ์ให้กับผู้ใช้บูชามากมาย โดยเฉพาะทางมหาเสน่ห์ เมตตา-มหานิยม โชคลาภ ค้าขาย เสริมดวงชะตาราศี เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน วัตถุมงคลของท่านหลายรายการที่สร้างออกมาแล้วสร้างประสบการณ์ใช้กับผู้ใช้บูชามากที่สุด เป็นที่กล่าวขานมากถึงความศักดิ์สิทธิ์เข้มขลัง วัตถุมงคลของหลวงปู่ชื่นที่ได้รับความนิยมสูง เช่นขุนแผน กุมารทอง ตุ๊กตามหาเสน่ห์ ดวงตราอาถรรพณ์ ..ฯลฯ 

ถึงแม้หลวงปู่ท่านจะมรณะภาพไปแล้ว(มรณะปี 2547)แต่ก็ยังมีผู้คนเสาะแสวงหาวัตถุมงคลของท่านอยู่ไม่ขาด เพราะว่าใช้แล้วเห็นผลดีแรงเห็นผลทันตาอธิษฐานได้ดั่งใจปรารถนา หลวงปู่เป็นหนึ่งในพระสงฆ์ที่เป็นที่เคารพบูชาของศิษยานุศิษย์และผู้คนทั้งหลายที่ศรัทธาในบุญบารมีของท่าน วัตถุมงคลของหลวงปู่ชื่นเป็นสุดยอดวัตถุมงคลแห่งยุคที่ต้องมีไว้บูชา

พ่องั่งตาแดง หลวงพ่อชื่น วัดตาอี ปี 2544 เด่นในทุกๆ เรื่อง ครอบจักรวาลไม่ว่าเรื่องคงกระพัน, แคล้วคลาด, มหาเสน่ห์ เมตตาค้าขาย

พ่องั่งตาแดงหลังแม่งั่ง รุ่นแรก ตำรับเขมรโบราณ หลวงปู่ชื่น วัดตาอี จ.บุรีรัมย์ วัตถุในการสร้างวัตถุอาถรรพณ์และแผ่นยันต์ทางเมตตามหาเสน่ห์ คงกระพัน แคล้วคลาด จากเกจิอาจารย์ชาวเขมรทั้งหมดถึงอาจารย์ที่เป็นฆราวาสด้วย ตะปูตอกฝาโลง เหล็กเสียบศพสมัยโบราณ แผ่นยันต์พญาหงส์ทอง แผ่นยันต์เมตตาใหญ่ เมตตาเล็ก ทำพิธีหลอมเข้าด้วยกันมาสร้างเป็นพ่องั่งหลังแม่งั่ง ท่านได้ทำพิธีปลุกเสกมนต์คาถาสำหรับพ่องั่งหลังแม่งั่งโดยเฉพาะใต้ฐานอุดด้วยผงขี้เถ้ากระดูกผีตายพรายเนื้อจะเป็นสีเทาออกสีผงธูป, ผงวิเศษว่าน 108 ชนิดเนื้อผงจะออกน้ำตาลปนดำออกเขียว,ผงว่านดอกไม้ทองเนื้อผงเหลืองออกแดง ผงอาถรรพณ์เหล่านี้เหตุที่นำมาบรรจุเพราะเพื่อนำมาเป็นตัวเร่งให้ได้ผลเร็วทันตาเห็น

คาถาบูชาพ่องั่งหลังแม่งั่ง รุ่นแรก ตำรับเขมรโบราณ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี

ตั้งนะโม 3 จบ

โอม กำมะโปน กำตะเบ็ง เมตตาสุเน

พ่องั่งเอ๋ย แม่งั่งเอ๋ย

เจ้าจงมาสู่หา จงเกยทรัพย์

เอาศรีมาให้กู สวาหะ สวาหายะ

(3 จบ)

งั่งตาแดง หลวงพ่อชื่น วัดตาอี ปี 2544

งั่งตาแดง หลวงพ่อชื่น วัดตาอี ปี 2544

วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

พ่องั่งอันศักดิ์สิทธิ์ ขนาดองค์ความสูงประมาณ 4.0 ซม. หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์

พ่องั่งอันศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์

พุทธคุณเน้นในเรื่อง เมตตาโชคลาภ คงกระพันแคล้วคลาด ผู้ใดต้องการโชคลาภอธิษฐาน ขอความสำเร็จ ขอบารมีเสริมสร้างกิจการค้าให้เจริญรุ่งเรือง ปกป้องคุ้มครองอันตรายทั้งปวง อยู่ยงคงกระพัน ให้มีความสุขอย่ามีเคราะห์ อย่ามีทุกข์อย่ามีโศกและโรคภัยไข้เจ็บ ใต้ฐานบรรจุผงวิเศษมหาจักรพรรดิ์ล้างอาถรรพณ์ฝังอาวุธพระพุทธเจ้ามีพุทธคุณปกป้องคุ้มครองอันตรายทั้งปวงอยู่ยงคงกระพันชาตรีทำให้ครอบครัวมีความสุขความเจริญ

ชนวนอาถรรพณ์อันศักดิ์สิทธิ์ประกอบด้วย เหล็กยอดเจดีย์*เหล็กสังฆวานร,ขวานฟ้า,ตะกั่วดำ,ดีบุก,แร่พลวง,ทองแดงเถื่อน,กำไลสัมฤทธิ์เก่า,ระฆังเก่า,ขันน้ำมนต์เก่า,ฆ้อง,โลหะบ้านเชียงและชนวนอันศักดิ์สิทธิ์อีกมากมายมาหล่อหลอมเข้าด้วยกันมาเป็นรูปพ่องั่งอันศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อ กอยได้ทำพิธีปลุกเสกบรรจุพุทธาคมถูกต้องตามพิธีกรรม

คาถาบูชา ภาวนา 3 จบ

โอม กำมะโปน กำตะเบ็ง เมตตาสุเน พ่องั่งเอ๋ย เจ้าจงมาสู่หา จงเกยทรัพย์ เอาศรีมาให้กู สวาหะ สวาหาย

พ่องั่งอันศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ขนาดองค์ความสูงประมาณ 4.0 ซม. จำนวนสร้าง 999 องค์ คัดสภาพสวยมาก แท้โดยตรงจากทางวัด พร้อมคาถาจากวัด

พ่องั่งอันศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์

พ่องั่งอันศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์

วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

วัวธนู เนื้อผงพุทธคุณ ผสมคั่ง หลวงพ่อจืด สำนักปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี ปี 2551 รุ่นไหว้ครู

 

วัวธนู เนื้อผงพุทธคุณ ผสมคั่ง หลวงพ่อจืด สำนักปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี ปี 2551 รุ่นไหว้ครู

วัวธนู เนื้อผงพุทธคุณ ผสมคั่ง หลวงพ่อจืด สำนักปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี ปี 2551 รุ่นไหว้ครู

วัวธนูถือว่าเป็นสุดยอดเครื่องรางชนิดหนึ่งตั้งแต่โบราณ คุณสมบัติของเครื่องรางชนิดนี้ คือการป้องกันคุ้มครองผู้บูชาให้พ้นภยันตรายจากภูตผีปิศาจต่อสู้กับอสูรกายตลอดจนคุณไสยต่างๆ แม้แต่ผู้ปองร้าย หรือพวกมิจฉาชีพโจรผู้ร้าย ขโมยขึ้นบ้านก็ยังช่วยขับไล่ได้ด้วย นอกจากนี้แล้วยังป้องกันไฟไหม้ ฟ้าผ่า โชคลาภ เมตตา ค้าขาย ได้ดีมาก หลวงพ่อจืด ท่านได้สร้างวัวธนู และควายธนู มาหลายรุ่นด้วยกัน แต่ละรุ่นมีประสบการณ์ หายาก ราคาบูชาก็ขยับสูงขึ้น ใครมีต่างก็หวงแหน ในการสร้างวัวธนู และควายธนู แต่ละครั้งนั้น หลวงพ่อจืด ท่านได้ทำการปลุกเสกอย่างเข้มขลังมาก มันจะขวิด ผู้บุกรุกถึงตายทีเดียว ถ้าผู้บุกรุกเป็นภูตผี มันก็ไล่ขวิดเสียกระเจิดกระเจิง หรือจนกระทั่งภูตผีปีศาจเหล่านั้น หมดสภาพไม่สามารถไปใช้ทำอะไรได้อีก

วัวธนูหลวงพ่อจืด วัดโพธิ์เศรษฐีวนาราม จ.นครปฐม สร้างด้วยเนื้อผงว่านมวลสารอาถรรพ์ พอกด้วยครั่งทาทองลงอักขระ ตามศาตร์ตำรับโบราณที่ร่ำเรียนมาจากองค์พระอาจารย์ คือหลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง อดีตพระเกจิอาจารย์ผูมีวืมยาคมขลัง เจ้าตำรับวัวธนูและราหูกะลาตาเดียวอันเลื่องลือทั้งแผ่นดิน กล่าวกันว่าหลวงพ่อจืดจัดสร้างสืบทอดวิชาวัวธนู ใด้ศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังเฉกเช่นหลวงพ่อน้อยสร้างเองเลยทีเดียว

ร่ำลือกันนานนักว่าหลวงพ่อจืดปลุกเสกวัวธนู ได้ขลังและแรงเมื่อนำไปบูชาแล้วเกิดประสบการณ์มากมายเป็นสุดยอดวิชาแต่ครั้งกาลโบราณ อยากจะหาเครื่องรางที่ดีครอบจักรวาลเทียบเครื่องรางชั้นครูก่ออภินิหาร

บริกรรมพระคาถาตามตำรา (โอม กอนอ มหากอนอ โอมสิทธิสวาหะ) อธิษฐานจิตขอให้วัวธนูช่วย คุ้มครอง เฝ้าบ้าน กันภูติผี วิญญาณร้าย กันคุณไสยของไม่ดี และขอเรื่องเมตตค้าขาย บันดาลโชคลาภเงินทองได้ด้วย

วิธีกรรมการสร้างวัวธนู หลวงพ่อจืด วัดโพธิ์เศรษฐีวนาราม ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ท่านหนึ่งในประวัติศาสตร์ คือหลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง จ.นครปฐม ซึ่งเป็นอมตะเถราจารย์ในด้านการสร้างวัวธนู ควายธนูนั้นเป็นเลิศ แต่ในปัจจุบันนี้ ศิษย์เอกสายตรงผู้ที่สืบทอดวิชาการสร้างวัวธนู ควายธนู ต่อจากหลวงพ่อ น้อย คือ หลวงพ่อจืด สวนปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี จ.นครปฐม ท่านได้สร้างวัวธนู ได้ขลังตามตำราโบราณขนานแท้ที่เรียกว่า “วัวธนู สูตรสำเร็จ” คำว่าสูตรสำเร็จแปลว่า ไม่ต้องเลี้ยงเหมือนวัวควายธนูทั่วไป นอกจากยังไม่มีโทษแก่ผู้เลี้ยงแล้ว แต่อนุภาพความศักดิ์สิทธิ์ยังครบถ้วน ไม่แพ้ครูบาอาจารย์ของท่าน ออกให้บูชาทีไรก็หมดทันที

วัวธนู เนื้อผงพุทธคุณ ผสมคั่ง หลวงพ่อจืด สำนักปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี ปี 2551 รุ่นไหว้ครู

วัวธนู เนื้อผงพุทธคุณ ผสมคั่ง หลวงพ่อจืด สำนักปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี ปี 2551 รุ่นไหว้ครู

วัวธนู เนื้อผงพุทธคุณ ผสมคั่ง หลวงพ่อจืด สำนักปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี ปี 2551 รุ่นไหว้ครู

วัวธนู เนื้อผงพุทธคุณ ผสมคั่ง หลวงพ่อจืด สำนักปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี ปี 2551 รุ่นไหว้ครู

วัวธนู เนื้อผงพุทธคุณ ผสมคั่ง หลวงพ่อจืด สำนักปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี ปี 2551 รุ่นไหว้ครู


วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

กุมารทองรับทรัพย์คะนองฤทธิ์ พิมพ์โบราณ ขนาดพกพาเนื้อโลหะ พิมพ์ธรมดา หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ ปี 2557

กุมารทองรับทรัพย์คะนองฤทธิ์ พิมพ์โบราณ ขนาดพกพาเนื้อโลหะ พิมพ์ธรมดา หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ ปี 2557

กุมารทองรับทรัพย์คะนองฤทธิ์ พิมพ์โบราณหลวงพ่อกอย ขนาดพกพาเนื้อโลหะอาถรรพณ์ล้วนๆ ประสบการณ์สุดๆในขณะนี้ วัดเขาดินใต้ ปี 2557

กุมารทองพิมพ์โบราณหลวงพ่อกอย ขนาดพกพาเนื้อโลหะอาถรรพณ์

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเลียงกุมารทองพิมพ์โบราณหลวงพ่อกอย ขนาดพกพาเนื้อโลหะอาถรรพณ์ล้วนๆ ประสบการณ์สุดๆในขณะนี้ วัดเขาดินใต้ ปี 2557 ทางสายเขมรโบราณ คือเป็นทางเลือกที่ดี จะรู้จักกันดีถึงเรื่องความขลังความศักดิ์สิทธิ์ความเฮี้ยนของกุมารทองของหลวงพ่อกอย เพราะเป็นกุมารทองกึ่งเทพกึ่งพรายที่มีฤทธิ์สูยงมากทางด้านโชคลาภเมตตาค้าขาย เหมาะสำหรับเลี้ยงไว้เรียกโชคลาภ ค้าขาย เรียกลูกค้าเฝ้าบ้านเรือกสวนไร่นา กันคนมาปองร้ายทำมิดีมิร้ายแก่เรา สามารถมีฤทธิ์เป็นพรายกระซิบบอกเหตุร้าย หรือข่าวดี ที่กำลังจะมาถึง บอกโชคลาภ บอกหวย เรียกเงินเรียกทอง เรียกทรัพย์ เสี่ยงดวงการพนันช่วยทำมาค้าขาย เรียกคนเข้าร้านแก่ผู้เลี้ยง และสามารกันภูติผีปีศาจ กันคุณไสย คุณผี คุณคน อุบาทว์และสิ่งอัปมงคลทั้งปวงไม่ให้เข้ามากล้ำกลายผู้เลี้ยงไม่ให้เกิดอันตรายประดุจลูกดูแลพ่อแม่บังเกิดเกล้า พุทธคุณแห่งกุมารทองนี้มีมากมายมหาศาลดุจจะพรรณนา จงเร่งหามาบูชา 

กุมารทองรับทรัพย์คะนองฤทธิ์ พิมพ์โบราณ ขนาดพกพาเนื้อโลหะ พิมพ์ธรมดา หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ ปี 2557

กุมารทองรับทรัพย์คะนองฤทธิ์ พิมพ์โบราณ ขนาดพกพาเนื้อโลหะ พิมพ์ธรมดา หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ ปี 2557



วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ตะกรุดโทนมหาจักรพรรดิ์ตราธิราช หลวงพ่อจืด สวนปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี

ตะกรุดโทนมหาจักรพรรดิ์ตราธิราช หลวงพ่อจืด สวนปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี

 ตะกรุดโทน มหาจักพรรดิ์ตราธิราช นับว่าเป็นการสร้างตะกรุดที่ยิ่งใหญ่และสลับซับซ้อนกว่าการสร้างตะกรุดใดๆทั้งปวง ลูกศิษย์ตัวจริงของหลวงพ่อจืดไม่ควรพลาด หลวงพ่อจืดท่านได้ลงอักขระเลขยันต์ด้วยมือของท่านเองทุกดอก ท่านได้ทำการเรียกสูตรเรียกนามทีละดอก กำหนดฤกษ์ยามในการลงอักขระเลขยันต์ซึ่งเป็นตะกรุดที่ถูกสร้างถูกต้องตามตำราอย่างแท้จริง เพื่อก่อให้เกิดความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ แก่ผู้สักการะบูชาตะกรุดมหาจักพรรดิ์เป็นตะกรุดที่ประเสริฐกว่าตะกรุดใดๆมีคุณวิเศษนานัปการจงปรารถนาเอาเถิด ถ้าต้องธรณีสารเป็นเคราะห์หามยามร้ายให้เอาตะกรุดนี้อาราธนาลงในขันน้ำมนต์ แล้วตั้งจิตอธิษฐานขออนุภาพแห่งความศักดิ์สิทธิ์จงเป็นเกราะป้องกันภัยทั้งปวงกัน โจรภัย บูชาไว้ที่ขื่อบ้านเอาไว้กันฟ้าผ่ากันไฟไหม้ บูชาติดรถติดเรือเป็นมหามงคลอันยิ่งใหญ่ท่านเสกด้วยพระคาถาบทอิติปิโส สรรเสริญพุทธคุณ จนจบ ทำน้ำมนต์ดื่มกิน ล้างหน้าอาบกิน เป็นความจะหายเคราะห์ร้ายจะหมด ขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้สลาย และไม่มีอำนาจที่จะขวางกั้น ศัตรูคิดร้ายก็จะแพ้ภัยตัวเองสิ่งอัปมงคลทั้งหลายจะสลายหายไปสิ้นโรคภัยไข้เจ็บจะหายชนะศัตรูทุกทิศ เขาคิดกลั่นแกล้งเรานานาไม่อาจทำอันตรายเราได้ จะค้าขายขอลาภให้เอาตะกรุดนี้ยกขึ้นอธิษฐานตามใจปรารถนา จะไม่พบความยากจนเลยเป็นเมตตามหานิยมฝูงชนรักใคร่เอ็นดูปรารถนาสิ่งใดได้สมปรารถนาทุกประการหลวงพ่อจืดท่านเป็นผู้เจนจบในพระยันต์ร้อยแปดของตะกรุดมหาจักพรรดิ์ ท่านพิจารณาเห็นว่าเป็นของมงคลอันวิเศษสูงสุดอุปเท่ห์ก่อนจะบูชาหรือคล้องคอหรือพกพาส่วนใดของร่างกายให้อาราธนาพระรัตนตรัยก่อนทุกครั้ง


ตะกรุดโทนมหาจักรพรรดิ์ตราธิราช หลวงพ่อจืด สวนปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี

ตะกรุดโทนมหาจักรพรรดิ์ตราธิราช หลวงพ่อจืด สวนปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี


วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2564

Jatukam Ramathep(拾到金、查督堪)


 洛坤洗他瑪拉州府(narkhon sri thamarat)的城柱廟(lak meng)“lak meng”的意思是“柱子” 或“基層”;而meng 的意譯是“城”或者“鎮”。所以“lak meng”的意思其實就是“城柱”或者“鎮柱”,類似華人所拜的城隍廟,


於泰國第一世皇時代就流傳了這種習習俗,即在建城時就必須建主城柱廟,立柱后就設壇舉行盛大的法會,經由眾法師奉請 天神諸神佛菩薩,降靈與此神聖的木柱上,奉為此城鎮的守護神,保護全城鎮的安全,讓居民安居樂業。所以,泰國每個州府都設有城柱廟,位於曼谷玉佛寺的東南方也有設有柱廟,由於設在首都。所以這間柱廟也被尊稱為國柱廟,負起保護整個泰國的安危,廟里除了供奉國柱外,其中還有一個小廟宇,供奉了許多尊守護神,每逢大節日,泰國皇室成員都會來此膜拜一番,祈求國泰民安。而澤度金本寺聖木被雕成上下八個面;上方為帕依算天神,帕納萊天神,其餘兩面分別為澤度康與拉瑪貼兩兄弟,就成了有八個面的 聖柱。這也是泰國唯一有雕刻臉像的州柱,一般州府的州柱都是蓮花型或圓形柱而已。當時建柱時於瓦帕瑪哈塔哇啦威韓,舉行了一個空前盛大的法會。此法的目的為喚醒舍利塔內的眾仙菩薩,都出來幫助安定社會。眾神該喚醒了,是時候出來庇佑眾生了。當時整個廟怖起了戰陣,四面八方吊滿了旗子,旗上畫滿了符咒以及神猴哈努曼的畫像。於1月16日2528年星期四, 中午十二時三十九分,由坤潘點主持,代表此儀式開始向州內的牛鬼蛇神以及黑暗勢力宣戰。


全能天神甲督勘又名澤度金天神,廣東地區很多人稱它為拾到金,顧名思義就是為祈求財富而佩戴的佛牌。相它為南海觀音的護法之一,在泰國人眼裡此牌更有避險保平安的功效。佩戴查督堪為人要正直,不可背後說人壞話,若虔心供奉可保平安招正偏財避小人助人緣。助權利助事業助生意。招財效果極佳!澤鍍金天神和拉胡一樣,喜歡具有正氣的善信.討厭背後偷偷摸摸做小動作的人.查督堪在協助財運以及金錢方面非常有名,不過信眾若向查督堪許願,願一定要合理.願望達成以後一定要還願Jatukam Ramathep(澤度金,拾到金,查督堪) 著名的坤潘警長是拾到金佛牌創始人在約七百年前的暹邏(今為泰國)、 Jatukam Ramathep(拾到金、查督堪)是一位勤政愛民的國王,控制了暹邏三份二的國土,身為一國之君的他還時時關注百姓的生活,立誓要給百姓定居樂業的生活。當拾到金國王逝世後,他愛民如子的精神感動天,被封為天神,百姓有求於他,無不有求必應,紛紛建廟安奉其聖像膜拜。


วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2563

เครื่องรางหุ่นพยนต์ คืออะไร

หุ่นพยนต์ ในวงการไสยศาสตร์เป็นที่ยอมรับกันดีเรื่องมีภูตผีเป็นผู้รับใช้ติดตามจะสายไหนก็มักจะมีข้ารับใช้เสมอ ทั้งสายเทพ สายพราย สายภูติ สายผี สายเวทย์ บางครั้งถูกเรียกไปต่างๆนานา เช่น วิชามารยศาสตร์สร้างปู่โสม การฆ่าคนเพื่อเฝ้าสมบัติพัสถาน กุมารทองกุมารี รักยม อิ่นจันทร์ อิ่นแก้ว ในลัทธิองเมียวโดของญี่ปุ่นมีชิกิงามิ ชิกิยิน เป็นการเสกกระดาษเป็นข้ารับใช้ ซึ่งเป็นพวกเดียวกับหุ่นพยนต์นี้ แต่ต่างกันออกไปที่หุ่นพยนต์จะสามารถสร้างจากวัตถุสิ่งขออะไรก็ได้

รูปหุ่นพยนต์ปู่มหาเวทย์ คัมภีร์เขมรโบราณ หลวงพ่อกอย  | หุ่นพยนต์ปู่มหาเวทย์ คัมภีร์เขมรโบราณ หลวงพ่อกอย ,หุ่นพยนต์หลวงพ่อกอย ,หลวงพ่อกอยหุ่นพยนต

หุ่นพยนต์ปู่มหาเวทย์ คัมภีร์เขมรโบราณ หลวงพ่อกอย เนื้อเงินยวงโบราณ

รูปหุ่นพยนต์ปู่มหาเวทย์ คัมภีร์เขมรโบราณ หลวงพ่อกอย  | หุ่นพยนต์ปู่มหาเวทย์ คัมภีร์เขมรโบราณ หลวงพ่อกอย ,หุ่นพยนต์หลวงพ่อกอย ,หลวงพ่อกอยหุ่นพยนต

หุ่นพยนต์ปู่มหาเวทย์ คัมภีร์เขมรโบราณ หลวงพ่อกอย เนื้อโลหะอาถรรพณ์

หุ่นพยนต์ คำนี้ว่าจากคำว่า “พยนต์” แปลว่า สิ่งที่ผู้ทรงวิทยาคมปลุกเสกให้มีชีวิตขึ้น เช่น หุ่นพยนต์ เป็นรูปหุ่นจำลองของคน สัตว์ เทวดา ยักษ์ หรืออะไรต่อมิอะไร โดยอาศัยหลักการว่าอยากได้รูปร่างยังไงให้ทำหุ่นแบบนั้น หรือชนิดไหนตามแต่ความต้องการจะใช้หุ่นพยนต์ ประมาณว่าให้เหมาะสมกับงานที่จะใช้ไปทำ

วัสดุที่นำมาทำหุ่นพยนต์
วัสดุที่นำมาใช้สามารถทำได้เกือบทุกอย่าง ตั้งแต่หุ่นหญ้าสาน หุ่นก้านใบไม้สาน หุ่นเถาวัลย์สาน หุ่นหวายสาน ใบไม้ถัก หุ่นไม้แกะสลัก หุ่นไขเทียน หุ่นด้าย หุ่นผ้า หุ่นดิน หุ่นดินเผา หุ่นหิน หุ่นกระเบื้อง หุ่นอิฐ หุ่นปูน หุ่นเงิน หุ่นทอง หุ่นโลหะ ซึ่งการเลือกใช้นั้นอาศัยหลักง่ายๆว่าอาจารย์ไหนใช้อะไรจะต้องใช้ตามอาจารย์ ผีธาตุไหนจะให้เหมาะก็ธาตุนั้นๆ เหมาะสมกับงานดำน้ำลุยไป อย่างไรก็ตามเห็นเพียงก้อนเดียวก็เป็นหุ่นพยนต์ที่ทรงพลังได้ ต้องมาจากวิชาอาคมวิทยาคมของผู้ทรงอาคมแกร่งกล้ามากเพียงไหนหุ่นพยนต์จะมีอานุภาพเพียงนั้น ที่สำคัญเอาสะดวกว่า บางครั้งจะเก็บติดตัวต้องพกพาไปไหนมาไหนง่าย ขนาดกะทัดรัดหรือขนาดใหญ่ก็อาศัยว่าจะใช้งานอย่างไร หุ่นพยนต์ธรรมดามักจะแค่หุ่นที่เสกคล้ายมีชีวิต มีรูปร่างของวิญญาณที่มีฤทธิ์มีเดช แต่หากเป็นหุ่นพยนต์อาถรรพ์ เป็นของอาถรรพ์จะมารเอาวิญญาณ หรือผีสางนางไม้ วิญญาณสิงสาราสัตว์ ผีตายห่าตายโหง ผีตายพราย ตายทั้งกลม ผีแขวนคอตาย ผีรถชนตาย ผีจมน้ำตาย สัมภเวสีผีเร่ร่อน สะกดลงในหุ่นเพื่อกำกับออกมาใช้ เรียกว่า “พรายหุ่นพยนต์”

รูปหุ่นพยนต์ หลวงพ่อมัก วัดเขาเล็กรางสะเดา | หุ่นพยนต์ หลวงพ่อมัก ,บูชาหุ่นพยนต์,พุทธคุณหุ่นพยนต์ หลวงพ่อมัก

หุ่นพยนต์ หลวงพ่อมัก วัดเขาเล็กรางสะเดา

พุทธคุณหุ่นพยนต์
เน้นในเรื่องเมตตามหานิยม โชคลาภ เรียกเงินเรียกทอง ขับไล่สิ่งอัปมงคลอำนาจชั่วร้าย และภูตผีปิศาจ กันคุณไสย ลมเพลมพัด กันและแก้ของไม่ดี บูชาไว้ติดตัวได้ทั้งหญิง  และชาย บูชาไว้ในรถ สำนักงาน ร้านค้า เฝ้าเรือกสวนไร่นา กันขโมย ปกป้องกันภัยให้แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

ประวัติท้าวเวสสุวรรณ ตำนานท้าวเวสสุวัณ

ประวัติท้าวเวสสุวรรณ ตำนานท้าวเวสสุวัณ มีกำเนิดจากหลายตำนานรูปร่างหน้าตาของท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวเวสสุวัณ) จะเป็นที่คุ้นเคยในบ้านเราเป็นอย่างดี คือ เป็นรูปยักษ์ถือตะบองขนาดใหญ่ ด้วยท่านเป็นเจ้าแห่งอสูร รากษสและภูตผีปีศาจ

ท้าวเวสสุวรรณคือใคร ถ้าหากจะพูดถึง “เจ้า” หรือ “นาย”แห่งภูตผีปีศาจทั้งหลายแล้ว เรามักจะเอ่ยนาม “ท้าวเวสสุวัณ” หรือที่พราหมณ์เรียกกันว่า “ท้าวกุเวร” และทางพุทธเรียก “ท้าวไพสพ” ซึ่งสถิตอยู่ในสวรรค์ชั้นล่างสุดของฉกามาพจร ชื่อสวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกาภูมิ
รูปท้าวเวสสุวรรณ  หลวงพ่อผาด วัดบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ปี 2551 | พุทธคุณท้าวเวสสุวรรณ  หลวงพ่อผาด ,หลวงพ่อผาดท้าวเวสสุวัณ ,หลวงพ่อผาดวัตถุมงคล
รูปร่างหน้าตาของ ท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวเวสสุวัณ) จะเป็นที่คุ้นเคยในบ้านเราเป็นอย่างดี คือ เป็นรูปยักษ์ถือตะบองขนาดใหญ่ ด้วยท่านเป็นเจ้าแห่งอสูร รากษส และภูตผีปีศาจ คนโบราณจึง มักทำ รูปท้าวเวสสุวรรณ แขวนไว้เหนือเปลเด็กอ่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ภูตผีปีศาจมารบกวนเด็กเล็ก และนิยมทำ ผ้ายันต์รูปท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวเวสสุวัณ) หรือจำหลักเป็นด้ามของมีดหมอที่สัปเหร่อใช้กำราบวิญญาณ เนื่องจากสมัยก่อนเวลาเผาศพก็ยกขึ้นกองฟอนแล้วใส่ไฟเผา พอร้อนเข้าเส้นเอ็นก็ยึดถึงขนาดลุกขึ้นนั่ง สัปเหร่อเลยต้องใช้มีดกรีดตามเส้นเอ็นก่อน ทีนี้พอยกขึ้นเผาศพก็จะไม่กระดุกกระดิก เลยเป็นความเชื่อว่ามีดหมอจำหลักรูปท้าวเวสสุวัณสามารถปราบผีได้

คติความเชื่อ ตำนานท้าวเวสสุวรรณ
ประวัติท้าวเวสสุวรรณ ตำนานท้าวเวสสุวัณ คติความเชื่อแบบไตรภูมิ เชื่อว่ามีท้าวโลกบาลประจำอยู่ 4 ทิศ จึงนิยมจำหลักอยู่ตามบานประตูโบสถ์ วิหาร เรียกว่า “ทวารบาล” หมายถึง ผู้ดูแลประตู บางครั้งพบทวารบาลบางแห่งเป็นแบบจีน แทนที่จะเป็นรูปเทวดาแบบไทยถือพระขรรค์ กลับเป็นเทวดาจีนคล้ายตัวงิ้ว ถือ หอก ดาบ หรือง้าว เหยียบอยู่บนสิงโตจีน เราเรียกว่า “เสี้ยวกาง” หรือ “เซี่ยวกาง” เข้าใจว่าเป็นอิทธิพลของจีนที่เข้ามาสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่ หัว รัชกาลที่ 3 เนื่องจากพระองค์นิยมงานศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบจีน ท้าวเวสสุวรรณ ของ ท่านเจ้าประคุณศรี(สนธิ์) วัดสุทัศนเทพวราราม
รูปพระขรรค์ ท้าวเวสสุวัณ รุ่นประไตรปิฎก หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ ปี 2544 | พระขรรค์ ท้าวเวสสุวัณ หลวงพ่อสาคร ,พระขรรค์ หลวงพ่อสาคร ,พระขรรค์ท้าวเวสสุวัณ
ท้าวจตุโลกบาลประจำทิศทั้งสี่จะประกอบด้วย
  • “ทิศตะวันออก” พราหมณ์เรียก พระอินทร์ พุทธเรียก ท้าวธตรฐ มี คนธรรพ์ เป็นบริวาร
  • “ทิศตะวันตก” พราหมณ์เรียก พระวรุณ พุทธเรียก ท้าววิรูปักษ์ มีนาค ครุฑ และเทวดา เป็นบริวาร
  • “ทิศใต้” พราหมณ์เรียก พระยม พุทธเรียก ท้าววิรุฬหก มี กุมภัณฑ์ เป็นยักษ์มีอัณฑะใหญ่เท่าหม้อตาลเป็นบริวาร
  • และ “ทิศเหนือ” ได้แก่ ท้าวเวสสุวรรณ พราหมณ์เรียก ท้าวกุเวร พุทธเรียก ท้าวไพสพ มี อสูร รากษส และภูตผีปีศาจ เป็นบริวาร
ท้าวกุเวรนอกจากนี้ ในตำราโบราณและงานวรรณคดีกล่าวตรงกันว่า ท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวเวสสุวัณ) เป็นยักษ์ที่มีพัสตราภรณ์และผิวกายสีเหลืองทอง จิตใจดีงาม ดำรงอยู่ในสัตยธรรม ถึงขนาดอุทิศตนถวายพิทักษ์รักษาพุทธสถาน และองค์พระพุทธเจ้า เช่น รูปหล่อปิดทองด้านซ้ายของฐานองค์พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก ก็ทำเป็นรูปท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวเวสสุวัณ) ส่วนด้านขวาเป็นยักษ์อีกตนหนึ่งชื่อ “อา ฬาวกยักษ์” เหตุที่เรียกกันว่า “ท้าวกุเวร” เนื่องจากพระพรหมเห็นว่ามีรูปร่างไม่ดี ร่างกายพิการต้องถือไม้เท้า จึงตั้งชื่อให้ดังนั้น ที่บ้านเรามาจำหลักเป็นยักษ์ถือตะบองยันพื้น ก็คงจะมีเค้าเงื่อนมาจากเรื่องดังกล่าว
รูปท้าวเวสสุวัณมหาปราบขับไล่ภูตผีปีศาจพิมพ์ 2 หน้า หลวงพ่อจืด | ท้าวเวสสุวัณมหาปราบขับไล่ภูตผีปีศาจพิมพ์ 2 หน้า ,หลวงพ่อจืด,ท้าวเวสสุวรรณ,ท้าวกุเวร
ความหมายของชื่อ “ท้าวเวสสุวัณ” นั้น เวส แปลว่า พ่อค้า หมายถึง พ่อค้าอันมีทรัพย์ อันได้แก่ ทองคำ เนื่องจากท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวเวสสุวัณ) เคยมีอดีตชาติเป็นพราหมณ์ เปิดโรงงานค้าขายหีบอ้อยจนร่ำรวย และได้นำเงินทองบริจาคให้ผู้ยากไร้ เมื่อเกิดใหม่จึงได้ครองเมืองวิสานะนคร ผู้คนจึงเรียกว่าเวสาวัณ ด้วยกุศลดังกล่าวจึงได้รับพรจากพระพรหมให้เป็นอมตะไม่ตาย และให้เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติต่างๆ ทั่วแผ่นดิน

บ้านเรารู้จักกันในชื่อ “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” หรือในชื่อ “ธนบดี” แปลว่า ผู้เป็นใหญ่ในทรัพย์ หรือ “ธเนศวร” แปลว่า เจ้าแห่งทรัพย์ อีกทั้งมีหน้าที่คอยจดความดีของคนทางทิศอุดรขึ้นไปจารึกและประกาศให้ปวง เทพยดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์รับรู้ ผู้คนจึงนิยมจัดสร้าง หรือ จำหลักรูปท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวเวสสุวัณ) และเคารพบูชาเพื่อความมั่งคั่งอีกด้วย คาถาท้าวเวสสุวรรณ ผ้ายันต์ท้าวเวสสุวรรณ วัดพราหมณี วัดหลวงพ่อปาดแดง รูปหล่อท้าวเวสสุวรรณ เจ้าคุณศรีสนธิ์ วัดสุทัศน์
รูปท้าวเวสสุวัณ หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ จังหวัดบุรีรัมย์ ปี 2553 | ท้าวเวสสุวัณหลวงพ่อกอย ,วัดเขาดินใต้ จังหวัดบุรีรัมย์,ท้าวกุเวร,หลวงพ่อกอย

ชูชก สุดยอดเครื่องราง เจ้าแห่งการขอ

เครื่องรางชูชกมีอานุภาพทางด้านเสริมดวงในทางด้านขอโชค ขอลาภ ขอเงินขอทอง และขอของจากผู้ใหญ่ และโดดเด่นด้านการขอทุกชนิด หรือที่เรียกว่า “เทพเจ้าแห่งการขอ” ขนาดขอของที่พระเวสสันดรรักที่สุด คือ ลูก หรือเลือดในไส้ยังขอได้ และที่สำคัญมีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ

จากบันทึกทศชาติ เรื่อง มหาเวชสันดรชาดก กลายมาเป็นเครื่องรางของขลัง ที่สร้างความศรัทธาให้กับผู้คนมากมายในปัจจุบัน เนื่องจากเสียงร่ำลือของ "เฒ่าชูชก" ที่ว่ากันว่า เครื่องรางของขลัง"เฒ่าชูชก" นี้มีความยอดเยี่ยมด้านโชคลาภ และเมตตามหานิยมสูง ค้าขายร่ำรวย

รูปชูชกมหาเวทย์เนื้อผง หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ บุรีรัมย์ ปี 2553 | ชูชกมหาเวทย์,ชูชกมหาเวทย์ หลวงพ่อกอย,บูชาชูชก
รูปชูชกมหาเวทย์เนื้อผง หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ บุรีรัมย์ ปี 2553 | ชูชกมหาเวทย์,ชูชกมหาเวทย์ หลวงพ่อกอย,บูชาชูชก
"ชูชกเขามีดี อาศัยปากที่ขอและมือที่ยื่นไปรับ เขาขอร้อยอย่างเขาก็ได้ร้อยอย่าง เขาขอพันอย่างก็ได้พันอย่าง"

จากตำนาน มหาเวสสันดร จะเห็นได้ว่า ชูชก แม้จะรูปชั่วตัวดำแก่ชราน่าเกลียด แต่มีข้อดีตรงที่ ขออะไรจากใครเขาก็ได้หมด ขอร้อยอย่างได้ร้อยอย่าง ขอพันอย่างได้พันอย่าง ขอแม้กระทั่งลูกในอกเขาก็ให้ งานไม่ต้องออกแรงทำ ไม่ต้องออกความคิด อาศัยแค่เพียงปากกับมือที่ยื่นไปรับก็ได้ดังใจหวัง แถมยังได้ดีมีภรรยาสวยช่างปรนนิบัติเอาใจ เป็นที่อิจฉาแก่หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ ซึ่งด้วยคุณสมบัติที่ดีของ เฒ่าชูชก เหล่านี้ จึงเกิดเป็นที่มาที่ทำให้พระเกจิอาจารย์ในอดีต นำไปสร้างเป็นเครื่องรางของขลัง และ เฒ่าชูชก ก็กลายเป็นวัตถุมงคลที่มีเสียงร่ำลือกันในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ สร้างความขลังให้กับผู้ที่นำไปบูชาอย่างมากมาย

ชูชกอาจไม่ใช่ตัวอัปลักษณ์ที่น่ารังเกียจถ้ามองในแง่ดี ตาเฒ่าผู้นี้ก็มีส่วนดีที่ควรเอาเยี่ยงอย่างคือ ชูชกเป็นผู้มีความประหยัดอดออม ประหยัด มัธยัสถ์ รู้จักใช้รู้จักเก็บ รักและห่วงใยภรรยามากเป็นคนซื่อสัตย์และให้ความไว้วางใจเพื่อนเป็นอย่างดี

สำหรับ เฒ่าชูชก ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับมากที่สุดเห็นจะเป็นของ หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน จ.สมุทรสาคร ซึ่งหายาก และมีมูลค่าสูง ต่อมาก็เป็น เฒ่าชูชก ของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง และยังมีอีกหลายองค์ที่สร้าง ชูชก ออกมา เช่น หลวงพ่อแล วัดพระทรง จ.เพชรบุรี หลวงพ่อไสว วัดปรีดาราม จ.นครปฐม หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ จ.ระยอง หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย จ.พระนครศรีอยุธยา ฯลฯ
รูปชูชกเนื้อสัมฤทธิ์โชค ฝังด้วยตะกรุดหัวใจชูชก หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ ปี 2553 | ชูชกเนื้อสัมฤทธิ์โชค หลวงพ่อกอย ,บูชาชูชก,ชูชก หลวงพ่อกอย
ทั้งนี้ รูปแบบของเครื่องราง เฒ่าชูชก จะมีลักษณะเกล้าผมมวยแบบพราหมณ์ มีหนวดเครา หลังค่อม ไม่สวมเสื้อ ถือไม้เท้าและสะพายย่าม  เคล็ดลับการใช้ชูชก ว่ากันว่า  หากอยากได้อะไรให้กลั้นใจ แล้วภาวนาว่า "เอา........ให้กู ชูชกขอนะ ขอนะ" แล้วสิ่งที่อยากได้จะเข้ามาหาเอง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ขออาจไม่ได้มาง่ายดายดังเสกสรรค์ หากแต่ต้องรู้จักตั้งใจทำมาหากิน รู้จักเอาเยี่ยงอย่างในเรื่องความประหยัด อดออม รักและห่วงใยภรรยา เป็นคนซื่อสัตย์ไว้วางใจเพื่อนในแบบด้านดีของ เฒ่าชูชก ด้วย ก็คงจะดีไม่น้อย

นกสาริกา นกแห่งการเจรจาต่อรอง การงาน การค้า หรือเรื่องความรัก

นกสาริกาเป็นเครื่องรางของขลังพลังอาถรรพ์ที่มีพลังอำนาจมาจากเบื้องบนสวรรค์ คนสมัยโบราณนิยมกันมาก มีมานานแล้วหลายร้อยปี ใครมีไว้บูชาจะเป็นที่รักใคร่ พูดจาสิ่งใดก็น่าฟังไม่ขัดหู บางองค์มีความแรงขลังมากถึงขั้นพูดจาแล้วคนเชื่อถือในคำพูดไปจนวันสุดท้ายของชีวิต นกสาริกาใช้ไปทางเสน่ห์ พูดคุย เพื่อเข้าสังคม นกสาริกา อาจารย์ที่มีอาคมแก่กล้ามักจะทำไว้ให้ลูกศิษย์ ลูกหาไว้บูชากัน มีทั้งขนาดพกพา หรือขนาดตั้งว่างโต๊ะ พระอาจารย์บางท่านจะทำเป็นสีผึ่งสาริกา ,ตะกรุดสาริกา, หรือยันต์สาริกาลิ้นทอง ทั้งหมดที่กล่าวมานี้มีพุทธคุณเท่ากัน ความแรงขลังและรูปแบบนั้นก็อยู่ที่พระอาจารย์ผู้สร้างว่าจะทำมาในรูปแบบใด
รูปนกสาริกามหาเสน่ห์-มหารวย หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ ปี 2544 |
รูปนกสาริกามหาเสน่ห์-มหารวย หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ ปี 2544 |
นกสาริกาเป็นนกที่อยู่ในป่าลึก มีปากหนาสีแดง มีสีสันสวยงามและมีเสียงที่ไพเราะน่าฟัง นกสาริกาเป็นนกที่ทางไสยศาสตร์ ให้เป็นนกแห่งการเจรจาต่อรอง การงาน การค้า หรือเรื่องความรัก คุยกับชายหรือหญิง ให้เขาพอใจในตัวผู้บูชานกสาริกา มหาเสน่ห์

วิธีใช้ วิธีบูชานกสาริกา ของขลังเสน่ห์
ไปไหนมาไหนให้พกพาติดตัว ให้บูชาด้วย น้ำเปล่า ผลไม้ ทุกวันพระ

ข้อห้ามและข้อปฏิบัติเมื่อมีสาริกาลิ้นทองไว้บูชาแล้ว
  • ห้ามบ้วนน้ำลายลงพื้น
  • ห้ามพูดคำหยาบคาย ด่าพ่อ แม่ คนอื่นเด็ดขาด
  • ห้ามวางไว้ปลายเท้า
รูปนกสาริกา มหาเสน่ห์ เรียกทรัพย์กลับบ้าน หลวงพ่อกอย สร้าง ปี 2556 | นกสาริกาหลวงพ่อกอย,เรียกทรัพย์กลับบ้าน,ฝังตะกรุดหัวใจสาริกา 16 ห้อง
รูปนกสาริกา มหาเสน่ห์ เรียกทรัพย์กลับบ้าน หลวงพ่อกอย สร้าง ปี 2556 | นกสาริกาหลวงพ่อกอย,เรียกทรัพย์กลับบ้าน,ฝังตะกรุดหัวใจสาริกา 16 ห้อง

ปลัดขิก ผู้เคียงข้าง เครื่องรางแห่งเสน่ห์ โชคลาภ และปัดเป่าเสนียด

วัตถุมลคลที่เป็นเครื่องรางที่อยู่คู่กับคนสังคมไทยมาตั้งแต่นาน ตั้งแต่สมัยอยุธยา ปลัดขิกนั้นนิยมเรียกกันในชื่อ ขุนเพ็ด หรือ ขุนเพชร คำว่าปลัด นั้น หมายถึง ตำแหน่งรองจากตำแหน่งที่เหนือกว่า โดยรู้จักกันในความหมาย ผู้ข้างเคียงคอยช่วยเหลือ ส่วนคำว่า ”ขิก” นั้น คำนี้ได้ถูกเลิกใช้มานานแล้วเพราะเป็นคำหยาบ ได้ผันเปลี่ยนมาใช้คำว่า “คุยหํ” ในภาษาบาลี และได้แผลงมาเป็น ตวย (ต เปลี่ยนเป็น ค) ในภาษาไทย ซึ่งในปัจจุบันคำนี้ก็เป็นคำหยาบไปอีก แตกต่างกันตรงที่ว่า ยังนิยมชมชอบที่แจกให้กันเสมอ ๆใน ปัจจุบัน

รูปปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ ปี 2551 | ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อกอย,ปลัดขิกหลวงพ่อกอย บูชา,พุทธคุณปลัดขิก
ปลัดขิกหรือขุนเพ็ด เป็นเครื่องรางคู่กับโยนี (เครื่องรางรูปของลับของสตรี) ซึ่งทั้ง 2 สิ่งนี้เป็นดอกไม้ในแดนสวรรค์ เป็นเครื่องหมายของการกำเนิดส่งใหม่ ๆ หรือความงอกงามของชีวิตใหม่

ขุนเพชรหรือปลัดขิก แต่เดิมนิยมให้เด็กผู้ชายอายุตั้งแต่ ๓-๔ ขวบขึ้นไป แขวนไว้ที่เอว เพราะเด็กอายุประมาณนี้จะเริ่มมีเอวแล้ว และเด็กในระยะนี้จะมีภูมิคุ้มกันตนน้อยลง เพราะว่าหย่านมแล้ว แนวโน้มที่จะเจ็บไข้ไม่สบายมีมากขึ้น ความเชื่อที่ว่าผีสาง ทั้งหมายจะทำให้เด็กเจ็บป่วยไม่สบายจึงให้แขวนปลัดหรือขุนเพชรไว้ ทั้งนี้เพราะปลัดขิกที่นำมาแขวนให้กับเด็กชายนั้น จะอยู่ในลักษณะขององคชาต จำลองย่อส่วนโดยปราศจากหนังหุ้มปลาย ระดับของการแขวนก็อยู่ที่เอวมิใช่คอ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ห้อยลงมาใกล้กับระดับองคชาต (อ้ายจู๋) ของเด็กให้มากที่สุด เพื่อจะหลอกผีให้เข้าใจผิดไปว่าเด็กชายนั้นใช่เด็ก หากเป็นผู้ชายเต็มตัวแล้ว โดยมีองคชาตที่ปลายเปิดไม่มีหนังหุ้ม ส่วนปลัดขิกเหล่านี้ หากจะให้มีความขลังยิ่งขึ้นก็ควรจะต้องผ่านการปลุกเสกเสียด้วยอีกต่างหาก

ในที่สุดปลัดขิกหรือขุนเพ็ดก็ได้ประกาศอิสรภาพยกฐานะตัวเองขึ้นไปอีกระดับ กลายเป็นสิ่งสมควรแก่การเคารพบูชากราบไหว้ สถิตอยู่ตามศาลหรือเป็นเครื่องนำโชคลาภตั้งไว้บูชา หรือเป็นเครื่องมือเพื่อนำความเจริญก้าวหน้าเนื่องในการทำมาค้าขาย โดยทั่วไปจะนำปลัดขิกไปจิ้มลงบนสินค้าพร้อมกับมีคาถากำกับว่า "โอม ระรวยมหาระรวย สามสิบสอง-วยแห่ห้อมล้อม-ีค้าง่ายขายดีแหก-ีกลับบ้าน ฮ่า ฮ่า ฮ่า" (ควรร่ายด้วยลมหายใจเฮือกเดียว แต่ทำไมจึงต้องสามสิบสอง เรื่องนี้ยังสืบไม่ได้) หรือ "...โอม ไอ้ขลิกไอ้ขลัก เงี่ยงหักเงี่ยงหงิก ปกเอยปกหาง หางเอยหางอะไร บุรุษชอบ-ี สตรีชอบ-วย ทำให้กูร่ำรวย โพะหัว โพะหัว โพะหัว" (คาถาของหลวงพ่อซ่วน เมืองแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา) แต่หากจะตรองดูก็จะเห็นว่า การที่ใช้คำที่ไม่ค่อยสุภาพเป็นคาถากำกับ ก็เพื่อจะให้พวกผีๆ เข้าใจไปว่า สินค้าที่วางขายนั้นเป็นของที่ไม่มีราคาค่างวดวิเศษวิโสอะไร ไม่คุ้มกันที่พวกผีจะมาใส่ใจเสียเวลามารบกวน

ปลัดขิกนั้นมีเคล็ดการใช้แตกต่างกันไป บางสำนักนิยมให้ถูกเนื้อถูกตัว คือคาดที่เอวให้โดนเนื้อตัวเจ้าของไว้ แต่อีกแบบหนึ่งนั้น นิยมให้ปลัดขิกแขวนออกมาให้คนอื่นๆเห็นจะยิ่งมีอานุภาพ คงเป็นอิทธิพลมาแต่เดิมที่จะใช้หลอกผี ให้เข้าใจว่า โตแล้ว ผีจะได้ไม่มายุ่ง ส่วนการให้ถูกเนื้อโดนตัวนั้นตามความคิดของผมเข้าใจว่า สิ่งต่างๆจะสมบูรณ์เมื่อธาตุทั้ง ๖ ประสานต่อเนื่องกันไป
รูปปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์ สร้าง 2543 รุ่นสร้างอุโบสถ | ปลัดขิกนางครวญ หลวงพ่อชื่น,ปลัดขิกนางครวญ บูชา,พุทธคุณปลัดขิกนางครวญ
ส่วนเรื่องอานุภาพหรือความขลังศักดิ์สิทธิ์ของปลัดขิกนั้น มีอานุภาพครบทุกด้านทุกประการ คาถาที่นิยมใช้กับปลัดขิก คือ หัวใจโจร ที่ว่า “กัณหะเนหะ” ด้วยความหมายที่ว่า โจร เป็นผู้ทำลายล้าง การใช้หัวใจโจรจึงเป็นการใช้เกลือจิ้มเกลือ หนามยอกเอาหนามบ่ง ให้โจรทำลายล้างสิ่งไม่ดีต่างๆให้หมดไป

ปลัดขิกนั้นเด่นทั้งเรื่อง คงกระพัน กันเขี้ยวงา และแคล้วคลาดปลอดภัย ป้องกันเสนียด*** ภูติผีต่างๆ ในด้านเมตตามหาเสน่ห์ก็มีอยู่ครบ แต่ที่จะโดดเด่น เห็นจะเป็นแค่ ๒ อย่าง คือ คงกระพัน กันเขี้ยวงา และเมตตาค้าขาย

ข้อดีของเครื่องรางชนิดนี้ คือ ไม่มีข้อห้ามยุ่งยาก ตัดปัญหาเรื่องความเชื่อที่ว่า ของจะเสื่อมเพราะการพลั้งเผลอไปลอดราวผ้าหรืออยู่ในที่ไม่สมควร คาถาของขุนเพชร เองก็มีแต่คำพื้นบ้านหรือออกจะหยาบนิดๆพอน่ารัก

ปลัดขิกเริ่มด้วยเป็นเครื่องมือหลอกผี แต่แล้วต่อมาปลัดขิกก็ได้ยกระดับตัวเองให้กลายสภาพจากเครื่องมือหลอกผีมาเป็นของขลังในตัวของมันเอง โดยไม่จำกัดอยู่กับวัยอีกต่อไป ผู้ใหญ่ซึ่งไม่มีความจำเป็นแต่ประการใดที่จะหลอกผีให้เข้าใจผิด ก็ยังนิยมที่จะแขวนไว้เป็นเครื่องรางป้องกันสิ่งชั่วร้าย โดยไม่รู้ถึงสาเหตุหน้าที่ของมัน
รูปปลัดขิก (ลิงมหามงคล) หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ ปี 2541 |
รูปปลัดขิก (พญาหมูมหามงคล) หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ ปี 2541 | ปลัดขิกหลวงพ่อสาคร,ปลัดขิก,วัตถุมงคลหลวงพ่อสาคร
ผู้ที่มีความเชื่อมั่นและคิดเสมอว่าตัวเรามีของดี คือ ขุนเพ็ด เผด็จศึกติดตัวอยู่ ยิ่งมีความผูกพันธ์และเชื่อมั่นมากเท่าไร เครื่องรางชนิดย่อมแสดงผลให้ประจักษ์ได้อย่างชัดเจน โดยทั่วไปแล้วเกจอาจารย์เก่าหรือผู้ที่ใช้เครื่องรางทุกอย่าง จะขาดปลัดขิกไม่ได้ เป็นของป้องกันตัวพื้นฐานที่สำคัญ ในฐานะ “ผู้เคียงข้าง” ตลอดกาล

เกจิอาจารย์หลายสำนักสร้างปลัดขิกหรือขุนเพชรได้อย่างยอดเยี่ยม และเห็นผลอย่างเหลือเชื่อ ในทุกวันนี้จะมีผู้นิยมใช้ปลัดขิกในฐานะของเครื่องรางที่ทำให้ค้าขายดี มีคนเข้าร้านมากมาย จึงนิยมในหมู่แม่ค้าและเจ้าของกิจการระดับทั่วไป แต่อีกกลุ่มหนึ่งที่ยังเหนียวแน่นเป็นแฟนพันธุ์แท้ของปลัดขิก คือ วัยรุ่นหรือหนุ่มที่ยังคงถือเก็บสะสมเครื่องรางของชายชาตรีให้ครบครัน ปลัดขิก ตะกรุด จึงเป็นเครื่องรางที่ไม่ถูกมองข้ามในกลุ่มนี้

เครื่องรางจิ้งจกสองหาง ความเชื่อ

แม้แต่จิ้งจกที่เกาะแปะอยู่ตามฝาผนังบ้านก็อดไม่ได้ที่จะขึ้นทำเนียบเครื่องรางของขลังกับเขาเหมือนกันแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นจิ้งจกธรรมดาๆ เสียเมื่อไหร่เพราะจิ้งจกชนิดนี้เป็นจิ้งจกแปลกที่มีหางสองหาง

เครื่องรางชนิดนี้ก็คือ ซากจิ้งจกที่มีส่วนหางเป็นแฉก มีความเชื่อว่าจิ้งจกนี้จะนำลาภมาให้ คนสมัยโบราณมักจะนำซากจิ้งจกนี้ไปถักเชือกลงรักเลี่ยมกรอบใช้เป็นเครื่องรากพกพาติดตัว โดยหางที่สองอาจเกิดจากความผิดปกติของยีนในตัวจิ้งจก จึงมีกระดูกอ่อนเล็กๆอีกชิ้นหนึ่งยื่นออกมจากบริเวณปลายหางเล็กน้อยมองเห็นเป็นสองแฉก ซึ่งในร้อยตัวอาจจะพบเจอจิ้งจกพิสดารนี้สัก 2 – 3 ตัว จึงกลายเป็นเรื่องมหัศจรรย์ไปเสียเฉยๆ ตามธรรมชาติของหางจิ้งจกนั้นเมื่อขาดไปแล้วจะสามารถงอกใหม่ได้ จิ้งจกจะสละหางเพื่ออำพรางศัตรูแล้วตัวมันก็หนีไป แต่ในทางความเชื่อเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์จิ้งจกสองหางถือว่าเป็นความโชคดีอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีไว้ในครอบครอง

ความเป็นมาของเรื่องราวชนิดนี้ว่ากันว่าเป็นวิชาเวทโบราณเป็นวิชาแก้วสารพัดนึก สามารถเรียกโชคลาภและเด่นไปในทางเสน่ห์กามคุณ กล่าวกันว่าเมื่อจิ้งจกพิสดารนี้ตายซากจะไม่เน่าแต่จะแห้งแข็งคล้ายหิน อย่างไรก็ดีก็ยังมีผู้ที่ทำของปลอมเลียนแบบเข้าใจว่าเป็นเพราะจิ้งจกที่มีลักษณะพิกลนี้เป็นของหายาก ทำเลียนแบบนั้นง่ายกว่ากันเยอะเอาจิ้งจกทั่วไปมารีดหางออกให้เป็นสองแฉกแล้วนำไปเลี่ยมกรอบแล้วกล่าวอ้างสรรพคุณให้ดูสมจริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่จะเช่าเขาจะแยกแยะของจริงของปลอมไม่ออก

การสร้างเครื่องรางชนิดนี้ก็ไม่ได้จำกัดแค่ซากของจิ้งจกที่มีสองหางเท่านั้นยังมีทั้งการแกะงา กะลาตาเดียว และไม้กัลปังหาดำเป็นรูปจิ้งจกสองหางอุดด้วยผงยันต์จากหางของจิ้งจกตัวผู้กับตัวเมียธรรมดาอย่างละหนึ่งตัวบดกับยันต์ใบไม้ชนิดหนึ่งที่เขียนรูปจิ้งจกแล้วชุบน้ำมันอีกวิธีหนึ่งคือ สร้างมาจากเนื้อผสมบ้าง ทองแดงบริสุทธิ์บ้างและโลหะอาถรรพณ์ต่างๆ หล่อเป็นรูปจิ้งจกตัวอ้วนท้วนมีหางสองแฉกแล้วลงอักขระชุบน้ำมันเสน่ห์ นอกจากนี้ยังมีผ้ายันต์ แผ่นยันต์โลหะและการสักยันรูปจิ้งจกด้วยสีดำ แดง และน้ำมัน โดยการสักนั้นมีทั้งการสักเป็นตัวจิ้งจกสองหาง จิ้งจกธรรมดาแบบตัวเดียว หรือสองตัวซึ่งมีลักษณะของหางเกี่ยวรัดกัน อันเป็นความเชื่อในเรื่องกามคุณทางนี้โดยเฉพาะ นิยมสักไว้ในที่ลับหรือตามแขนขาเชื่อกันว่าเป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม เจรจาธุระสิ่งใดก็คล่องแคล่วไม่มีอุปสรรค

รูปจิ้งจก 2 หางมหาลาภ เนื้อกะลาตาเดียว ชุบน้ำมันเสน่ห์ หลวงปู่ชื่น ปี 2545 | จิ้งจก 2 หางมหาลาภ เนื้อกะลาตาเดียว,จิ้งจก 2 หางหลวงพ่อชื่น

จิ้งจก 2 หางมหาลาภ เนื้อกะลาตาเดียว หลวงปู่ชื่น ปี 2545

รูปจิ้งจก 2 หางมหาลาภ เนื่อโลหะ ชุบน้ำมันเสน่ห์ หลวงปู่ชื่น ปี 2545 | จิ้งจก 2 หางมหาลาภ ชุบน้ำมันเสน่ห์ หลวงปู่ชื่น ปี 2545,จิ้งจก 2 หาง  หลวงปู่ชื่น,จิ้งจก หลวงปู่ชื�

จิ้งจก 2 หางมหาลาภเนื้อโลหะ หลวงปู่ชื่น